สรุปข่าว
- Glassnode เผยว่านักเทรดหันมาใช้ Stablecoin เป็นหลักประกันแทน Bitcoin มากขึ้น จนทำให้สัดส่วนสัญญาที่ค้ำด้วย BTC หดตัวเหลือเพียง 12%
- การเปลี่ยนผ่านนี้ช่วยอุดช่องโหว่ความเสี่ยงที่มูลค่าหลักประกันจะหดตัวลงพร้อมกับพอร์ตที่ขาดทุนในช่วงตลาดขาลง ซึ่งสะท้อนถึงวุฒิภาวะของตลาดที่เติบโตขึ้นมาก
- แม้การใช้เงินดอลลาร์ค้ำประกันจะมีเสถียรภาพมากกว่า แต่ตราบใดที่นักลงทุนยังใช้เลเวอเรจ ตลาดก็จะยังคงเผชิญกับการล้างพอร์ตและความผันผวนจากการเก็งกำไร
แนวโน้มผลกระทบ:
Glassnode เผยแพร่ข้อมูลเชิงโครงสร้างที่น่าสนใจของตลาดฟิวเจอร์ส Bitcoin โดยชี้ให้เห็นว่านักเทรดในปัจจุบันได้ละทิ้งการใช้ Bitcoin เป็นหลักประกันและหันมาซบ Stablecoin แทน ส่งผลให้สัดส่วนสัญญาที่ค้ำด้วย BTC ร่วงลงเหลือเพียง 12% จากที่เคยครองตลาดเกือบ 100% อย่างไรก็ตาม แม้โครงสร้างพื้นฐานของตลาดจะมีความมั่นคงและปลอดภัยมากขึ้น แต่การใช้เลเวอเรจสูงยังคงเป็นดาบสองคมอยู่ดีไม่ต่างจากอดีต
Glassnode บริษัทด้านการวิเคราะห์ข้อมูลคริปโทฯ ได้มีการเผยแพร่ข้อมูลใหม่ที่มีความน่าสนใจซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดฟิวเจอร์ส Bitcoin และอาจเป็นชิ้นส่วนสำคัญที่ทำให้เห็นการเคลื่อนไหวของราคาในมุมมองที่กว้างมากขึ้น
ข้อมูลพบว่านักเทรดส่วนใหญ่ได้หันไปนิยมใช้ Stablecoins เป็นหลักประกันในการเปิดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแทนการใช้ Bitcoin ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนนี้หดตัวลงจนเหลือเพียงประมาณ 12% ของทั้งตลาด ต่างจากในช่วงปี 2019 ถึง 2020 ที่การเปิดโพซิชันฟิวเจอร์สเกือบ 100% จะต้องใช้ตัวเหรียญ Bitcoin เอง

เหตุผลสำคัญของการเปลี่ยนผ่านนี้ ทำไปเพื่อหลีกเลี่ยงวงจรย้อนกลับที่เป็นอันตราย เนื่องจากหากใช้ Bitcoin เป็นหลักประกัน เมื่อราคาร่วงลง มูลค่าของหลักประกันจะลดลงทันทีในจังหวะเดียวกับที่กำลังขาดทุน เป็นการยิ่งเร่งให้เกิดการถูกบังคับล้างพอร์ตได้อย่างรวดเร็ว
การเปลี่ยนมาใช้หลักประกันเป็นดอลลาร์ที่นิ่งกว่า สะท้อนถึงการเติบโตและการเข้าสู่ตลาดของนักลงทุนสถาบัน ดังจะเห็นได้จากการเปิดบริการเทรดอนุพันธ์ใหม่ๆ และกองทุน Bitcoin ETF ที่ดึงดูดเงินทุนไหลเข้าได้สูงถึง 854 ล้านดอลลาร์ภายในเวลาอันสั้น
อย่างไรก็ดี แม้โครงสร้างตลาดจะปรับมาใช้หลักประกันที่มีเสถียรภาพมากขึ้น แต่ความเสี่ยงจากการใช้เลเวอเรจสูงก็ยังคงทำให้เกิดความผันผวนรุนแรงได้เสมอ
ปรากฏการณ์ล้างพอร์ตในช่วงที่ผ่านมาและการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของหลักประกันจึงไม่ได้มีความสัมพันธ์เชิงเหตุผลโดยตรงต่อกัน แต่เป็นเครื่องตอกย้ำว่า ไม่ว่าหลักประกันจะเป็นรูปแบบใด เลเวอเรจก็ยังคงเป็นเลเวอเรจ และหลักประกันดอลลาร์ไม่สามารถป้องกันผลกระทบจากการเก็งกำไรระยะสั้นที่มีความเสี่ยงสูงได้
ตลาด Bitcoin ในปัจจุบันจึงสะท้อนภาพสองด้านที่คู่ขนานกัน ด้านหนึ่งคือโครงสร้างพื้นฐานของตลาดที่ค่อยๆ พัฒนาไปอย่างมั่นคงขึ้น และอีกด้านคือความผันผวนและการล้างพอร์ตรายวันที่เกิดจากการเก็งกำไรระยะสั้น
ที่มา: Decrypt
มุมมองผู้เขียน : ตราบใดที่ระบบยังเปิดกว้างให้นักเทรดรายย่อยเข้าถึงการใช้เลเวอเรจสูงลิบลิ่วได้ การล้างพอร์ตเป็นหมู่คณะก็จะยังคงเป็นปัจจัยหลักที่คอยสร้างความผันผวนรุนแรงให้ตลาดต่อไป

