bitkub-banner

21Shares เผย มูลค่าตลาดเหรียญกลุ่ม Privacy Coin เติบโตขึ้นเกือบ 5 เท่าภายในปีเดียว

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มูลค่าตลาดรวมของเหรียญกลุ่มเน้นความเป็นส่วนตัว (Privacy Coin) พุ่งขึ้นเกือบ 5 เท่าในรอบปีที่ผ่านมา จาก 6.2 พันล้านดอลลาร์ สู่ระดับราว 3 หมื่นล้านดอลลาร์
  • Zcash ผงาดเป็นเหรียญผู้นำกลุ่ม มูลค่าตลาดแตะ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง Goldman Sachs และ JPMorgan เริ่มหันมาใช้เครือข่ายที่ปกปิดข้อมูลธุรกรรมจากคู่แข่ง
  • ข้อมูลจาก Chainalysis ชี้ว่า ธุรกรรมผิดกฎหมายมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของปริมาณซื้อขายคริปโททั้งหมด เปิดทางให้นักวิเคราะห์มองบวกต่อการเติบโตของภาคส่วนนี้ในระยะยาว

แนวโน้มส่งที่ผลกระทบต่อราคา : Bullish

Privacy Coin เป็นเพียงกลุ่มเดียวที่ราคาพุ่งทำ All-Time High สะท้อนมุมมองเชิงบวกในระยะกลาง-ยาว จากความสนใจของสถาบัน และบล็อกเชนใหญ่ที่หันมาเพิ่มฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัว แม้ยังมีความเสี่ยงจากการแข่งขันในอนาคตที่อาจเข้ามาแย่งส่วนแบ่งก็ตาม

รายงานวิจัยล่าสุดจาก 21Shares บริษัทผู้ออกผลิตภัณฑ์ ETP ยักษ์ใหญ่ ชี้ให้เห็นการเติบโตแบบก้าวกระโดดของกลุ่ม “Privacy Coin” หรือเหรียญคริปโทฯ ที่เน้นความเป็นส่วนตัวโดยมูลค่าตลาดรวมของภาคส่วนนี้ขยายตัวขึ้นเกือบ 5 เท่าภายในเวลาเพียงหนึ่งปี จากระดับ 6.2 พันล้านดอลลาร์ ทะยานทะลุ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ไปแล้วอย่างเป็นทางการ 

สิ่งที่น่าสนใจคือ Matt Mena นักวิเคราะห์จาก 21Shares ระบุว่า นี่คือเซกเตอร์เดียวในตลาดคริปโทฯ ที่สามารถทำราคาพุ่งทะลุจุดสูงสุดเดิมของเดือนตุลาคม 2025 ไปได้ถึง 216% 

Zcash เป็นผู้นำที่เปรียบเสมือน “ธนาคารสวิสแบบพกพา”

ในสมรภูมินี้ Zcash (ZEC) ได้ก้าวขึ้นมาครองตำแหน่งผู้นำอย่างเป็นทางการ ด้วยมูลค่าตลาดที่พุ่งแตะ 2 หมื่นล้านดอลลาร์ เติบโตขึ้นถึง 5 เท่าจากจุดสูงสุดเดิมเมื่อปี 2021 

จุดแข็งที่ทำให้ Zcash โดดเด่นคือเทคโนโลยี Zero-Knowledge Proofs (ZKPs) ที่สามารถปกปิดข้อมูลผู้ส่ง ผู้รับ และจำนวนเงินในธุรกรรมได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

ทาง 21Shares เปรียบเทียบศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ว่า กำลังเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีให้กลายเป็น “บัญชีธนาคารสวิสแบบพกพา” ที่นักลงทุนสามารถพกติดตัวไว้ในสมาร์ตโฟนได้

