bitkub-banner

H100 บริษัทคลัง Bitcoin Treasury เผยขาดทุนบัญชีจาก Bitcoin กว่า $25 ล้านในงบครึ่งปีแรก

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • H100 บริษัทสวีเดนผู้ดำเนินธุรกิจคลัง Bitcoin Treasury เผยงบครึ่งปีแรก 2026 ขึ้นแท่นผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่อันดับ 2 ของยุโรป หลังเข้าซื้อกิจการสำเร็จ แต่ต้องบันทึกผลขาดทุนทางบัญชีจาก Bitcoin ที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงสูงถึง 25.88 ล้านดอลลาร์
  • ยอดถือครอง Bitcoin รวมของกลุ่มบริษัทพุ่งขึ้นจาก 1,051.03 BTC เป็น 3,506.4 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 220.55 ล้านดอลลาร์ หลังปิดดีลซื้อกิจการ NSD AS จากนอร์เวย์สำเร็จ
  • ซีอีโอคนใหม่ประกาศกลยุทธ์เปลี่ยนทิศ เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มจาก Bitcoin ที่ถือครองผ่านตลาดทุน และการควบรวมกิจการ แทนการสะสมเหรียญเพียงอย่างเดียว

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral 

ตัวเลขขาดทุนทางบัญชีที่เกิดจากการด้อยค่าของ Bitcoin เป็นผลกระทบเชิงบัญชีที่ไม่กระทบกระแสเงินสดจริงของบริษัท ขณะที่การขยายพอร์ตถือครอง Bitcoin ผ่านการซื้อกิจการยังสะท้อนความเชื่อมั่นระยะยาวต่อสินทรัพย์ดิจิทัลตัวนี้อยู่ ข่าวนี้จึงเป็นเรื่องเฉพาะตัวขององค์กร ไม่ได้มีน้ำหนักมากพอที่จะขยับราคา Bitcoin ในภาพรวมของตลาด

H100 บริษัทสวีเดนผู้ดำเนินธุรกิจด้าน Bitcoin Treasury ได้เปิดเผยรายงานผลประกอบการสำหรับช่วงครึ่งแรกของปี 2026 (มกราคม-มิถุนายน) เมื่อวันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า บริษัทได้ก้าวขึ้นเป็นผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ในบรรดาบริษัทจดทะเบียนของยุโรป ผ่านการเข้าซื้อกิจการสองแห่ง ขณะเดียวกันก็บันทึกการขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Loss) จาก Bitcoin เป็นมูลค่าสูงถึง 25.88 ล้านดอลลาร์

สำหรับแผนการขยายพอร์ตในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 23 เมษายน H100 ได้เข้าทำข้อตกลงเพื่อเข้าซื้อกิจการ NSD AS บริษัทสัญชาตินอร์เวย์ ซึ่งกระบวนการเสร็จสมบูรณ์ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม หลังสิ้นสุดไตรมาสแรกของปีบัญชี ส่งผลให้ H100 ได้รับ Bitcoin เพิ่มขึ้นอีก 2,455.37 BTC ดันยอดการถือครอง Bitcoin รวมของกลุ่มบริษัทเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจาก 1,051.03 BTC พุ่งขึ้นไปแตะ 3,506.4 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ ประมาณ 220.55 ล้านดอลลาร์

ข้อมูลจาก BitcoinTreasuriesNET ระบุว่า ตัวเลขดังกล่าว ส่งผลให้ H100 ขึ้นมารั้งอันดับ 2 ในทวีปยุโรป เป็นรองเพียง Bitcoin Group ของประเทศเยอรมนีที่ถือครอง Bitcoin อยู่จำนวน 3,605 BTC  นอกจากนี้ยังส่งให้บริษัทจัดอยู่ในอันดับที่ 26 ของโลก ในกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่ถือครอง BTC อีกด้วย

