สรุปข่าว
- Clarity Act ยังมีโอกาสผ่าน สว. รูเบน กัลเลโก เชื่อว่า สภาคองเกรสยังสามารถผลักดันร่างกฎหมายคริปโตให้เดินหน้าต่อได้ แม้ประเด็นผลประโยชน์จริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับทรัมป์ยังไม่มีข้อสรุป
- กัลเลโก และ สว. ทอม ทิลลิส เสนอแนวทางให้อัยการสูงสุดของแต่ละรัฐสามารถบังคับใช้ข้อกำหนดด้านจริยธรรมได้โดยตรง
- Clarity Act ต้องการเสียงสนับสนุน 60 เสียงในวุฒิสภา ขณะที่ สว. จอห์น ธูน วางกรอบลงมติเบื้องต้นไว้วันที่ 15 กันยายนนี้
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
สว. รูเบน กัลเลโก มองว่า Clarity Act ยังมีโอกาสผ่านสภาคองเกรส แม้ปมผลประโยชน์ทางธุรกิจและจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับทรัมป์ยังไม่มีข้อสรุป โดยล่าสุดมีการเสนอให้อัยการสูงสุดของแต่ละรัฐเข้ามาบังคับใช้มาตรการด้านจริยธรรมโดยตรง อย่างไรก็ตาม ร่างกฎหมายยังต้องฝ่าด่านเรื่องผลตอบแทนจาก Stablecoin และการรับมือกิจกรรมผิดกฎหมายในตลาดคริปโต รวมถึงต้องรวบรวมเสียงสนับสนุนให้ได้อย่างน้อย 60 เสียงในวุฒิสภา ขณะที่เส้นตายการลงมติเบื้องต้นถูกวางไว้วันที่ 15 กันยายนนี้
สว. รูเบน กัลเลโก จากพรรคเดโมแครต หนึ่งในแกนนำสำคัญในการเจรจาร่างกฎหมายคริปโต Clarity Act เชื่อว่า สภาคองเกรสยังมีโอกาสผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ให้ผ่านได้ แม้ขณะนี้ประเด็นใหญ่ทั้งเรื่องผลประโยชน์ทางธุรกิจ และข้อกังวลด้านจริยธรรมที่เกี่ยวข้องกับประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้
เมื่อวันพุธที่ 19 สิงหาคม 2569 สว. กัลเลโก เปิดเผยในงาน SALT ที่รัฐไวโอมิงว่า ฝ่ายนิติบัญญัติพยายามส่งข้อเสนอด้านจริยธรรมไปยังทำเนียบขาวหลายครั้ง แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่ได้รับคำตอบที่นำไปสู่ข้อยุติ
ประเด็นนี้ยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น เนื่องจากธุรกิจคริปโตที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวทรัมป์เติบโตขึ้นจนสร้างรายได้หลายล้านดอลลาร์ ส่งผลให้สมาชิกสภาคองเกรสบางส่วนตั้งคำถามว่า ร่างกฎหมาย Clarity Act ควรกำหนดมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ไว้เข้มงวดมากน้อยเพียงใด
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยเห็นชอบข้อเสนอที่ห้ามเจ้าหน้าที่รัฐและคู่สมรสออกหรือสนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ข้อเสนอดังกล่าวมี Sunset Provision ซึ่งกำหนดให้มาตรการสิ้นสุดลงในเดือนมกราคม 2029 ทำให้มาตรการนี้ถูกมองว่า ยังไม่รัดกุมเพียงพอ
ล่าสุด สว. กัลเลโก และ สว. ทอม ทิลลิส จากพรรครีพับลิกัน จึงเสนอแนวทางใหม่ให้ทรัมป์พิจารณา โดยเปิดทางให้อัยการสูงสุดของแต่ละรัฐสามารถบังคับใช้ข้อกำหนดด้านจริยธรรมได้โดยตรง
อย่างไรก็ตาม แม้ประเด็นด้านจริยธรรมจะเริ่มมีทางออก แต่ Clarity Act ยังต้องเผชิญกับโจทย์สำคัญอีกหลายด้าน ทั้งเรื่องผลตอบแทนจาก Stablecoin และข้อกังวลว่า ตัวกฎหมายอาจยังรับมือกิจกรรมผิดกฎหมายในตลาดคริปโตได้ไม่ครอบคลุมมากเพียงพอ
ที่สำคัญ ร่างกฎหมายต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 60 เสียงในวุฒิสภา ทำให้การหาจุดร่วมระหว่างสองพรรคกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ขณะที่เส้นตายกำลังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ หลัง สว. จอห์น ธูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา กำหนดการลงมติเบื้องต้นไว้ในวันที่ 15 กันยายนนี้
ด้วยเหตุนี้ ก่อนถึงเส้นตายใหม่เดือนกันยายน ทุกสายตากำลังจับจ้องว่า สหรัฐฯ จะสามารถผลักดัน Clarity Act ร่างกฎหมายคริปโตฉบับสำคัญให้ผ่านได้สำเร็จจริงหรือไม่
ที่มา:theblock
มุมมองผู้เขียน: สำหรับตลาดคริปโต Clarity Act ไม่ใช่เพียงกฎหมายธรรมดา แต่เป็นบททดสอบสำคัญว่า สหรัฐฯ จะสามารถสร้างกติกาที่ชัดเจนให้กับอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลได้หรือไม่ โดยไม่ปล่อยให้ผลประโยชน์ทางการเมืองกลายเป็นกำแพงที่คอยขัดขวางนวัตกรรมทางการเงิน

