สรุปข่าว
- ราคา Bitcoin ทะยานทะลุ 72,000 ดอลลาร์ในวันพฤหัสบดี สูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน หลังปรับตัวขึ้นเกือบ 15% ภายในไม่กี่วัน ส่งผลให้สัญญาฝั่ง Short ถูกล้างพอร์ตไปกว่า 3 พันล้านดอลลาร์ ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021
- นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งเตือนว่า แรงพุ่งนี้มาจาก Short Squeeze เป็นหลัก ไม่ใช่แรงซื้อจริงที่ยั่งยืน ขณะที่อีกฝั่งมองว่า นี่คือสัญญาณยืนยันว่าจุดต่ำสุดของตลาดผ่านพ้นไปแล้ว
- ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตาคือ ทิศทางนโยบายการเงินของ Fed และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว ซึ่งจะเป็นตัวชี้ชะตาว่า ราคาจะไปต่อหรือย่อกลับ
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
แม้ตัวเลขเงินไหลเข้ากองทุน ETF และแรงล้างพอร์ตฝั่ง Short จะดูเป็นบวกในระยะสั้น แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายรายเตือนตรงกันว่า โมเมนตัมรอบนี้ยังพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นแรงซื้อที่แท้จริง ตราบใดที่ดัชนีชี้วัดอย่าง Bull Score ของ CryptoQuant ยังไม่กลับเป็นขาขึ้น และ Fed ยังไม่ส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินที่ชัดเจน ตลาดจึงมีโอกาสแกว่งตัวในกรอบมากกว่าจะทะลุขึ้นต่อเนื่องในทันที
ตลาดคริปโทฯ เดือดอีกครั้ง เมื่อราคา Bitcoin (BTC) ติดเครื่องพุ่งทะยานทะลุระดับ 72,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำสถิติสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
การพุ่งขึ้นเกือบ 15% ภายในเวลาไม่กี่วันได้สร้างปรากฏการณ์ “ล้างเลือด” ขาลง โดยกวาดล้างโพสิชันฝั่ง Short ของนักลงทุนไปมูลค่ามหาศาลกว่า 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการล้างพอร์ตฝั่ง Short ครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2021 สอดรับกับกระแสเงินทุนที่ไหลเข้ากองทุน Spot Bitcoin ETF สูงถึง 517 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในวันเดียว
เบื้องหลังแรงส่งมหาศาลนี้ Julio Moreno หัวหน้าฝ่ายวิจัยจาก CryptoQuant ชี้ว่าเกิดจาก 2 ปัจจัยเร่งสำคัญ ได้แก่ การที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ เดินหน้ารับซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาว ซึ่งตลาดตีความว่าเป็นการอัดฉีดสภาพคล่อง ผนวกกับกระแสข่าวที่ โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอแนวคิดให้รัฐบาลสหรัฐฯ เข้ากว้านซื้อ Bitcoin เป็นทุนสำรอง
แต่ท่ามกลางความตื่นเต้นของตลาด เหล่านักวิเคราะห์กลับออกมาเบรกความร้อนแรง โดยเตือนว่านี่อาจเป็นเพียง “ภาพลวงตา” จากการถูกบังคับปิดโพซิชันชอร์ต (Short Squeeze) ไม่ใช่แรงซื้อที่ยั่งยืน
Nicolai Sondergaard จาก Nansen และ Adam McCarthy จาก Lo:Tech ประเมินตรงกันว่า การพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงส่วนใหญ่เกิดขึ้นภายในเวลาเพียงชั่วโมงเดียว หมายความว่า “เชื้อเพลิงจากการล้างพอร์ตถูกใช้ไปจนหมดแล้ว” ดังนั้นก้าวต่อไปของราคาจะต้องพึ่งพา “แรงซื้อจริง” ในตลาด Spot เท่านั้น หากไม่มีเม็ดเงินใหม่เข้ามาหนุน ราคาก็เสี่ยงที่จะม้วนตัวกลับลงมาอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของตลาดยังคงมีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป ฝั่งที่มองบวกอย่าง Ishmael Asad จาก Bitwise เชื่อมั่นว่า “จุดต่ำสุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว” โดยคาดว่าตลาดจะแกว่งตัวออกข้าง Sideways หรือค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นเพื่อรอความชัดเจนทางกฎหมาย อย่างเช่นร่างกฎหมาย Clarity Act ในเดือนกันยายน
สุดท้าย James Butterfill หัวหน้าฝ่ายวิจัยจาก CoinShares สรุปภาพรวมว่า แม้สภาพแวดล้อมจะดูเป็นใจ แต่ตลาดยังคงอยู่ในกรอบจำกัด เนื่องจากขาใหญ่ยังไม่ได้เข้าสะสมอย่างจริงจัง โดยด่านทดสอบหินของฝั่งขาขึ้นคือแนวต้าน 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะผ่านไปได้ก็ต่อเมื่อมีสัญญาณไฟเขียวจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ว่าจะไม่มีการตึงดอกเบี้ยเพิ่มเติม เพราะตราบใดที่เงินเฟ้อยังคงสูง นโยบายการเงินที่เข้มงวดก็จะเป็นหอกข้างแคร่ที่พร้อมจะสกัดกั้นสภาพคล่องและฉุดรั้งราคา Bitcoin ไว้ได้เสมอ
ที่มา : decrypt
มุมมองผู้เขียน : ระดับ 80,000 ดอลลาร์คือด่านทดสอบที่แท้จริงของรอบนี้ หาก Bitcoin สามารถยืนเหนือระดับดังกล่าวได้พร้อมกับแรงซื้อสะสมจากนักลงทุนสถาบันที่เพิ่มขึ้นจริง นั่นจะเป็นหลักฐานที่หนักแน่นกว่า การดีดตัวจาก Short Squeeze มาก

