bitkub-banner

Polygon เตรียมเบิร์น 100 ล้าน POL ทิ้งถาวร พร้อมเปิดทางให้ชุมชนร่วมเบิร์นเหรียญได้ทุกไตรมาส

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Sandeep Nailwal CEO ของ Polygon Foundation เผยว่า Polygon เตรียมเบิร์นเหรียญทิ้ง 100 ล้าน POL แบบถาวร หลังสัญญา Burn ผ่านการตรวจสอบและได้รับการเซ็นรับรองในขั้นตอนสุดท้ายจากคณะกรรมการด้านความปลอดภัยของ Polygon 
  • สัญญา Burn ถูกนำขึ้นมาทดสอบแล้ว และเมื่อขึ้นสู่เครือข่ายหลัก ใครก็สามารถเรียกใช้กลไกการเบิร์น 100 ล้าน POL ได้ โดยกลไกที่ว่านี้คิดเป็นสัดส่วนในการเบิร์นเหรียญราว 0.93% ของอุปทานรวมปัจจุบัน
  • หลังการเบิร์น Polygon ครั้งแรกเตรียมเปิดให้ชุมชนสามารถเรียกใช้การเบิร์นเหรียญ ทุกไตรมาส ขณะที่ Nailwal ระบุว่า POL เข้าสู่ภาวะเงินฝืดมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2026

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา : Bullish

การเบิร์น 100 ล้าน POL จะลดอุปทานที่มีอยู่จริงลงทันที และการเปิดให้ชุมชนเรียกใช้กลไกการเบิร์นค่าธรรมเนียมในอนาคตยังเพิ่มกลไกควบคุมอุปทานของ POL อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อราคาจะขึ้นอยู่กับว่าโวลุม POL ที่ถูกเบิร์นในระยะยาวสามารถชดเชยกับเหรียญที่ถูกออกใหม่ตามระบบ Tokenomics ได้มากน้อยเพียงใด ดังนั้นจึงเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อโครงสร้างอุปทาน แต่ไม่ได้หมายความว่าราคาจะปรับตัวขึ้นทันที

Polygon เตรียมเผา 100 ล้าน POL แบบถาวร

Polygon กำลังเดินหน้าปรับโครงสร้าง Tokenomics ครั้งสำคัญ หลัง Sandeep Nailwal ผู้เป็น CEO ของ Polygon Foundation เปิดเผยว่า เครือข่ายเตรียมเปิดตัวสัญญา ‘Permissionless Burn Contract’ ซึ่งจะทำให้ใครก็ตามสามารถเรียกใช้การเบิร์น 100 ล้าน POL ออกจากตลาดถาวรได้ โดยขณะนี้สัญญาดังกล่าวทำงานอยู่บนเครือข่ายทดสอบและกำลังรอการเซ็นอนุมัติขั้นสุดท้ายจากคณะกรรมการด้านความปลอดภัยของ Polygon ก่อนนำขึ้นเครือข่ายหลักเมื่อได้รับอนุมัติ การเรียกใช้ครั้งแรกจะเบิร์นเหรียญทิ้ง จำนวน 100 ล้าน POL ทันที และหลังจากนั้นจะเปิดทางให้สมาชิกชุมชนเบิร์นเหรียญทิ้งได้ทุกไตรมาส

ข้อมูลจาก Polygon ระบุว่า POL เป็นเหรียญหลักสำหรับการจ่ายค่าแ Gas และการ Stake ของ Polygon หลังจากที่ได้เปลี่ยนผ่านจากยุคเก่าภายใต้ชื่อเหรียญ ‘MATIC’ ขณะที่ Tokenomics เดิมกำหนดอัตราการออกเหรียญใหม่ประมาณ 2% ต่อปี เพื่อใช้เป็นรางวัลแก่ผู้ตรวจสอบเครือข่าย และสนับสนุนคลังสินทรัพย์ดิจิทัลของชุมชน

100 ล้าน POL คิดเป็นเกือบ 1% ของอุปทานทั้งหมด

จำนวน 100 ล้าน POL ที่เตรียมถูกเบิร์นทิ้งนั้นคิดเป็นประมาณ 1% ของอุปทานเริ่มต้น 10,000 ล้าน POL และประมาณ 0.93% ของอุปทานรวมปัจจุบันที่ราว 10,716 ล้าน POL ตามข้อมูลที่รายงานล่าสุด

