bitkub-banner

Arthur Hayes หลายชาติทั่วโลกจะไม่ซื้อ Bitcoin เป็นทุนสำรอง แต่จะเลือกทองคำที่มีความเข้าใจมากกว่า

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Arthur Hayes มองว่านานาประเทศทั่วโลกจะ “ไม่มีวัน” ซื้อ Bitcoin มาเก็บเป็นทุนสำรองสำหรับเงินออมของประเทศ และยังคงเลือกทองคำที่ธนาคารกลางเข้าใจและใช้งานมานาน
  • แม้รัฐบาลอาจไม่ซื้อ Bitcoin แต่ Hayes ยังมองว่า Bitcoin มีบทบาทสำคัญในระบบการเงินโลก โดยเฉพาะในฐานะสินทรัพย์ที่ได้อานิสงส์จากการเพิ่มขึ้นของสภาพคล่องและการพิมพ์เงิน
  • มุมมองดังกล่าวสอดคล้องกับข้อมูลล่าสุดที่พบว่า ธนาคารกลางทั่วโลกยังเดินหน้าสะสมทองคำ โดยเดือนกรกฎาคมมีการซื้อสุทธิ 23 ตัน ขณะที่จีนซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Neutral

คำพูดของ Arthur อาจลดความคาดหวังเรื่อง “รัฐบาลทั่วโลกจะแห่ซื้อ Bitcoin” ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อสังเกตที่เคยถูกใช้สนับสนุนราคา BTC แต่ไม่ได้หมายความว่าเขามอง Bitcoin ในแง่ลบ เพราะ Arthur ยังคงเชื่อว่า Bitcoin มีศักยภาพสูงจากสภาพคล่องในระบบการเงินโลก ดังนั้นผลกระทบต่อราคาโดยตรงจึงน่าจะเป็นกลาง ขณะที่ตลาดอาจหันกลับไปให้ความสำคัญกับ ETF, เงินทุนสถาบันและนโยบายการเงินมากกว่า

Arthur Hayes มองรัฐบาลจะเลือก “ทองคำ” มากกว่า Bitcoin

Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้ง BitMEX และ CIO ของกองทุน Maelstrom แสดงความคิดเห็นกับ Bitcoin Magazine ว่า หลาย ๆ ประเทศทั่วโลกจะไม่เลือก Bitcoin เป็นสินทรัพย์สำหรับเก็บเป็นทุนสำรองของประเทศ แต่จะยังคงเลือก ทองคำเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่รัฐบาลและธนาคารกลางทั่วโลกเข้าใจวิธีการถือครองและบริหารความเสี่ยงมานานแล้ว

มุมมองดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่ Bitcoin กำลังวนอยู่ที่บริเวณ $77,000 ขณะที่ประเด็นเรื่องการนำ Bitcoin เข้าเป็นทุนสำรองของประเทศยังคงเป็นหนึ่งในหัวข้อที่ตลาดคริปโตจับตา โดยเฉพาะหลังหลายประเทศเริ่มศึกษาการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับภาครัฐ

Arthur จึงไม่ได้มองว่า Bitcoin จะเข้ามาแทนที่ทองคำในฐานะทุนสำรองของรัฐบาลโดยตรง แต่เห็นว่า Bitcoin อาจมีบทบาทในฐานะสินทรัพย์ทางการเงินอีกประเภทหนึ่งที่เติบโตไปพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของระบบการเงินโลก

ธนาคารกลางยังเดินหน้าซื้อทองคำต่อเนื่อง

ข้อมูลจากสภาทองคำโลกล่าสุดช่วยสนับสนุนมุมมองของ Arthur ในระดับหนึ่ง โดยธนาคารกลางทั่วโลกยังคงสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง

ในเดือนกรกฎาคม 2026 ธนาคารกลางทั่วโลกรายงานการซื้อทองคำสุทธิ 23 ตัน โดยจีนซื้อเพิ่มถึง 20 ตัน และโปแลนด์ซื้ออีก 8 ตัน ขณะที่จีนเดินหน้าซื้อทองคำเป็นเดือนที่ 21 ติดต่อกัน ส่งผลให้ความต้องการทองคำจากภาครัฐยังคงเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดทองคำ

ก่อนหน้านี้สภาทองคำโลกเปิดเผยผลสำรวจธนาคารกลางปี 2026 ว่า 89% ของผู้จัดการทุนสำรองที่ตอบแบบสอบถามคาดว่าทุนสำรองทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้า และ 45% คาดว่าสถาบันของตนเองจะเพิ่มการถือครองทองคำด้วย

นั่นสะท้อนว่าทองคำยังคงมีสถานะที่แข็งแกร่งในระบบทุนสำรองระหว่างประเทศ โดยเฉพาะในช่วงที่หลายประเทศต้องการกระจายความเสี่ยงจากเงินดอลลาร์และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์

Bitcoin ยังมีบทบาท แม้รัฐบาลจะไม่ซื้อ

อย่างไรก็ตาม การที่ Arthur ไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะซื้อ Bitcoin เป็นทุนสำรอง ไม่ได้แปลว่าเขามอง Bitcoin ในแง่ลบ

ก่อนหน้านี้ Arthur ยังคงแสดงมุมมองเชิงบวกต่อ Bitcoin อย่างต่อเนื่อง โดยเขามองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่ได้อานิสงส์จากการขยายตัวของสภาพคล่องในระบบการเงิน และหากธนาคารกลางทั่วโลกจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณเงินเพื่อรับมือกับปัญหาหนี้หรือความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ Bitcoin อาจเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีผลพลอยได้จากสิ่งนี้มากที่สุด

Arthur ยังเคยให้มุมมองว่า Bitcoin อาจขึ้นไปถึง 1 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 โดยมองว่าการพิมพ์เงินและการขยายสภาพคล่องเป็นปัจจัยสำคัญที่จะผลักดันราคาในระยะยาว

ดังนั้นจุดยืนของ Arthur จึงไม่ได้ขัดแย้งกันเสียทีเดียว กล่าวอีกนัยคือ รัฐบาลอาจเลือกทองคำ แต่ตลาดเอกชนและนักลงทุนยังสามารถเลือก Bitcoin ได้


คำพูดล่าสุดของ Arthur Hayes สะท้อนให้เห็นความแตกต่างระหว่าง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ลงทุน กับ Bitcoin ในฐานะทุนสำรองของรัฐบาล โดยเขามองว่ารัฐบาลทั่วโลกยังมีแนวโน้มเลือกทองคำ เพราะเป็นสินทรัพย์ที่คุ้นเคยและมีโครงสร้างรองรับมายาวนาน ขณะที่ข้อมูลล่าสุดก็พบว่าธนาคารกลางหลายประเทศยังคงเดินหน้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง

ส่วนตัวมองว่า การที่รัฐบาลไม่รีบซื้อ Bitcoin อาจไม่ได้เป็นข่าวร้ายสำหรับ BTC มากนัก เพราะปัจจัยสำคัญของ Bitcoin ในปัจจุบันไม่ได้ขึ้นอยู่กับการที่รัฐบาลต้องเข้ามาซื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีเงินทุนจาก ETF นักลงทุนสถาบัน และสภาพคล่องในระบบการเงินโลกเข้ามามีบทบาทด้วย

ที่มา : CoinMarketCap, WGC