รายงานตัวเลขขาดทุนทางบัญชี แต่รายได้จากการดำเนินงานยังคงมั่นคง

ในด้านงบการเงิน บริษัทบันทึกผลขาดทุนก่อนหักภาษีในไตรมาสที่ 2 (เมษายน-มิถุนายน) ที่ 98 ล้านโครนาสวีเดน หรือประมาณ 10.39 ล้านดอลลาร์ และผลขาดทุนก่อนหักภาษีรวมครึ่งปีแรกอยู่ที่ 253 ล้านโครนาสวีเดน หรือประมาณ 26.84 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม H100 ชี้แจงว่า ผลขาดทุนส่วนใหญ่ ประมาณ 93.3 ล้านโครนาในไตรมาสที่ 2 และ 241.8 ล้านโครนาในครึ่งปีแรก เกิดจากการด้อยค่าของมูลค่า Bitcoin ทางบัญชี ซึ่งไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกระแสเงินสดจริงของกลุ่มบริษัทแต่อย่างใด

ขณะที่รายได้จากการดำเนินงาน ในไตรมาส 2 อยู่ที่ 3 ล้านโครนา ประมาณ 318,282 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งทรงตัว เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และส่งผลให้รายได้รวมครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นเป็น 6.1 ล้านโครนา ประมาณ 647,174 ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวดีขึ้นจาก 5.8 ล้านโครนาในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

H100 มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มที่เหนือกว่าแค่การสะสม Bitcoin

H100 เป็นบริษัทผู้พัฒนาแพลตฟอร์มเทคโนโลยีสุขภาพที่ให้บริการเครื่องมือดิจิทัลและระบบอัตโนมัติด้วย AI สำหรับผู้เชี่ยวชาญ เช่น เทรนเนอร์ส่วนบุคคล ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีการเงิน (Fintech) สำหรับตลาดการซื้อขายและอนุพันธ์

โดยหุ้นของบริษัทเปิดทำการซื้อขายอยู่ในตลาด NGM Nordic SME ภายใต้ชื่อย่อ “H100” และมีจำนวนผู้ถือหุ้นรวมประมาณ 4,100 ราย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2026 

ซึ่ง Eirik Grottum ที่เข้าดำรงตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ได้อธิบายถึงกลยุทธ์ทางธุรกิจว่า “ธุรกิจ Treasury ได้วิวัฒนาการและเติบโตเต็มที่ขึ้นเรื่อย ๆ ในปัจจุบัน 

แค่การออกหุ้นกู้หรือระดมทุนเพื่อนำมาสะสม Bitcoin เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป แต่เราจำเป็นต้องสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ Bitcoin ที่ถือครองอยู่ ผ่านการจัดสรรเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ การดำเนินกิจกรรมในตลาดทุน การควบรวมกิจการ (M&A) หรือการสร้างกระแสเงินสดจากกิจกรรมทางธุรกิจ” 

พร้อมกล่าวเสริมว่า การผสานรวมแพลตฟอร์มตลาดทุน เข้ากับธุรกิจการลงทุนและการเทรดที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี จะช่วยสร้างโอกาสที่ไม่สามารถหาได้จากแค่การถือครอง Bitcoin เพียงอย่างเดียว

ที่มา : coinpost


มุมมองผู้เขียน : ตัวเลขขาดทุนทางบัญชีของ H100 ไม่ใช่เรื่องน่าตกใจสำหรับบริษัทที่เลือกยึดกลยุทธ์ Bitcoin Treasury เพราะเป็นผลจากความผันผวนของราคาเหรียญ Bitcoin ที่ยังไม่ได้ขายออกไปจริง สิ่งที่น่าติดตามมากกว่าคือ ทิศทางใหม่ภายใต้ซีอีโอคนใหม่ ที่ประกาศชัดว่าจะไม่หยุดอยู่แค่การถือครอง Bitcoin แต่จะพยายามหารายได้เพิ่มผ่านกิจกรรมตลาดทุนและการควบรวมกิจการ