bitkub-banner

เรื่องเงินทองเชื่อใจ AI ได้ขนาดไหน ส่อง 10,000 คำตอบจาก ChatGPT-Gemini-Claude

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ผลการวิจัยจาก Saturn พบว่า AI กว่า 57% ตอบคำถามการเงินส่วนบุคคลผิดพลาด โดยคำถามยิ่งซับซ้อน อัตราการล้มเหลวยิ่งสูงขึ้นถึง 88%-93%
  • โมเดลแบบใช้งานฟรีมีอัตราความผิดพลาดสูงกว่าแบบเสียเงิน และอาจให้ข้อมูลกฎหมายภาษีผิดพลาดจนส่งผลกระทบทางการเงิน
  • นักลงทุนรุ่นใหม่พึ่งพาและเชื่อใจคำแนะนำการเงินจาก AI มากขึ้น ทั้งที่ AI ในปัจจุบันยังไม่ได้รับการกำกับดูแลและไม่มีสิทธิได้รับค่าชดเชยหากเกิดความผิดพลาด

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

ผลวิจัยการทดสอบแชทบอท AI กว่า 10,000 ครั้ง โดยบริษัท Saturn ระบุว่าโมเดล AI ยอดนิยมส่วนใหญ่ยังมีอัตราการตอบคำถามทางการเงินส่วนบุคคลผิดพลาดสูงเกินครึ่ง โดยเฉพาะโมเดลแบบใช้งานฟรีที่ล้มเหลวสูงถึง 63% แต่ผู้ใช้และนักลงทุนจำนวนมากกลับเริ่มเชื่อมั่นและทำตามคำแนะนำของ AI โดยไม่ได้ตรวจสอบซ้ำ และอาจต้องรับความเสี่ยงทางการเงินโดยไม่ได้รับการชดเชยใดๆ

ปัจจุบัน เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดและมีความฉลาดหลักแหลมมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยหลายคนก็ได้เริ่มนำโมเดลต่างๆ ไปดัดแปลงเป็น Agent เพื่อใช้งานแตกต่างกันออกไป 

สำหรับนักเทรดหุ้นและคริปโทฯ บ่อยครั้งเราอาจจะเห็นการปล่อยให้ AI Agent ทำการลงทุนเองโดยอัตโนมัติ เพราะเราเชื่อมั่นว่า AI มีทักษะที่เหนือกว่ามนุษย์แต่มันจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ หรือ และเราควรที่จะเชื่อใจฝากเงินให้กับ AI หรือไม่ บทความนี้มีคำตอบ

การทดสอบ AI

จากการศึกษาโมเดล AI ตัวหลักที่เป็นที่นิยมแพร่หลายพบว่ากว่า 57% สอบตกไม่สามารถตอบคำถามเรื่องการเงินส่วนบุคคลได้อ้างอิงข้อมูลจาก Saturn บริษัทฟินเทคจากสหราชอาณาจักร

พวกเขาเน้นย้ำว่ายิ่งคำถามยากขึ้นโอกาสที่ AI จะล้มเหลวก็ยิ่งสูงขึ้นและไต่ระดับไปถึง 88% หากถามเป็นขั้นเป็นตอน โดยสาเหตุที่พวกเขาต้องทำงานวิจัยเช่นนี้เป็นผลมาจากการที่ผู้ใช้เริ่มมีการพึ่งพาแชทบอทในเรื่องการเงินมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ในส่วนของรายละเอียด ทางบริษัทเปิดเผยว่าพวกเขาได้ตั้งคำถาม 121 ข้อ โดยทดสอบกับโมเดล AI จำนวน 18 ตัว ทั้งในรูปแบบฟรีและเสียเงิน เช่น ChatGPT, Gemini, Claude, Copilot เป็นต้น โดยแต่ละคำถามจะถูกถามซ้ำ 5 ครั้ง และเก็บรวบรวมคำตอบมากกว่า 10,000 รายการ

หาก AI มีข้อผิดพลาดทางข้อเท็จจริง หรือ ตกหล่นข้อมูลที่เป็นสาระสำคัญ รวมถึงละเว้นคำเตือนที่จำเป็นตามข้อกำหนด การทดสอบครั้งนั้นจะถูกปรับให้ล้มเหลวโดยทันที