เมื่อความโปร่งใสคือจุดอ่อน สถาบันจึงโหยหาความลับ

รายงานชี้ประเด็นสำคัญว่า ความโปร่งใสของบล็อกเชนสาธารณะ  กลับกลายเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ที่ขัดขวางไม่ให้นักลงทุนสถาบันเข้ามาใช้งาน โดยเฉพาะปัญหาการถูกแซงคิวส่งคำสั่งซื้อขาย (MEV) ที่สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนรวมกว่า 1.7 พันล้านดอลลาร์ ในช่วงปี 2022 ถึง 2025 

หากเทียบกับตลาดหุ้นดั้งเดิม สถาบันมักจะซื้อขายแบบปกปิดข้อมูลผ่าน Dark Pools ซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 40% ของปริมาณการซื้อขายหุ้นทั้งหมดในสหรัฐฯ เครือข่ายอย่าง Canton Network จึงกลายเป็นกรณีศึกษาที่สำเร็จ เพราะระบบถูกออกแบบให้ปกปิดความลับจากคู่แข่งได้ ซึ่งดึงดูดสถาบันยักษ์ใหญ่อย่าง Goldman Sachs และ JPMorgan ให้เข้าร่วมใช้งาน

ลบล้างข้อครหา “เหรียญสำหรับอาชญากร”

ประเด็นที่ Privacy Coin มักจะถูกโจมตีเสมอคือ ความเสี่ยงด้านอาชญากรรม แต่ข้อมูลจาก Chainalysis ในปี 2026 กลับระบุว่าธุรกรรมผิดกฎหมายมีสัดส่วนไม่ถึง 1% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมด 

ที่น่าตกใจคือ กว่า 84% ของธุรกรรมผิดกฎหมายเหล่านั้น อาชญากรเลือกใช้ Stablecoin เป็นช่องทางหลัก ไม่ใช่ Privacy Coin อย่างที่หลายฝ่ายเข้าใจผิดมาตลอด 

นอกจากนี้ Zcash ยังมีฟีเจอร์ Viewkey ที่เปิดทางให้ผู้ใช้เลือกเปิดเผยข้อมูลแก่หน่วยงานกำกับดูแลได้ตามความสมัครใจ ซึ่งช่วยให้ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ยุติการสอบสวน Zcash Foundation โดยไม่มีการลงโทษใด ๆ มาแล้ว

โอกาสโตอีก 27 เท่า แต่ยังมีความท้าทายรออยู่

21Shares ประเมินว่า หากเม็ดเงินจากสินทรัพย์ความมั่งคั่ง Offshore ของเหล่ามหาเศรษฐีทั่วโลกที่มีมูลค่าราว 16 ล้านล้านดอลลาร์ ไหลเข้ามาในกลุ่ม Privacy Coin เพียงแค่ 5% มูลค่าตลาดของกลุ่มนี้อาจพุ่งทะลุ 8 แสนล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นการเติบโตได้อีกกว่า 18 ถึง 27 เท่าจากระดับปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้ได้ทิ้งท้ายถึงความเสี่ยงสำคัญว่า หากบล็อกเชนหลักอย่าง Ethereum หรือ Solana สามารถบรรจุฟีเจอร์ความเป็นส่วนตัวลงในระดับ Layer-1 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ มูลค่าพรีเมียมของเหรียญเฉพาะทางอย่าง Zcash ก็อาจถูกกดดันให้ลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ที่มา : coinpost


มุมมองผู้เขียน : ในภาพรวม เหรียญกลุ่ม Privacy Coin กำลังเปลี่ยนสถานะจากสินทรัพย์นอกสายตา กลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ทั้งสถาบันการเงินและนักลงทุนรายใหญ่เริ่มให้ความสำคัญอย่างจริงจัง ซึ่งตัวเลขการเติบโตถึง 5 เท่าภายในปีเดียวไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่แท้จริงในการทำธุรกรรมโดยไม่ถูกสอดส่องจากคู่แข่งทางธุรกิจและกลุ่มนักเก็งกำไร