bitkub-banner

คาซัคสถานรุกหนัก เล็งตั้ง ‘ศูนย์วิเคราะห์คริปโตระดับชาติ’ รับมือตลาดโตแรงกระฉูด 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ธนาคารกลางคาซัคสถานประกาศจัดตั้ง “ศูนย์วิเคราะห์คริปโตเคอเรนซีแห่งชาติ” เพื่อเฝ้าระวังธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งระบบ เชื่อมข้อมูลเงินเฟียต และคริปโตเข้าด้วยกัน
  • มูลค่าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในศูนย์กลางการเงิน AIFC พุ่งสูงถึง 1.06 หมื่นล้านดอลลาร์หรือราว 3.5 แสนล้านบาท ในปี 2025 โดยกฎหมายกำกับดูแลระดับประเทศ เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่พฤษภาคม 2026
  • ผู้ประกอบการที่ได้ใบอนุญาต 3 รายแรก ทำยอดเทรดรวมกว่า 2 พันล้านเท็งเกภายในสองเดือนแรก สะท้อนความต้องการเทรดถูกกฎหมายที่สูงมาก

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เป็นเรื่องของกรอบกำกับดูแลภายในประเทศคาซัคสถานล้วน ๆ ไม่ได้พาดพิงถึงเหรียญหรือโปรเจกต์ใดเป็นการเฉพาะ จึงไม่น่าจะกระทบราคาสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดโลกโดยตรง

ธนาคารกลางคาซัคสถานเดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลตลาดคริปโต ด้วยการประกาศจัดตั้ง “ศูนย์วิเคราะห์คริปโตเคอเรนซีแห่งชาติ” ขึ้นมาใหม่ 

Timur Suleymenov ผู้ว่าการธนาคารกลาง เปิดเผยแผนดังกล่าวในที่ประชุมรัฐบาลเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา ระบุว่า ศูนย์นี้จะทำหน้าที่เฝ้าระวังและตรวจสอบธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลแบบครบวงจร ท่ามกลางตลาดคริปโตในประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นความท้าทายด้านการกำกับดูแลที่ต้องรับมือ

ระบบเดียวคุมทั้งเงินเฟียต และคริปโต

ศูนย์วิเคราะห์แห่งนี้จะถูกสร้างขึ้นบนแพลตฟอร์มเทคโนโลยีการกำกับดูแล หรือ SupTech ของธนาคารกลาง ครอบคลุมตั้งแต่การจัดการนายทะเบียน การทำโปรไฟล์ธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับ การวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชน ไปจนถึงการทำงานอัตโนมัติของกระบวนการกำกับดูแลทั้งหมด

จุดที่น่าสนใจคือ ระบบจะรวมข้อมูลธุรกรรมทั้งเงินสด (Fiat) และคริปโต เข้าด้วยกัน โดยเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้า กระเป๋าเงินดิจิทัล และประวัติการโอนเงินทั้งหมดมารวมไว้ให้เห็นได้อย่างชัดเจน

พร้อมทั้งระบบใหม่จะทำงานร่วมกับ “ศูนย์ป้องกันการฉ้อโกง” ที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2024 เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลความเสี่ยงแบบเรียลไทม์กับธนาคาร สถาบันการชำระเงิน หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และบริษัทโทรคมนาคม พูดง่าย ๆ คือ คาซัคสถานกำลังสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังที่มองเห็นเส้นทางเงินได้ตั้งแต่ต้นจนจบ

ตลาดคริปโตโตเร็วจนต้องยกระดับกฎหมาย

การจัดตั้งศูนย์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอย ๆ แต่เป็นผลจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศ 

Timur Suleymenov ผู้ว่าการธนาคารกลาง เปิดเผยว่า มูลค่าการซื้อขายของผู้ประกอบการที่ลงทะเบียนในศูนย์กลางการเงินคาซัคสถาน (AIFC) คาดว่า สูงถึงระดับ 1.06 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว3.5 แสนล้านบาทในปี 2025

โดยคาซัคสถานเริ่มวางรากฐานเรื่องนี้ มาตั้งแต่ปี 2022 ด้วยการเชื่อมกระดานเทรดใน ศูนย์กลางการเงินคาซัคสถาน (AIFC) เข้ากับระบบธนาคารพาณิชย์ เพื่อเปิดช่องทางแลกเปลี่ยนคริปโตกับเงินเฟียตที่ถูกกฎหมายเป็นครั้งแรก 

ตามมาด้วยการตราพระราชบัญญัติสินทรัพย์ดิจิทัลในปี 2023 ซึ่งดันยอดผู้ใช้งานลงทะเบียนพุ่งขึ้นไปแตะ 215,000 ราย แม้ตอนนั้นกรอบกำกับดูแลจะยังจำกัดอยู่แค่ในศูนย์กลางการเงิน AIFC เท่านั้น

ขยายกฎหมายคุมทั่วประเทศ ผลตอบรับดีเกินคาด

เพื่อผลักดันการกำกับดูแลให้ครอบคลุมทั้งประเทศ ธนาคารกลางเปิดตัวระบบ Sandbox ด้านกำกับดูแ ลในปี 2025 สำหรับทดสอบผลิตภัณฑ์และโมเดลธุรกิจใหม่อย่าง Stablecoin, การแปลงสินทรัพย์เป็นโทเคน, กระดานเทรด และบริการเก็บรักษาสินทรัพย์ดิจิทัล ปัจจุบันมีโครงการเข้าร่วมแล้ว 34 โครงการ จาก 14 เซกเตอร์

จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงในวันที่ 1 พฤษภาคม 2026 เมื่อคาซัคสถานบังคับใช้กรอบกฎหมายกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลระดับประเทศอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดระบบใบอนุญาตสำหรับผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล ผลตอบรับก็ออกมาดีเกินคาด

Suleymenov ระบุว่า เพียงสองเดือนแรกหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ ผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาต 3 รายแรก สาามารถทำยอดซื้อขายรวมกันไปแล้วถึง 2 พันล้านเต็งเก หรือราว 148 ล้านบาท

ที่มา : coinpost


มุมมองผู้เขียน : ยอดการซื้อขายที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วหลังเปิดให้ออกใบอนุญาต ก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่า มีความต้องการเทรดแบบถูกกฎหมายรองรับอยู่แล้ว และหากศูนย์วิเคราะห์แห่งนี้ประสบความสำเร็จในการดำเนินงาน คาซัคสถานก็พร้อมที่จะกลายเป็นโมเดลต้นแบบให้ประเทศอื่นๆ ในแถบเอเชียกลางนำไปใช้อ้างอิงในการกำกับดูแลต่อไป