bitkub-banner

Bitkub ผนึก 15 พันธมิตร ลุยทดสอบ THB Programmable Payment เฟส 2 ดัน “บาทดิจิทัล” สู่การใช้งานจริง 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี ประกาศเข้าร่วมโครงการทดสอบ THB Programmable Payment Phase 2 ภายใต้กรอบ Enhanced Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยจับมือพันธมิตรธุรกิจถึง 15 ราย
  • วางแผนพัฒนา 4 Use Cases ครอบคลุมการชำระซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล, บริการ Escrow, การเชื่อมต่อข้ามเชนไปยัง Base Chain และการเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการ Payment Gateway อย่าง Chillpay และ InwPay
  • ต่อยอดจากผลสำเร็จของการทดสอบรอบแรกในปี 2568 ที่ไม่มีดาวน์ไทม์เกิดขึ้นเลยตลอดโครงการ โดยใช้ KUB Chain และ KUB Wallet เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral

ข่าวนี้เป็นความคืบหน้าเชิงกลยุทธ์ด้านโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่สะท้อนความน่าเชื่อถือและความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลอย่าง ธปท. แต่ยังอยู่ในขั้นตอนวางแผนและพัฒนา ผลกระทบต่อราคา KUB coin ในระยะสั้นจึงมีแนวโน้มจำกัด

ในวันนี้ บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด ได้ประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญ ด้วยการเดินหน้าเข้าร่วมโครงการทดสอบนวัตกรรมทางการเงิน THB Programmable Payment Phase 2 ภายใต้กรอบ Enhanced Regulatory Sandbox ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)  

การกลับมาในเฟส 2 นี้ บิทคับ บล็อคเชนฯ ไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่ได้ขยายความร่วมมือครั้งใหญ่กับพันธมิตรธุรกิจถึง 15 ราย ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมค้าปลีก ความงาม การศึกษา ไลฟ์สไตล์ ไปจนถึงสายเทคฯ และฟินเทค โดยเป้าหมายหลักคือการนำโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินบนบล็อกเชนมาต่อยอดสู่การใช้งานจริง ผ่าน 4 โปรเจกต์นำร่อง หรือ Use Cases ที่กำลังอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม 

คุณภาสกร ปานนอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด เปิดเผยว่า การก้าวเข้าสู่เฟส 2 นับเป็นหมุดหมายสำคัญที่ต่อยอดจากความสำเร็จในเฟสแรกเมื่อปี 2568 รอบนี้บริษัทจะเปิดกว้างให้มีการประยุกต์ใช้บล็อกเชนร่วมกับพันธมิตรในมิติที่หลากหลายมากขึ้น ภายใต้แผนงานเบื้องต้น จะมีการใช้ KUB Chain เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลัก และใช้ KUB Wallet เป็นกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อรองรับการทำธุรกรรมด้วยเหรียญ THBK ตลอดการทดสอบนี้

โครงการที่ 1 การใช้ THB Programmable Payment ในการชำระซื้อขายสินทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล

ปัจจุบัน บิทคับ บล็อคเชนฯ และพันธมิตรได้วางกรอบการพัฒนาเบื้องต้นสำหรับ 4 โปรเจกต์หลัก โดยโครงการแรกคือการใช้ THB Programmable Payment ในการชำระซื้อขายสินทรัพย์ในรูปแบบดิจิทัล (Digital Asset Settlement) ซึ่งเป็นการนำเหรียญ THBK มาใช้ชำระราคา เพื่อประเมินความสามารถของระบบในการรองรับเงื่อนไขและกระบวนการชำระเงินบนบล็อกเชน ถือเป็นการต่อยอดจากกรณีศึกษาในเฟสแรกให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น 

โครงการที่ 2 Escrow Service สำหรับการเคลม และชำระราคาค่าสินค้าและบริการ

โครงการที่สองคือการพัฒนาระบบคนกลางพิทักษ์เงิน หรือ Escrow Service สำหรับการเคลมและชำระราคาค่าสินค้าและบริการ โดยใช้ Smart Contract ทำหน้าที่ถือเงินไว้จนกว่าการซื้อขายจะเสร็จสมบูรณ์ 

