สรุปข่าว
- Bitcoin ร่วงแตะ $74,900 ลดลง 5.74% ใน 48 ชั่วโมง ขณะที่ Ethereum แตะ $2,400 และ XRP ร่วงหนัก 13.31% จากเกือบ $1.50 สู่ $1.26
- CLARITY Act สะดุดในวุฒิสภาสหรัฐฯ หลังโหวต 49 ต่อ 50 เสียง ไม่ถึง 60 เสียงที่จำเป็นสำหรับเดินหน้ากระบวนการพิจารณาร่างกฎหมาย
- ตลาดยังมีความหวังจาก SEC และ CFTC ที่สามารถเดินหน้าวางกฎภายใต้อำนาจเดิม ขณะที่ภาคการเงินยังพัฒนา Stablecoin และสินทรัพย์บน Blockchain ต่อ
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
Bitcoin ร่วงหนักแตะ $74,900 และ XRP ดิ่งกว่า 13% ขณะที่ Ethereum ลดลงแตะ $2,400 หลัง CLARITY Act สะดุดในวุฒิสภาสหรัฐฯ จากผลโหวต 49 ต่อ 50 เสียง แม้ร่างกฎหมายจะสร้างแรงกดดันต่อตลาด แต่ไม่ได้หมายความว่าการกำกับดูแลคริปโตสหรัฐฯ จะหยุดลง เพราะ SEC และ CFTC ยังเดินหน้าจัดทำกฎได้ และภาคการเงินยังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลต่อไป
ตลาดคริปโตเผชิญแรงเทขายรุนแรงในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา หลังความคืบหน้าของร่างกฎหมาย CLARITY Act ในสหรัฐฯ ต้องสะดุด ส่งผลให้ Bitcoin (BTC) ร่วงจากระดับสูงสุดของวันก่อนหน้าที่ราว $79,500 ลงมาแตะ $74,900 หรือลดลงประมาณ 5.74% ในช่วง 48 ชั่วโมง ก่อนฟื้นตัวขึ้นเล็กน้อย

Ethereum ก็ปรับตัวลงตามตลาด โดยราคาลดลงมาแตะบริเวณ $2,400 ขณะที่ XRP เผชิญแรงเทขายหนักที่สุด ราคาดิ่งหนักกว่า 13.31% ภายในไม่กี่ชั่วโมง จากโซนเกือบ $1.50 ลงมาแตะระดับต่ำสุดที่ $1.26

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางตลาดที่แดงเกือบทั้งกระดาน กลับมีเหรียญหนึ่งที่เคลื่อนไหวสวนทางตลาด นั่นคือ Arbitrum (ARB) ซึ่งพุ่งขึ้นประมาณ 12.7% มาซื้อขายบริเวณ $0.1502 ในขณะที่รายงาน
แรงเทขายครั้งนี้เกิดขึ้นหลังวุฒิสภาสหรัฐฯ ไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ถึงเกณฑ์ 60 เสียง เพื่อยุติการอภิปรายและเดินหน้าพิจารณา CLARITY Act โดยผลโหวตอยู่ที่ 49 ต่อ 50 เสียง และมีสมาชิก 1 คนไม่ได้ลงคะแนน
การลงมติดังกล่าวไม่ใช่การโหวตรับหรือคว่ำร่างกฎหมายโดยตรง แต่เป็นการลงมติในขั้นตอนเพื่อเปิดทางให้ร่างกฎหมายเดินหน้าต่อ เมื่อเสียงสนับสนุนไม่ถึงเกณฑ์ จึงทำให้ CLARITY Act ไม่สามารถเข้าสู่ขั้นตอนถัดไปได้ในครั้งนี้
สำหรับอุตสาหกรรมคริปโต ผลโหวตครั้งนี้สร้างความผิดหวังหลังใช้เวลาผลักดันกฎหมายมาอย่างต่อเนื่อง แต่ผู้บริหารหลายรายมองว่าการสะดุดของร่างกฎหมายไม่ได้หมายความว่าการกำกับดูแลคริปโตในสหรัฐฯ จะหยุดลง
ทั้ง SEC และ CFTC ยังสามารถเดินหน้าจัดทำกฎเกณฑ์ภายใต้อำนาจที่มีอยู่ ขณะที่ธนาคาร บริษัทจัดการสินทรัพย์ และธุรกิจคริปโตยังเดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสินทรัพย์ดิจิทัลต่อไป
Brad Garlinghouse ซีอีโอของ Ripple ยอมรับว่า ผลโหวตดังกล่าวน่าผิดหวัง แต่ยังมองว่าการออกกฎของ SEC และ CFTC สามารถช่วยลดช่องว่างด้านกฎระเบียบได้ แม้ CLARITY Act จะยังไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ในครั้งนี้
อีกประเด็นที่อุตสาหกรรมกังวลคือความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบที่อาจยืดเยื้อ และทำให้เงินทุนหรือผู้พัฒนาเลือกไปยังตลาดที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจนกว่า เช่น สหภาพยุโรปภายใต้กรอบ MiCA
มุมมองผู้เขียน: นักลงทุนต้องจับตาต่อว่า แรงเทขาย Bitcoin บริเวณ $75,000 จะเริ่มชะลอตัวลงหรือไม่ หลังความไม่แน่นอนด้านกฎระเบียบของสหรัฐฯ กลับมาเป็นปัจจัยกดดันตลาดอีกครั้ง

