bitkub-banner

Grayscale มั่นใจ การขึ้นดอกเบี้ยสหรัฐฯ แค่ปรับฐานระยะสั้น ชี้ผลกระทบต่อ Bitcoin มีจำกัด

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Fed ขึ้นดอกเบี้ยจาก 3.75% เป็น 4.00% เมื่อวันที่ 16 กันยายน มติเอกฉันท์ 12 ต่อ 0 เสียง ถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2023
  • Grayscale ประเมินว่า การขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้เป็นแค่การปรับฐานระยะกลาง ไม่ใช่การเปลี่ยนวัฏจักรนโยบายการเงินครั้งใหญ่ พร้อมเทียบสถานการณ์กับปี 1997 ที่ตลาดหุ้นไม่สะดุด
  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์เรียกร้องให้ Fed ลดดอกเบี้ยอีกครั้ง สวนทางกับท่าทีของประธาน Fed ที่ยังกังวลเรื่องเงินเฟ้อ

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral

มุมมองจาก Grayscale ชี้ให้เห็นว่า ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไม่น่าจะเจอแรงกดดันหนักจากการขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้ เพราะบริบทต่างจากปี 2022 อย่างสิ้นเชิง ต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือ Bitcoin ยังไม่ได้เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่ความไม่ลงรอยกันระหว่างทำเนียบขาวกับ Fed ก็เป็นปัจจัยที่สร้างความไม่แน่นอนในระยะสั้นได้เช่นกัน 

Fed ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจาก 3.75% สู่ 4.00% เมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2023 โดยมติที่ประชุมเป็นไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด 12 ต่อ 0 เสียง ไม่มีใครคัดค้าน 

ในรายงานที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 กันยายน แผนกวิจัยของ Grayscale ระบุว่า การขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นเพียงการปรับเปลี่ยนในระยะกลาง ไม่ใช่จุดเปลี่ยนเชิงวัฏจักรของนโยบายการเงินสหรัฐฯ 

Zach Pandl หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัท Grayscale ให้ความเห็นว่า หาก Fed ขึ้นดอกเบี้ยเพียง 1 ถึง 2 ครั้ง ในช่วงปี 2026 ผลกระทบต่อการจัดสรรเงินทุนของนักลงทุนในตลาดคริปโทจะไม่รุนแรงอย่างที่หลายคนกังวล

โดย Pandl ได้ยกกรณีปี 1997 ขึ้นมาเปรียบเทียบ ตอนนั้น Fed ขึ้นดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวแล้วหยุด และดัชนี Nasdaq Composite ก็ยังคงเดินหน้าขึ้นต่อได้ โดยไม่สะดุด 

แต่สถานการณ์นี้มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับปี 2022 ที่ Fed ต้องเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง เพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งการเพิ่มขึ้นของต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองสินทรัพย์ที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยอย่าง Bitcoin (BTC) ได้กลายเป็นแรงกดดันสำคัญต่อราคาในขณะนั้น

ท่าทีแข็งกร้าวของ Fed ปะทะแรงกดดันจากทรัมป์

Kevin Warsh ประธาน Fed แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนโดยย้ำหนักแน่นว่า เงินเฟ้อที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานเกินไป คือข้อเท็จจริงที่ไม่มีทางปฏิเสธได้ ซึ่งสะท้อนจุดยืนของ Fed ที่ยังให้ความสำคัญกับการควบคุมเงินเฟ้อเป็นอันดับแรก

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กลับมีมุมมองตรงกันข้าม เขาได้ออกมาโพสต์ข้อความลงบนโซเชียลมีเดีย เรียกร้องให้ Fed กลับมาลดดอกเบี้ยอีกครั้ง 

ความเห็นที่สวนทางกันชัดเจนนี้ตอกย้ำรอยร้าวระหว่างฝ่ายบริหารของรัฐบาลกลางกับธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่ดำเนินมาต่อเนื่อง และอาจกลายเป็นตัวแปรที่สร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินในช่วงถัดไป

โดยในขณะที่รายงาน ราคา Bitcoin กำลังซื้อขายอยู่ที่ 76,535 ดอลลาร์ ลดลง 0.11 % ภายใน 24 ชั่วโมง อ้างอิงข้อมูลจาก coinmarketcap

ที่มา : coinpost


มุมมองผู้เขียน :หากธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 1-2 ครั้งตามที่ Grayscale คาดการณ์ไว้จริง ตลาดคริปโทฯ ก็ น่าจะรับมือได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะสถานการณ์และบริบทในปัจจุบันแตกต่างจากปี 2022 อย่างสิ้นเชิง แต่สิ่งที่ต้องจับตาและน่ากังวลมากกว่าตัวเลขดอกเบี้ย คือแรงกดดันทางการเมืองจากประธานาธิบดีทรัมป์ที่มีต่อ Fed ซึ่งหากความขัดแย้งนี้ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ก็อาจกลายเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ตลาดเกิดความผันผวนได้