ไฮไลต์สำคัญคือการดึง Villa Market ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกมาร่วมทดสอบ ซึ่งจะครอบคลุมตั้งแต่การจ่ายเงินด้วย THBK ผ่าน KUB Wallet ไปจนถึงการเคลมและชำระราคาแบบอัตโนมัติ 

โครงการที่ 3 การใช้ THBK ระหว่าง KUB Chain กับบล็อกเชนอื่นที่เข้าร่วมโครงการ

สำหรับโครงการที่สาม มีแผนศึกษาและพัฒนาการเชื่อมต่อ THBK ระหว่าง KUB Chain กับเครือข่ายบล็อกเชนอื่นที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อประเมินความสามารถในการทำงานร่วมกันระหว่างโครงสร้างพื้นฐานที่แตกต่างกัน (Interoperability)

โดยแนวทางดังกล่าวเป็นการต่อยอดจากเฟสแรก ซึ่งบริษัทฯ ได้ทดสอบการโอน THBK ข้ามเครือข่ายและการนำ THBK ไปใช้ประโยชน์ภายในระบบนิเวศของ JFIN Chain 

ในเฟส 2 นี้จึงขยายสเกลเตรียมเชื่อมต่อ THBK ข้ามไปยังระบบนิเวศของ Base Chain เพื่อพิสูจน์การทำงานข้ามโครงสร้างพื้นฐานที่ต่างกัน โดยมี True Money เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรสำคัญในการทดสอบครั้งนี้ด้วย 

โครงการที่ 4 การใช้ THBK ในการชำระผ่านผู้ให้บริการ Payment Gateway

ส่วนโครงการที่ 4 โครงการนี้มีแผนศึกษาและพัฒนาการเชื่อมต่อ THBK เข้ากับระบบของผู้ให้บริการ Payment Gateway ที่ร้านค้าและภาคธุรกิจใช้งานอยู่แล้วจริง ๆ เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการใช้งานในโลกธุรกิจ โดยโปรเจกต์นี้ได้จับมือกับผู้ให้บริการชั้นนำอย่าง Chillpay และ InwPay เข้ามาร่วมขยายขอบเขตการทำงาน 

ทั้ง 4 โครงการนี้ยังอยู่ระหว่างการวางแผน ซึ่งรายละเอียดและกรอบเวลาอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความพร้อมและเกณฑ์ของ ธปท. แต่เป้าหมายสูงสุดคือ การสร้างระบบชำระเงินแห่งอนาคตที่ปลอดภัย เข้าถึงง่าย และใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน 

โดยคุณภาสกร กล่าวย้ำว่าการมีพันธมิตรถึง 15 ราย สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทฯ พร้อมแล้วที่จะเชื่อมโลกเทคโนโลยีเข้ากับโลกธุรกิจจริง และประสบการณ์จากเฟสแรกจะเป็นฐานรากที่แข็งแกร่งสำหรับการทดสอบใน Phase 2 ต่อไป 

ผลการทดสอบ Programmable Payment รอบแรกในปี 256

หากย้อนกลับไปในการทดสอบรอบแรกเมื่อปี 2568 บิทคับ บล็อคเชนฯ ได้สอบผ่าน 3 บททดสอบสำคัญมาแล้ว ทั้งการชำระราคาซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล การทำระบบ Escrow Payment และการโอน THBK ข้ามเครือข่ายไปใช้งานบน JFIN Chain ผลลัพธ์คือบริษัทสามารถทำได้ตาม KPI ทุกข้อ และระบบไม่มีช่วงเวลาดาวน์ไทม์เลยตลอดการทดสอบ การก้าวเข้าสู่ Phase 2 จึงถือเป็นการต่อยอดจากผลทดสอบทางเทคนิค ไปสู่การสร้างระบบนิเวศทางการเงินของไทยที่สมบูรณ์แบบและใช้งานได้จริงในเฟสถัดไป

