bitkub-banner

Ethena พุ่งแรงเกือบ 30%ในวันเดียว รับข่าวโหวต Buy Back เหรียญ ENA

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ENA พุ่งขึ้นกว่า 28.3% หลังตลาดตอบรับแผนปรับ Tokenomics ที่มุ่งลดแรงขายจากการปลดล็อกเหรียญของนักลงทุนยุคแรก
  • จุดสำคัญอยู่ที่ Fee Switch ซึ่งเสนอให้นำรายได้สุทธิส่วนใหญ่ของ Ethena ไปซื้อ ENA คืน หาก USDe เติบโตถึงเป้าหมายที่กำหนด
  • ความท้าทายยังอยู่ที่ USDe เพราะแผน Buy Back จะมีความหมายมากขึ้นก็ต่อเมื่อ USDe กลับมาเติบโตและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มผลกระทบ: Bullish

Ethena กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง โดยราคา ENA พุ่งขึ้นกว่า 28.3% จากความคาดหวังต่อการปรับ Tokenomics ครั้งใหญ่ ทั้งการลดแรงขายจากเหรียญที่ปลดล็อกและแผน Fee Switch ที่อาจนำรายได้ของโปรโตคอลไปซื้อเหรียญคืน หาก USDe เติบโตตามเป้าหมาย แม้แนวคิดดังกล่าวจะช่วยเปลี่ยนมุมมองต่อ ENA ได้ แต่โจทย์สำคัญยังอยู่ที่การฟื้นตัวของ USDe ซึ่งเป็นหัวใจของการสร้างรายได้และแรงซื้อในระยะต่อไป

Ethena (ENA) โปรเจกต์ผู้อยู่เบื้องหลัง USDe ดอลลาร์สังเคราะห์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนให้ผู้ถือ กลับมาเป็นหนึ่งในเหรียญที่ร้อนแรงที่สุดของตลาดคริปโต หลังราคาพุ่งขึ้นกว่า 28.3% จากวันก่อนหน้า มาเคลื่อนไหวบริเวณ 0.1881 ดอลลาร์ ฟื้นตัวจากจุดต่ำกว่า 0.150 ดอลลาร์ในช่วงเช้าของเมื่อวาน และติดอันดับเหรียญที่ปรับตัวโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม Top 100

แรงซื้อครั้งนี้เกิดขึ้นหลัง Ethena เดินหน้าปรับโครงสร้าง Tokenomics ครั้งใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาที่กดดันเหรียญ ENA มานาน ทั้งแรงขายจากการปลดล็อกเหรียญของนักลงทุนยุคแรก และคำถามว่า รายได้ของโปรโตคอลจะสร้างมูลค่ากลับมาสู่ผู้ถือ ENA ได้อย่างไร

Ethena Foundation ระบุว่า ได้เข้าซื้อเหรียญที่ยังถูกล็อกไว้จากนักลงทุน Seed รายใหญ่บางส่วน พร้อมเร่งปลดล็อกเหรียญส่วนที่เหลือของนักลงทุนยุคแรก เพื่อยุติแรงขายแบบรายเดือนจากกลุ่ม VC

ขณะเดียวกัน ตลาดกำลังจับตาข้อเสนอ “Fee Switch” ที่อยู่ระหว่างการโหวต หากปริมาณหมุนเวียนของ USDe เติบโตถึงเป้าหมายแรกที่ 7.5 พันล้านดอลลาร์ รายได้สุทธิ 95% จากธุรกิจภายใต้แบรนด์ Ethena จะถูกนำไปซื้อ ENA คืนผ่านระบบอัตโนมัติ ส่วนอีก 5% จะถูกใช้สนับสนุนการเติบโตของระบบนิเวศ

แผนดังกล่าวถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะ Ethena กำลังพยายามเชื่อมการเติบโตของธุรกิจเข้ากับแรงซื้อของ ENA โดยตรง

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังอยู่ที่การฟื้นตัวของ USDe ซึ่งเคยมีอุปทานใกล้ 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ ก่อนลดลงต่ำกว่า 5 พันล้านดอลลาร์ หลังตลาดคริปโตชะลอตัว เนื่องจากรายได้ส่วนหนึ่งของระบบมาจาก Funding Rate ในตลาดอนุพันธ์ที่ลดลงตามความต้องการเก็งกำไร

Ethena จึงเริ่มขยายแหล่งการเติบโตใหม่ ล่าสุดประกาศวงเงิน 1 พันล้านดอลลาร์ร่วมกับ FalconX เพื่อเปิดทางให้นำสินทรัพย์ค้ำประกันของ USDe ไปปล่อยกู้แก่สถาบันในรูปแบบที่มีหลักประกันสูงกว่ามูลค่าหนี้ 

นอกจากนี้ยังสร้างความร่วมมือกับสถาบันรายใหญ่ โดย Janus Henderson เข้าลงทุนใน ENA และกำลังศึกษาการจัดจำหน่าย USDe ขณะที่ Coinbase เปิดตัวผลิตภัณฑ์เงินออมร่วมกับ Ethena และบริษัทร่วมลงทุนในเครือก็เข้าซื้อ ENA เช่นกัน

การปรับตัวขึ้นของ ENA จึงไม่ได้สะท้อนเพียงความคาดหวังต่อข่าว Buy Back เหรียญ แต่ยังเป็นการเดิมพันว่า Ethena จะสามารถสร้างโมเดลที่ทำให้การเติบโตของ USDe และรายได้ของโปรโตคอล ส่งต่อมูลค่ากลับมายังผู้ถือโทเคนได้จริงหรือไม่

หากแผน Fee Switch ได้รับการอนุมัติและ USDe กลับมาเติบโต ENA อาจเปลี่ยนจากเหรียญที่ตลาดกังวลเรื่องแรงขาย มาเป็นเหรียญที่ได้รับแรงซื้อจากการเติบโตของธุรกิจเอง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ตลาดกำลังเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้น

ที่มา:coindesk


มุมมองผู้เขียน: Ethena อาจจะกำลังเดินมาถูกทางในการแก้ปัญหาที่ตลาดกังวลมานาน เพราะ Tokenomics ที่ดีควรทำให้ผู้ถือเหรียญได้รับประโยชน์จากการเติบโตของโปรโตคอลจริง ๆ แต่หลังราคาวิ่งขึ้นแรง ตลาดจะเริ่มมองข้ามเรื่องเล่าต่าง ๆ และจับตาตัวเลขการเติบโตของ USDe มากขึ้น หากอุปทานและรายได้กลับมาได้ตามแผน ENA อาจมีโอกาสสร้างแรงสนับสนุนระยะยาว แต่หาก USDe ยังไม่ฟื้น การพุ่งขึ้นครั้งนี้ก็อาจเป็นเพียงการตอบรับความคาดหวังในระยะสั้น