bitkub-banner

ธนาคารกลางจีนขยายเครือข่ายดิจิทัลหยวนสู่ 30 ธนาคารพาณิชย์ เร่งดันสู่การใช้ระดับประเทศ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ธนาคารกลางแห่งประชาชนจีนได้เพิ่มธนาคารพาณิชย์อีกแปดแห่งเข้าร่วมเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายดิจิทัลหยวนส่งผลให้จำนวนสถาบันการเงินที่ได้รับอนุญาตเพิ่มขึ้นเป็นสามสิบแห่ง
  • การขยายตัวครั้งนี้นับเป็นระลอกที่สองของปีหลังจากการเพิ่มสถาบันการเงินสิบสองแห่งในเดือนเมษายนโดยธนาคารพาณิชย์เหล่านี้จะทำหน้าที่เปิดกระเป๋าเงินและให้บริการชำระเงินแก่ผู้บริโภคและภาคธุรกิจ
  • ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสอดรับกับการอัปเกรดระบบสู่เวอร์ชันใหม่ที่เปิดให้ผู้ใช้งานได้รับดอกเบี้ยจากยอดเงินคงเหลือในกระเป๋าเงินดิจิทัลหยวนพร้อมทั้งเชื่อมต่อระบบเข้ากับการชำระเงินข้ามพรมแดน

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Neutral

เนื่องจากเป็นการขยายโครงสร้างพื้นฐานของสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางซึ่งมุ่งเน้นการใช้งานในระบบเศรษฐกิจดั้งเดิมของประเทศจีนและไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสภาพคล่องในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีสาธารณะ

ธนาคารกลางแห่งประชาชนจีนหรือ PBOC ได้ประกาศเพิ่มธนาคารพาณิชย์อีก 8 แห่งเข้าสู่เครือข่ายผู้ดำเนินการดิจิทัลหยวน ส่งผลให้จำนวนสถาบันการเงินทั้งหมดที่ได้รับอนุญาตให้เปิดบริการดิจิทัลหยวนเพิ่มขึ้นแตะระดับ 30 แห่งอย่างเป็นทางการ โดยธนาคารที่เข้าร่วมระลอกใหม่นี้ประกอบด้วยสถาบันการเงินชั้นนำ เช่น Ping An Bank, Bank of Shanghai, Bank of Hangzhou, Huishang Bank และ Changsha Bank ซึ่งทั้งหมดได้เชื่อมต่อเข้ากับระบบดิจิทัลหยวนของธนาคารกลางเรียบร้อยแล้ว และจะเริ่มทยอยเปิดให้บริการแก่ลูกค้าทันทีเมื่อการเตรียมความพร้อมด้านเทคนิคและการดำเนินงานเสร็จสมบูรณ์

ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้นับเป็นการขยายระบบการดำเนินงานแบบสองชั้นเป็นครั้งที่สองของปีนี้ หลังจากที่มีการเพิ่มสถาบันการเงินเข้าร่วมระบบไปแล้ว 12 แห่งเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยโครงสร้างดังกล่าวได้กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการในชั้นที่สอง ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการเปิดกระเป๋าเงินดิจิทัลหยวนให้กับประชาชนและภาคธุรกิจผ่านแพลตฟอร์มของตนเอง พร้อมทั้งดูแลระบบการชำระเงิน การรักษาความปลอดภัยของลูกค้า การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ในขณะที่ธนาคารกลางจีนยังคงทำหน้าที่เป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์ วางมาตรฐาน และดูแลโครงสร้างพื้นฐานหลักของระบบ

การขยายเครือข่ายในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปฏิรูปเพื่อยกระดับดิจิทัลหยวนจากโครงการนำร่องไปสู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันในระดับมหภาค โดยนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมเป็นต้นมา โครงสร้างระบบดิจิทัลหยวนเวอร์ชัน 2.0 ได้เริ่มกำหนดให้ยอดเงินคงเหลือในกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ผ่านการยืนยันตัวตนมีสถานะเทียบเท่ากับเงินฝากธนาคาร ซึ่งทำให้ธนาคารพาณิชย์สามารถจ่ายดอกเบี้ยให้กับยอดเงินดังกล่าวได้ นอกจากนี้ จีนยังได้อัปเกรดแพลตฟอร์มธุรกิจดิจิทัลหยวนหลักทั้งสามแห่งเข้าสู่บริการชำระเงินข้ามพรมแดน CBETS โดยธนาคารกลางยืนยันว่าจะเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้ให้บริการอย่างต่อเนื่องตามหลักการตลาดและกฎหมาย ซึ่งนักวิเคราะห์คาดว่าจะมีธนาคารพาณิชย์ระดับภูมิภาคและธนาคารร่วมทุนรายอื่นๆ เข้าร่วมเพิ่มเติมในอนาคต

ที่มา: SCMP


มุมมองส่วนตัวประเมินว่าการขยายเครือข่ายดิจิทัลหยวนเข้าสู่ธนาคารพาณิชย์ถึง 30 แห่งและการเริ่มจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ยอดเงินในกระเป๋า สะท้อนให้เห็นว่าจีนกำลังผลักดัน CBDC เข้าสู่ขั้นการใช้งานจริงในระบบเศรษฐกิจเต็มรูปแบบอย่างจริงจัง แม้ว่าสิ่งนี้จะไม่ได้สร้างผลกระทบต่อราคาเหรียญคริปโตโดยตรง แต่การพัฒนาระบบชำระเงินข้ามพรมแดนอย่าง CBETS ควบคู่กันไป อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามาท้าทายระบบการเงินระหว่างประเทศและโครงสร้างการชำระเงินดิจิทัลในระยะยาว