สรุปข่าว
- Michael Selig ประธานคณะกรรมาธิการการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์หรือ CFTC ประกาศเตรียมใช้มาตรการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโตด้วยอำนาจที่มีอยู่โดยตรงเพื่อแก้ปัญหาทางตันของรัฐสภาสหรัฐอเมริกา
- การออกมาแถลงการณ์ฉุกเฉินในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาลงมติปัดตกร่างกฎหมาย CLARITY Act ด้วยคะแนนเสียง 49 ต่อ 50 เสียงเนื่องจากพรรคเดโมแครตกังวลเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและกลุ่มธนาคารต่อต้านการให้ผลตอบแทนของเหรียญประเภท Stablecoin
- ตลาดคริปโตตอบรับข่าวร้ายด้วยการเทขายจนราคา Bitcoin ร่วงลงหลุดระดับ 76,000 ดอลลาร์พร้อมกับหุ้นของ Coinbase และ Circle ที่ดิ่งลงอย่างหนัก ทว่ากลุ่มนักลงทุนสถาบันกลับมองว่านี่คือโอกาสดีที่ข้อบังคับจากหน่วยงานกำกับดูแลโดยตรงอาจเอื้อประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมมากกว่าข้อตกลงประนีประนอมในรัฐสภา
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
เนื่องจากการที่หน่วยงานกำกับดูแลเตรียมออกกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนและอาจผ่อนปรนกว่าเดิมจะช่วยลดความไม่แน่นอนและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากสถาบันเข้าสู่ตลาดคริปโตได้อย่างต่อเนื่อง
Michael Selig ประธานคณะกรรมาธิการการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ของสหรัฐอเมริกาหรือ CFTC ได้ออกแถลงการณ์ด่วนเพื่อยืนยันว่าหน่วยงานมีความพร้อมเต็มที่ในการออกกฎระเบียบเพื่อจัดระเบียบอุตสาหกรรมการเงินยุคใหม่ โดยจะเป็นการใช้แผนสำรองในการกำกับดูแลตลาดคริปโตเคอร์เรนซีด้วยอำนาจที่มีอยู่โดยตรงเพื่อหลีกเลี่ยงทางตันในสภาคองเกรส การขยับตัวอย่างรวดเร็วของฝั่งบริหารในครั้งนี้เกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจากที่วุฒิสภาสหรัฐอเมริกาลงมติปัดตกร่างกฎหมายประวัติศาสตร์อย่าง CLARITY Act ไปอย่างน่าเสียดาย
การโหวตในวุฒิสภาจบลงด้วยคะแนนเสียง 49 ต่อ 50 เสียง ซึ่งเป็นผลมาจากการรวมตัวกันคว่ำบาตรร่างกฎหมายของพรรคเดโมแครตที่อ้างถึงความเสี่ยงเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนจากโปรเจกต์บล็อกเชนที่มีความเชื่อมโยงกับทำเนียบขาว ประกอบกับการล็อบบี้อย่างหนักจากกลุ่มธนาคารดั้งเดิมที่รู้สึกเสียเปรียบและต่อต้านการให้ผลตอบแทนของเหรียญประเภท Stablecoin ความพ่ายแพ้ในรัฐสภาส่งผลให้ตลาดเกิดความตื่นตระหนกและเกิดแรงเทขายอย่างหนักจนราคา Bitcoin ร่วงลงไปต่ำกว่า 76,000 ดอลลาร์ ในขณะที่หุ้นของบริษัทในอุตสาหกรรมอย่าง Coinbase และ Circle ก็ดิ่งลงถึง 8% และ 11% ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม Selig ได้เข้ามาแทรกแซงสถานการณ์เพื่อลดกระแสความตื่นตระหนกโดยระบุว่า แม้ผลการโหวตในวุฒิสภาจะเป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง แต่ชาวอเมริกันยังคงสมควรได้รับความชัดเจนด้านกฎระเบียบและความคุ้มครองผู้บริโภคในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล เขาเน้นย้ำอย่างหนักแน่นว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกาจะไม่มัวรอให้สภาคองเกรสแก้ปัญหาทางตัน แต่จะเดินหน้าใช้กรอบอำนาจตามกฎหมายที่มีอยู่ของหน่วยงานรวมถึงทำงานร่วมกับ SEC เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านกฎระเบียบที่รองรับอนาคต พร้อมทิ้งท้ายว่าสหรัฐอเมริกาจะยังคงเป็นเมืองหลวงของโลกคริปโตต่อไปอย่างแน่นอน
ที่มา: X
มุมมองส่วนตัวประเมินว่า การเปลี่ยนผ่านอำนาจการตัดสินใจจากรัฐสภาที่เชื่องช้ามาสู่การออกคำสั่งตรงจาก CFTC และ SEC อาจกลายเป็นผลดีต่อตลาดคริปโตมากกว่าที่คิด แม้ว่าในระยะสั้นความล้มเหลวของร่างกฎหมายจะสร้างความตกใจให้กับนักลงทุนรายย่อย แต่ในมุมมองของนักลงทุนสถาบันอย่าง Matt Hougan ผู้บริหารจาก Bitwise กลับมองว่านี่คือสถานการณ์ที่อุตสาหกรรมคริปโตมีแต่ได้กับได้ การที่หน่วยงานกำกับดูแลสามารถเขียนกฎเกณฑ์ได้เองโดยไม่ต้องไปประนีประนอมหรือถูกตัดทอนเนื้อหาจากฝ่ายการเมือง อาจทำให้กฎระเบียบที่ออกมาเอื้อต่อการเติบโตของระบบการเงินแบบกระจายศูนย์อย่าง DeFi และ Stablecoin มากขึ้น ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงก็จะเป็นการเปิดประตูรับเม็ดเงินก้อนใหญ่เข้าสู่ตลาดได้อย่างมหาศาลในอนาคต

