bitkub-banner

เปิดสาเหตุ Bitcoin พุ่งเกือบ $6,000 ในวันเดียว หลังปัจจัยบวกหนุนทะลัก 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา Bitcoin พุ่งทะยานกว่า 7% โดยมีสาเหตุหลักมาจากข่าวดีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ที่ประกาศแผนเพิ่มการรับซื้อพันธบัตรระยะยาวขึ้นเป็น 2 เท่า
  • ขณะเดียวกันในงานประชุมคริปโทฯ ปธน.ทรัมป์ ยังประกาศจุดยืนสนับสนุนคริปโทฯ อย่างเต็มที่ โดยจะเร่งผลักดัน Clarity Act และเผยความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะเข้าซื้อ 
  • การฟื้นตัวอย่างรวดเร็วทำให้ราคาทะลุกำแพงแนวต้านสำคัญบีบให้นักลงทุนฝั่ง Short ถูกบังคับปิดโพสิชันล้างพอร์ตมูลค่ารวมเฉียด 3 พันล้านดอลลาร์

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

สาเหตุที่ราคาของ Bitcoin พุ่งทะยานอย่างรุนแรงกว่า $6,000 ในคืนเดียวเป็นผลมาจากแรงส่ง 3 ปัจจัยหลัก อันประกอบไปด้วย แผนรับซื้อพันธบัตรระยะยาวของรัฐบาลแถลงการณ์หลังการประชุมคริปโทฯ ของทรัมป์ และการ Short Squeeze ครั้งประวัติศาสตร์ที่มีการล้างพอร์ตฝั่ง Short เฉียด 3 พันล้านดอลลาร์

นับตั้งแต่คืนวันที่ 19 มาจนถึงเช้าวันที่ 20 ส.ค. นี้ ราคา Bitcoin ได้ปรับตัวพุ่งทะยานอย่างรุนแรงกว่า 7% คิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นกว่า 5,000 ดอลลาร์ แบบไม่ทันตั้งตัวจนทำให้นักเทรดสงสัยว่าแท้จริงสาเหตุมันเกิดขึ้นจากอะไรกันแน่ 

ปัจจัยหลักที่ทำให้ Bitcoin พุ่งแรงแม้ตลาดจะเป็นขาลง

ปัจจัยแรกซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ราคา Bitcoin ฟื้นตัวอย่างน่าเหลือเชื่อในวันนี้เป็นผลมาจากการเปิดเผยข้อมูลชุดใหม่ของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ส่งผลกระทบไปถึงสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกอย่างการประกาศ “ซื้อบอนด์เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว”

รายงานระบุว่ากระทรวงการคลังสหรัฐได้ประกาศแผนการเข้าซื้อพันธบัตรระยะยาวอายุมากกว่า 10 ปี (Long-end Bond) เพิ่มขึ้นจาก $2 พันล้าน เป็น $4 พันล้าน โดยถึงแม้การเข้าซื้อจะยังต้องใช้เวลาและยังไม่เกิดขึ้น แต่ตลาดได้ประเมินสถานการณ์ไปแล้วในแง่บวกและทำให้ราคาพุ่งขึ้นรับข่าวทันที

หากพูดกันตามหลัก เวลาที่บอนด์ถูกซื้อคืนมากขึ้น จะส่งผลทำให้ราคาของพันธบัตรสูงตามไปด้วย และทำให้อัตราผลตอบแทน (yield) ลดลง พอเป็นเช่นนี้สกุลเงินดอลลาร์ก็จะอ่อนค่า ทำให้นักลงทุนเลือกที่จะกลับไปให้ความสนใจในสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นแทน จนทำให้ราคาสามารถพุ่งทะยานอย่างรุนแรง

ทรัมป์เดินหน้าอุ้มตลาดคริปโทฯ

ประเด็นถัดมาถือเป็นเรื่องบังเอิญมากที่เมื่อวานนี้ ทางทำเนียบขาวเองได้มีการจัดสุดยอดการประชุมร่วมกับผู้นำในอุตสาหกรรมคริปโทฯ ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่รัฐฯ หน่วยงานกำกับดูแล และฝั่งที่มาจากสถาบันการเงินดั้งเดิม

ภายในงานประชุมดังกล่าว ทรัมป์ได้แถลงข่าวต่อสาธารณชนว่า เขาจะยังคงเดินหน้าผลักดันให้ร่างกฎหมาย Clarity Act แล้วเสร็จโดยเร็ว และยังจะมีการแย้มว่ารัฐบาลอาจมีการเข้าซื้อคริปโทเคอร์เรนซีเข้ามากับไว้ในคลังในอนาคตอันใกล้ ซึ่งจะครอบคลุมทั้ง Bitcoin และเหรียญอื่นๆ 

ด้วยเหตุนี้คริปโทฯ จึงได้รับแรงส่งอีกทอดจากข่าวดีของทางฝั่งการเมืองและรัฐบาลนอกเหนือไปจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและสภาพคล่อง

ล้างชอร์ตครั้งประวัติศาสตร์

สำหรับสาเหตุสุดท้ายจะเป็นเรื่องของปัจจัยทางเทคนิคอย่างการ Short squeeze ครั้งประวัติศาสตร์ ที่มีมูลค่าความเสียหายเฉียด $3 พันล้านดอลลาร์ในค่ำคืนเดียว 

ก่อนหน้านี้ กำแพงราคาที่ $66,000-$67,000 ถือเป็นระดับที่มีความหนาแน่นของโพสิชันเลเวอเรจสูงมากเนื่องจากเป็นจุดที่นักลงทุนจะทำการตั้งจุดตัดขาดทุน หรือ ถูกล้างพอร์ตเป็นจำนวนมาก เนื่องจากตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Bitcoin ไม่สามารถขึ้นมาทดสอบแนวต้านที่บริเวณดังกล่าวได้เลยและถูกตบกลับลงมาเสมอ

การพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงคืนที่ผ่านมาจึงได้เป็นการบีบให้นักลงทุนที่เปิดชอร์ตต้องทำการไล่ซื้อคืนอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะถูกปิดโพสิชัน ส่งผลทำให้ราคาพุ่งทะยานอย่างรวดเร็วทะลุ $69,000 ได้อย่างง่ายดายโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเรียกได้ว่าจะถูกจารึกเป็นหนึ่งในการล้างพอร์ตที่รุนแรงที่สุด 10 ลำดับแรก เท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามการพุ่งขึ้นของราคาในช่วงที่ผ่านมาเป็นการขึ้นแบบผิดปกติเนื่องจากไม่ได้เกิดจากแรงซื้อจริงในตลาดสปอตแต่เป็นการบังคับซื้อของทางฝั่งฟิวเจอร์สเป็นหลักทำให้นักเทรดต้องมาลุ้นกันว่า Bitcoin จะยังคงประคองราคาไว้ได้อยู่ หรือเสี่ยงที่จะเกิดการย่อตัวอย่างรุนแรงอีกครั้ง หลังจากที่ความบ้าคลั่งที่เกิดขึ้นชั่วคราวนี้ยุติลง