สายฟรีต้องระวัง

เมื่อเปรียบเทียบศักยภาพระหว่างโมเดลฟรีและโมเดลเสียเงิน ผลวิจัยพบว่าเอไอโมเดลใช้ฟรีนั้นทำผลงานได้ย่ำแย่ที่สุด ด้วยการล้มเหลวในการตอบคำถามกว่า 63% เมื่อเทียบกับ 49% ของโมเดลเสียเงิน มิหนำซ้ำในส่วนคำถามที่ยากที่สุด โมเดลฟรียังตอบไม่ได้กว่า 93% ของการทดสอบ

Claude Opus 5 ที่ขึ้นชื่อเรื่องศักยภาพในการคิด แม้จะเป็นผู้นำในการทดสอบแต่ก็ยังล้มเหลวผิดพลาดไปกว่า 39% ซึ่งมีเหตุผลมาจากการคำนวณผิดพลาด การมองข้ามความเปลี่ยนแปลงทางภาษี และระบุกฎเกณฑ์ที่ไม่มีอยู่จริง โดยคำตอบข้อหนึ่งจากเรื่องภาษีบำนาญอาจส่งผลให้ผู้ออมเงินเสี่ยงถูกกรมสรรพากรแห่งสหราชอาณาจักรเรียกเก็บเงินสูงถึง 17,500 ปอนด์

คนใช้ AI ปรึกษามากขึ้น

Amal Jolly ซีอีโอของบริษัทกล่าวชัดว่า ผู้คนจำนวนมากกำลังใช้ AI ในการให้ข้อมูลทางการเงิน และเป็นที่ปรึกษา แต่พวกเขากลับไม่รู้เลยว่าคำตอบที่ได้นั้นผิดพลาดและอาจต้องเสียเงินมากกว่าเดิม

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับผลสำรวจของ global EY survey ที่พบว่ากว่า 49% ของกลุ่มตัวอย่าง 18,000 รายได้ใช้ AI ในการให้คำแนะนำและตัดสินใจในการลงทุน

ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลทางการเงินของสหราชอาณาจักร เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมายังได้รายงานว่า 4 ใน 5 ของนักลงทุนที่ยังไม่ค่อยมีประสบการณ์ได้ใช้ AI เป็นตัวช่วยเหลือ โดยที่กว่า 57% ของกลุ่มตัวอย่างเลือกที่จะ “เชื่อใจ” เครื่องมือดังกล่าวมากกว่าสื่อวิทยุโทรทัศน์ที่ 47% มิหนำซ้ำ ผลการวิจัยเดียวกันยังพบว่า 44% เข้าใจผิดว่าข้อมูลทางการเงินที่สร้างโดย AI นั้นอยู่ภายใต้การกำกับดูแล

ความน่ากังวลยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะผลสำรวจประชากรสหรัฐฯ 1,000 ราย จาก PensionBee ยังพบอีกว่า กว่า 6 ใน 10 เลือกที่จะทำตามคำแนะนำของ AI โดยไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องด้วยตนเอง และ 1 ใน 4 ยังเผยว่าแชทบอทได้ให้ข้อมูลผิดพลาด

สุดท้ายแล้ว Jolly เผยว่าคำแนะนำทางการเงินของ AI ในปัจจุบันยังอยู่ในสถานะ “ไม่ได้รับการกำกับดูแล” ส่งผลทำให้ผู้ใช้ขาดสิทธิในการได้รับค่าชดเชย ซึ่งเป็นสิทธิที่พึงได้รับหากเป็นการให้คำแนะนำโดยที่ปรึกษาทางการเงินที่เป็นมนุษย์ เขาจึงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการโดยเร็ว

ที่มา: Beincrypto


มุมมองผู้เขียน: การนำ AI มาใช้เป็นที่ปรึกษาทางการเงินเป็นสิ่งที่สามารถทำได้แต่ก็ไม่ควรที่จะเชื่อใจทั้งหมดเพราะ AI ในปัจจุบันยังคงไม่มีทักษะมากพอ ผู้ใช้จึงควรนำคำตอบที่ได้มาเป็นแนวทางเบื้องต้นมากกว่าคำตอบสุดท้ายในการลงทุน