ในส่วนของหมายเหตุและข้อสงวนสิทธิ์ที่สำคัญ บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด ขอย้ำว่าบริษัทไม่ใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. และการดำเนินงานทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของโครงการทดสอบภายใต้กรอบ Enhanced Regulatory Sandbox ของ ธปท. ตามขอบเขตและระยะเวลาที่กำหนดเท่านั้น โดยรายละเอียดของ 4 Use Cases อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้เสมอตามความพร้อม

นอกจากนี้ นวัตกรรม THBK คือหน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการชำระราคาที่กำหนดมูลค่าคงที่อิงกับเงินบาท โดย 1 THBK จะมีมูลค่าเท่ากับ 1 บาทเสมอ และมีกลไกหนุนหลังด้วยเงินฝากสกุลบาทเต็มจำนวน ภายใต้กรอบ Sandbox นี้ อนุญาตให้มีผู้เข้าร่วมทดสอบได้ไม่เกิน 3,000 คน โดยคาดว่าจะใช้เวลาทดสอบประมาณ 1 ปี

ท้ายที่สุด ผู้ใช้งานแต่ละรายจะถูกจำกัดวงเงินทำธุรกรรมไว้ที่ 50,000 ถึง 300,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับระดับการยืนยันตัวตน (KYC) ทั้งนี้ รายละเอียดแคมเปญและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ จะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ และพันธมิตรกำหนดไว้

หมายเหตุ

– บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด ไม่ใช่ผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต.

– การดำเนินงานดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการทดสอบ Programmable Payment ภายใต้กรอบ Enhanced Regulatory Sandbox ในขอบเขตและระยะเวลาที่กำหนด

– Use Cases ทั้ง 4 โครงการยังอยู่ระหว่างการวางแผนและพัฒนา โดยรายละเอียดและกำหนดการทดสอบอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความพร้อมและหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

– THBK เป็นนวัตกรรมสำหรับการชำระราคาสินค้าและบริการ ซึ่งได้รับการออกแบบเพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับบริการทางการเงินผ่านระบบ Programmable Payment ภายใต้ขอบเขตของโครงการทดสอบ

– THBK คือ หน่วยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ที่กำหนดมูลค่าคงที่โดยอิงกับมูลค่าเงินสกุลบาท ในอัตรา 1 THBK มีมูลค่าเท่ากับ 1 บาท โดยมีกลไกการรักษามูลค่าในรูปแบบเงินฝากสกุลบาทในจำนวนไม่น้อยกว่ามูลค่าของ THBK ที่ถูกสร้างขึ้น

– การทดสอบโครงการ Programmable Payment ภายใต้กรอบ Enhanced Regulatory Sandbox ในขอบเขตการใช้งานประเภทนี้ อนุญาตให้มีผู้เข้าร่วมทดสอบไม่เกิน 3,000 คน และคาดว่าจะมีระยะเวลาการทดสอบ 1 ปี หรือจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง

– แต่ละบัญชีผู้ใช้งานมีวงเงินทำธุรกรรมไม่เกิน 50,000–300,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับระดับการยืนยันตัวตน หรือ KYC ของผู้ใช้งาน

– รายละเอียดแคมเปญ ระยะเวลา สิทธิประโยชน์ และเงื่อนไขการรับคะแนนหรือคูปอง เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ และพันธมิตรกำหนด


มุมมองผู้เขียน : โครงการนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการวางแผนและพัฒนา จึงยังต้องติดตามกันต่อว่าแต่ละ Use Case จะเดินหน้าไปได้ไกลแค่ไหนภายในกรอบเวลาของ Sandbox แต่ที่น่าสนใจคือ การขยายพันธมิตรไปถึง Base Chain ซึ่งเป็นเชนที่มีผู้ใช้งานจำนวนมากในระดับโลก หากการเชื่อมต่อข้ามเชนทำได้จริงและราบรื่นเหมือนที่เคยทำกับ JFIN Chain มาก่อน อาจเป็นจุดที่ทำให้ KUB Chain ได้รับความสนใจในวงกว้างมากขึ้น