สรุปข่าว
- Grayscale ระบุว่า Zcash (ZEC) มีโอกาสแย่งส่วนแบ่งตลาดจาก Bitcoin ได้ แม้ปัจจุบันมูลค่าตลาดของ Zcash จะยังไม่ถึง 1% ของ Bitcoin เพราะสินทรัพย์ขนาดเล็กสามารถเติบโตได้มาก หากดึงเงินลงทุนจากผู้นำมาได้เพียงบางส่วน
- จุดแข็งที่ Grayscale มองว่า Zcash มีเหนือ Bitcoin คือ ความเป็นส่วนตัวทางการเงิน การพัฒนารับมือภัยคุกคามจากควอนตัมคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี Intents ที่ช่วยให้การใช้งานคริปโทฯ ง่ายขึ้น
- Grayscale ประเมินว่า หาก Zcash มีส่วนแบ่งตลาดเทียบเท่า 2% ของ Bitcoin ราคา ZEC อาจอยู่ที่ 1,622 ดอลลาร์ และหากเพิ่มเป็น 10% อาจแตะ 8,109 ดอลลาร์ แต่ย้ำว่านี่เป็นเพียงสถานการณ์สมมติ
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Grayscale Research ชี้ให้เห็นว่า Zcash อาจไม่จำเป็นต้องโค่น Bitcoin เพื่อสร้างการเติบโตครั้งใหญ่ เพราะแม้ Bitcoin จะครองตลาดสกุลเงินดิจิทัลถึง 93% แต่หาก Zcash สามารถดึงส่วนแบ่งมาได้เพียงเล็กน้อย มูลค่าของเหรียญก็อาจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดย Grayscale ชูจุดแข็ง 3 ด้าน ทั้งความเป็นส่วนตัว การเตรียมรับมือควอนตัมคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี Intents ซึ่งอาจทำให้ Zcash มีบทบาทที่แตกต่างจาก Bitcoin ในอนาคต
Grayscale Research มองว่า Zcash (ZEC) อาจมีโอกาสแย่งชิงส่วนแบ่งตลาดจาก Bitcoin (BTC) แม้ปัจจุบันทั้งสองสินทรัพย์จะมีมูลค่าตลาดห่างกันอย่างมาก โดยบริษัทชี้ว่า Zcash มีคุณสมบัติ 3 อย่างที่ Bitcoin ยังไม่มี และอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
Zach Pandl หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Grayscale ระบุว่า คู่แข่งในอดีตอย่าง Litecoin ไม่สามารถสู้กับ Bitcoin ได้ เพราะ Bitcoin มี Network Effect ที่แข็งแกร่ง และนักลงทุนจำนวนมากก็ไม่ได้กระจายการลงทุนไปยังเหรียญอื่นในกลุ่มเดียวกัน
ปัจจุบัน Bitcoin มีมูลค่าตลาดประมาณ 1.58 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ Zcash มีมูลค่าตลาดประมาณ 1.33 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือมีขนาดไม่ถึง 1% ของ Bitcoin
แต่สำหรับ Grayscale ช่องว่างนี้อาจไม่ได้หมายความว่า Zcash แข่งขันไม่ได้ เพราะหากสินทรัพย์ขนาดเล็กสามารถดึงส่วนแบ่งจากผู้นำได้เพียงเล็กน้อย ผลกระทบต่อมูลค่าของมันก็อาจมีนัยสำคัญทันที
3 สิ่งที่ Zcash มีแต่ Bitcoin ไม่มี
Pandl มองว่า Zcash ได้เปรียบจากการเป็นผู้เล่นที่เกิดขึ้นภายหลัง ทำให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีบางอย่างที่ Bitcoin ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับตั้งแต่แรก
อย่างแรกคือ ‘ความเป็นส่วนตัวทางการเงิน’ ซึ่งอาจมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่ AI และระบบเฝ้าระวังเข้ามามีบทบาทมากขึ้น
อย่างที่สองคือ การพัฒนาเพื่อรับมือภัยคุกคามด้านความปลอดภัย รวมถึงความเสี่ยงจากเทคโนโลยีควอนตัมคอมพิวเตอร์ ที่อาจกระทบต่อระบบเข้ารหัสแบบดั้งเดิมในยุคปัจจุบัน
และอย่างสุดท้ายคือ ‘เทคโนโลยี Intents’ ที่ช่วยให้ผู้ใช้ระบุเพียงว่า ต้องการทำอะไร แล้วให้ระบบจัดการขั้นตอนการทำธุรกรรมที่เหลือ ลดความซับซ้อนในการใช้งานคริปโทฯ
Pandl มองว่า Zcash จึงไม่จำเป็นต้องได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในฐานะสื่อกลางการชำระเงิน หากสามารถทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับถือครองสินทรัพย์แบบส่วนตัว และเชื่อมต่อกับบริการอื่นได้อย่างราบรื่น
หากแย่งส่วนแบ่งตลาดได้ 10% ราคา ZEC อาจแตะ 8,109 ดอลลาร์
Grayscale ยังสร้างแบบจำลองเพื่อประเมินว่า หากคุณสมบัติเหล่านี้ช่วยให้ Zcash ดึงส่วนแบ่งตลาดออกจาก Bitcoin ได้ มูลค่าของ ZEC อาจเปลี่ยนไปอย่างไรในช่วง 5 ปีข้างหน้า
บริษัทประเมินว่า หาก Zcash มีส่วนแบ่งตลาดเทียบเท่า 2% ของ Bitcoin ราคา ZEC อาจอยู่ที่ 1,622 ดอลลาร์ และหากส่วนแบ่งเพิ่มขึ้นเป็น 10% ราคาอาจแตะ 8,109 ดอลลาร์

เมื่อเทียบกับราคา ZEC ในปัจจุบันบริเวณ 790 ดอลลาร์ ตัวเลขดังกล่าวหมายถึงโอกาสเพิ่มขึ้นราว 105% และ 927% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม Grayscale ย้ำว่า ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงสถานการณ์สมมติ ไม่ใช่การทำนายเป้าราคาโดยตรง Zcash ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ขณะที่ Bitcoin ยังมีข้อได้เปรียบด้านความโปร่งใส ความเรียบง่าย และสภาพคล่อง
ทั้งนี้ Zcash อาจไม่จำเป็นต้องชนะ Bitcoin เพื่อเปลี่ยนสถานะของตัวเอง เพราะในตลาดที่ Bitcoin ครองอยู่ถึง 93% การแย่งส่วนแบ่งมาได้เพียงเล็กน้อย ก็อาจสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ให้กับ Zcash ได้เช่นกัน
ที่มา:beincrypto
มุมมองผู้เขียน: ประเด็นที่ต้องติดตามต่อคือ Zcash จะเปลี่ยนจุดแข็งทางเทคโนโลยีให้กลายเป็นการใช้งานจริงได้หรือไม่ เพราะท้ายที่สุดท้ายแล้ว ตลาดไม่ได้ให้มูลค่ากับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว หาก Zcash สามารถสร้างความต้องการจากคุณสมบัติที่แตกต่างได้จริง แม้ไม่ต้องแย่งตลาดจาก Bitcoin มากนัก ก็อาจมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมาก แต่หากความต้องการไม่เกิดขึ้นจริง ช่องว่างกับ Bitcoin ก็อาจยังคงห่างเหมือนเดิม

