สรุปข่าว
- Bitcoin แตะระดับ $81,000 ชั่วคราวเมื่อ 25 สิงหาคม ก่อนถูกแรงขายดึงกลับมาที่แถว $80,000 ซึ่งเป็นจุดวัดใจสำคัญก่อนไปต่อสู่เป้าหมาย $100,000
- ข้อมูล UTXO Realized Price Distribution ชี้ว่า มีเหรียญเกือบ 975,000 BTC ถูกซื้อไว้ในโซน $83,307-$84,569 ทำให้กลายเป็นกำแพงแรงขายที่แข็งแกร่ง ขณะที่กำไรนักเทรดบนเชนพุ่งแตะ 25% ซึ่งในอดีตมักนำไปสู่แรงเทขายทำกำไร
- กระแสเงินไหลเข้า Spot Bitcoin ETF สัปดาห์ที่ผ่านมาแตะเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์ แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 10 เดือน และตลาดยังรอลุ้นการโหวตร่างกฎหมาย CLARITY Act ในเดือนกันยายน
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
ภาพรวมตอนนี้เป็นการดึงกันระหว่างสองแรง ฝั่งหนึ่งคือ กำแพงแรงขายหนาแน่นแถว $83,000-$84,500 บวกกับกำไรนักเทรดที่สูงจนเสี่ยงเจอแรงเทขาย ส่วนอีกฝั่งคือเงินทุนไหลเข้า ETF ที่แข็งแกร่งและปัจจัยกฎหมายที่กำลังจะมาในเดือนหน้า ทำให้ตลาดน่าจะแกว่งตัวอยู่ในกรอบ ก่อนเลือกทาง โดยระดับ $80,000 จะเป็นตัวชี้ชะตาว่า ท้ายที่สุดแล้วรอบนี้จะไปทางไหน
ราคา Bitcoin ได้พุ่งขึ้นไปแตะระดับ 81,000 ดอลลาร์สหรัฐ ชั่วคราว เมื่อวันที่ 25 สิงหาคมที่ผ่านมา ก่อนจะถูกแรงขายดึงกลับลงมาเคลื่อนไหวแถว ระดับ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งระดับราคานี้ถือเป็นจุดวัดใจสำคัญสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาจังหวะสะสม ก่อนที่ราคา Bitcoin จะมุ่งหน้าสู่เป้าหมายใหญ่ที่ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐในอนาคต
หากพิจารณากราฟราคาในปัจจุบัน จะพบว่า ราคายังคงเคลื่อนไหวเดินตามแพทเทิร์นเดิมคล้ายกับช่วงจุดต่ำสุดของตลาดในปี 2022
ในตอนนั้น Bitcoin ได้พยายามหลุดออกจากแนวโน้มขาลง แล้วพุ่งขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมของเดือนสิงหาคม ก่อนจะย่อตัวลงมาพักฐานแถว 20,000 ดอลลาร์สหรัฐ แล้วหลังจากนั้น จึงค่อยเปิดฉากเดินหน้าเข้าสู่สภาวะขาขึ้นอย่างเป็นทางการ
หากนำรูปแบบในอดีตนี้มาประยุกต์ใช้ จะพบว่า จุดสูงสุดเมื่อเดือนพฤษภาคม 2026 แถว 83,000 ดอลลาร์สหรัฐ คือด่านแนวต้านสำคัญถัดไป ซึ่งหากมีการย่อตัวลงมา ก็จะกลายเป็นโอกาสทองในการเข้าสะสมเหรียญ ก่อนที่ราคาจะดีดตัวขึ้นรอบใหม่
อย่างไรก็ตาม การจะผ่านด่านนี้ไปได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีตัวชี้วัดทางเทคนิคหลายตัวยืนยันตรงกันว่า เป็นโซนแนวต้านที่แข็งแกร่งและผ่านยากมาก
สัญญาณเตือนทางเทคนิค และระดับแนวรับสำคัญ
ข้อมูลจากดัชนี UTXO Realized Price Distribution (URPD) ชี้ให้เห็นว่า มี Bitcoin จำนวนเกือบ 975,000 BTC ถูกเข้าซื้อในช่วงราคาระหว่าง $83,307 ถึง $84,569 ส่งผลให้โซนราคานี้ กลายเป็นกำแพงแรงขายขนาดใหญ่ ที่ราคา Bitcoin จำเป็นต้องฝ่าไปให้ได้ ก่อนจะเกิดการพุ่งขึ้นรอบใหม่
ปัจจัยที่สองคือ อัตรากำไรของนักเทรดบนบล็อกเชนที่พุ่งสูงขึ้นมาแตะระดับ 25% ซึ่งตลอดช่วงปีที่ผ่านมา กำไรที่สูงระดับนี้มักเป็นชนวนจุดกระแสแรงเทขายทำกำไร จนส่งผลให้ราคาเกิดการปรับฐานในระยะสั้นตามมาเสมอ
และดูเหมือนว่า กลุ่มเจ้ามือ จะเริ่มเปิดฉากเทขายทำกำไรไปบ้างแล้ว โดยมีมูลค่ากำไรที่รับรู้จริงพุ่งสูงถึงประมาณ 88 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
หากแรงเทขายยังคงดำเนินต่อไป แนวรับสำคัญถัดไปจากการวิเคราะห์ของ URPD จะลงไปอยู่ที่ช่วง $76,996 ถึง $78,258 และถัดไปที่ระดับ $63,111 ซึ่งแม้จะเป็นภาพของราคาที่ย่อตัวลงมา แต่นักวิเคราะห์มองว่า นี่คือโซนจุดเข้าซื้อที่คุ้มค่าและได้เปรียบที่สุด
อย่างไรก็ตาม หากราคา Bitcoin สามารถปิดแท่งเทียนรายวัน และรายสัปดาห์ยืนเหนือระดับ $80,000 ได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะเป็นการยืนยันสัญญาณการกลับตัวเป็นขาขึ้นที่แข็งแกร่งอย่างมาก
ปัจจัยพื้นฐานหนุนตลาด และวาระสำคัญในเดือนกันยายน
ในด้านปัจจัยพื้นฐาน กองทุน Spot Bitcoin ETF ที่มียอดเงินทุนไหลเข้าสุทธิสูงถึงประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็นับเป็นผลงานรายสัปดาห์ที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 10 เดือน
โดยเงินทุนที่ไหลเข้ามหาศาลนี้ เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยดันราคา Bitcoin ในช่วงที่ผ่านมา และคาดว่า ตลาดจะได้รับแรงหนุนเชิงบวกเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง จากการลงมติพิจารณาร่างกฎหมาย CLARITY Act ที่กำลังจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายนนี้
ที่มา : coinpedia
มุมมองผู้เขียน : ถ้า Bitcoin ยังปิดแท่งเทียนรายสัปดาห์เหนือ $80,000 ได้ต่อเนื่อง โอกาสไปทดสอบ $83,000 อีกครั้งมีสูง แต่ก็ไม่ควรมองข้ามความเสี่ยงจากกำไรนักเทรดที่แตะระดับสูงในรอบปี เพราะประวัติศาสตร์บอกเราว่าโซนแบบนี้มักตามมาด้วยแรงเทขายเสมอ