ปัจจุบันตัวเก็บค่าธรรมเนียมของ Polygon มี POL อยู่ประมาณ 121 ล้าน POL ซึ่งหมายความว่าการเบิร์น POL ครั้งแรกที่จะเกิดขึ้นนั้นจะช่วยกำจัดเหรียญทิ้งออกไปได้มากถึง 83% ของจำนวนที่สะสมอยู่ในตัวเก็บดังกล่าวและจะเหลือประมาณ 21 ล้าน POL ที่หลงเหลืออยู่ก่อนที่จะมีค่าธรรมเนียมใหม่ไหลเข้ามาเพิ่มเติม

อย่างไรก็ตาม การเบิร์นครั้งนี้ ไม่ได้ทำให้ POL เป็นเหรียญที่อุปทานหดตัวอย่างฉับพลันเนื่องจากระบบยังคงมีกลไกออกเหรียญใหม่เพื่อใช้เป็นแรงจูงใจสำหรับผู้ตรวจสอบเครือข่ายและการพัฒนาเครือข่าย ดังนั้นผลต่ออุปทานสุทธิในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ระหว่างจำนวน POL ที่ถูกสร้างใหม่กับจำนวนที่ถูกเบิร์นจากค่าธรรมเนียมด้วย

จาก Burn ครั้งเดียว สู่การเบิร์นทุกไตรมาส

สิ่งที่น่าสนใจกว่าการเบิร์น 100 ล้าน POL ในครั้งแรก คือ โครงสร้างใหม่ที่เปิดให้ชุมชนสามารถเรียกใช้การเบิร์นได้เอง

หลังการเบิร์นครั้งแรก สัญญาจะเปิดให้สมาชิกในชุมชนสามารถเบิร์น POL ที่สะสมจากค่าธรรมเนียมได้ ทุกไตรมาส โดยไม่จำเป็นต้องรอให้มีการตัดสินใจจากองค์กรใดองค์กรหนึ่งในแต่ละรอบ

โมเดลดังกล่าวทำให้การลดอุปทานมีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมจริงบนเครือข่ายมากขึ้น เพราะค่าธรรมเนียมจากการใช้งานจะสะสมเป็น POL  ที่จะถูกนำไปพักเก็บไว้ ก่อนถูกนำออกจากระบบผ่านกลไกเบิร์นในแต่ละรอบ

Polygon อ้าง POL เข้าสู่ภาวะเงินฝืดแล้วตั้งแต่ต้นปี

Nailwal ระบุเพิ่มเติมว่า POL เข้าสู่ภาวะเงินฝืดมาตั้งแต่เดือนมกราคม 2026 ท่ามกลางกิจกรรมบนเครือข่ายที่เพิ่มขึ้น โดยเขาระบุว่า Polygon สามารถสร้างรายได้สะสมในปี 2026 ได้ประมาณ 24.5 ล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ Nailwal ยังระบุว่า Polygon สามารถเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายจนรองรับธุรกรรมได้ประมาณ 5,000 ธุรกรรมต่อวินาที และมีการใช้งานในหลายด้าน ทั้งการชำระเงิน, การซื้อขายและแอปพลิเคชันสำหรับผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขรายได้ 24.5 ล้านดอลลาร์เป็นตัวเลขที่ Nailwal ระบุในโพสต์ของเขาเอง และไม่ได้มาพร้อมรายละเอียดวิธีคำนวณในโพสต์ ดังนั้นควรถือเป็นข้อมูลจากฝั่ง Polygon มากกว่าจะนำไปเปรียบเทียบกับเครือข่ายอื่นโดยตรง


Polygon กำลังเดินหน้าครั้งสำคัญด้าน Tokenomics ด้วยแผนเบิร์น 100 ล้าน POL ทิ้งแบบถาวร ซึ่งจะเกิดขึ้นหลังสัญญา ‘Permissionless Burn’ ผ่านการอนุมัติขั้นสุดท้ายจากคณะกรรมการด้านความปลอดภัยและถูกนำขึ้นเครือข่ายหลัก โดยหลังจากนั้นชุมชนจะสามารถเรียกใช้การ Burn ที่เกิดจากค่าธรรมเนียมได้ทุกไตรมาส

ส่วนตัวมองว่า จุดที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่เพียงตัวเลข 100 ล้าน POL แต่คือ การเปลี่ยนจากการเบิร์นแบบครั้งเดียวไปสู่ระบบที่เชื่อมโยงกับการใช้งานเครือข่าย หาก Polygon สามารถเพิ่มกิจกรรมบนเครือข่ายได้จริง โวลุมค่าธรรมเนียมที่สะสมและถูกนำไปเบิร์นก็มีโอกาสเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ที่มา : CoinMarketCap, Polygon,