สรุปข่าว
- บราซิลขึ้นอันดับ 1 ของโลก ด้านการยอมรับคริปโทระดับรากหญ้าแซงสหรัฐฯ
- Stablecoin ยังโตแรง การโอน Stablecoin ข้ามประเทศเพิ่ม 77.5% แตะ 2.203 แสนล้านดอลลาร์
- ละตินอเมริกาโตสวนตลาดโลก เศรษฐกิจคริปโทในภูมิภาคขยายตัว 9.8% แม้กิจกรรมคริปโททั่วโลกลดลง 1.6%
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
บราซิลขึ้นเป็นอันดับ 1 ของโลกด้านการยอมรับการใช้งานคริปโทระดับรากหญ้าตามดัชนี Chainalysis 2026 โดยแซงสหรัฐฯ จากคะแนนที่แข็งแกร่งในหลายหมวด แม้ไม่ได้ครองอันดับ 1 ในหมวดใดหมวดหนึ่งโดยตรง ขณะที่เศรษฐกิจคริปโทของบราซิลมีธุรกรรมรวม 2.525 แสนล้านดอลลาร์ในช่วง 12 เดือนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2026
บราซิลขึ้นเป็นประเทศอันดับ 1 ของโลกด้านการยอมรับการใช้งานคริปโทในระดับรากหญ้า ตามดัชนีของ Chainalysis ประจำปี 2026 โดยแซงหน้าสหรัฐฯ ได้สำเร็จ แม้ตลาดคริปโททั่วโลกจะสูญเสียมูลค่าตลาดไปประมาณ 2.1 ล้านล้านดอลลาร์
ตลอด 12 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย. 2026 บราซิลมีมูลค่าธุรกรรมคริปโทรวมประมาณ 2.525 แสนล้านดอลลาร์ ส่วนกิจกรรมบนเครือข่ายทั่วโลกอยู่ที่ราว 9.4 ล้านล้านดอลลาร์ ลดลง 1.6% จาก 9.5 ล้านล้านดอลลาร์ในปีก่อน

ทั้งนี้ บราซิลไม่ได้ครองแชมป์ในหมวดใดหมวดหนึ่งของดัชนี แต่คะแนนในแต่ละหมวดอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง โดยบราซิลได้อันดับ 2 ในด้านธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ อันดับ 3 ในด้านธุรกรรมผ่านบริการคริปโท และธุรกรรม P2P ภายในประเทศ รวมถึงอันดับ 4 ในด้านยอดคงเหลือ
Chainalysis ให้คะแนนแต่ละประเทศตั้งแต่ 0 ถึง 1 ในแต่ละหมวด ก่อนนำมาคำนวณคะแนนรวมด้วย Geometric Mean หรือค่าเฉลี่ยเรขาคณิต วิธีนี้จะให้น้ำหนักกับประเทศที่มีคะแนนสูงในหลายด้านมากกว่าประเทศที่พึ่งพาคะแนนสูงจากหมวดใดหมวดหนึ่ง
สหรัฐฯ ยังคงครองอันดับ 1 ในด้าน Service Flows และยอดคงเหลือ แต่คะแนนในบางหมวดอยู่ต่ำกว่าบราซิล โดยรั้งอันดับ 11 ในด้านกระแสเงินข้ามพรมแดน และอันดับ 20 ในด้านการโอนเงิน P2P ภายในประเทศ ทำให้คะแนนรวมอยู่ที่อันดับ 2
ในปี 2025 บราซิลอยู่ในอันดับ 5 ขณะที่อินเดียครองอันดับ 1 อย่างไรก็ตาม Chainalysis ได้ปรับปรุงระเบียบวิธีวิจัยสำหรับดัชนีปี 2026 ทำให้อันดับของทั้งสองปีไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันโดยตรงได้
เศรษฐกิจคริปโทของละตินอเมริกาเติบโต 9.8% ในช่วงเดียวกัน สวนทางกับกิจกรรมคริปโททั่วโลกที่หดตัวลง
Stablecoin เป็นหนึ่งในปัจจัยที่เข้ามามีบทบาทต่อการใช้งานคริปโทในภูมิภาค โดยการโอนเงินระหว่างกระเป๋าเงินส่วนตัวภายในประเทศเพิ่มขึ้น 302.9% แตะ 2.287 แสนล้านดอลลาร์ และ Stablecoin คิดเป็น 96% ของกระแสเงินดังกล่าว
ขณะที่เงินทุนที่ไหลเข้าสู่กระดานเทรด, DeFi และบริการอื่น ๆ ลดลง 4.3%
การโอน Stablecoin ข้ามพรมแดนเพิ่มขึ้น 77.5% แตะ 2.203 แสนล้านดอลลาร์ มูลค่าการชำระเงินเฉลี่ยอยู่ใกล้ระดับ 3,000 ดอลลาร์ต่อธุรกรรม
Philip Gradwell รองประธานฝ่ายเศรษฐศาสตร์ของ Tether กล่าวว่า ความถี่และรูปแบบการทำธุรกรรมที่สม่ำเสมอมากขึ้นมีลักษณะสอดคล้องกับการใช้งานด้านการค้าและธุรกิจมากกว่าการเก็งกำไร
ด้านยอดคงเหลือ Stablecoin ทั่วโลกทรงตัวอยู่ระหว่าง 9.8 หมื่นล้านดอลลาร์ ถึง 1.09 แสนล้านดอลลาร์ ตลอดช่วงที่ตลาดซบเซา ก่อนสัดส่วนการถือครอง Stablecoin บนเครือข่ายทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเป็น 22.5% ในเดือนมิถุนายน ขณะที่สินทรัพย์คริปโทประเภทอื่นมีมูลค่าลดลง
ตัวเลขของ Chainalysis แสดงให้เห็นว่า กิจกรรมบนเครือข่ายไม่ได้ลดลงในสัดส่วนเดียวกับมูลค่าตลาดที่หายไป โดยการใช้งาน Stablecoin และธุรกรรมข้ามพรมแดนยังเติบโตต่อเนื่องในช่วงที่ตลาดคริปโทอยู่ในภาวะขาลง
ที่มา:beincrypto
มุมมองผู้เขียน: การใช้งานคริปโทที่ยังเติบโตในช่วงตลาดขาลง โดยเฉพาะ Stablecoin และธุรกรรมข้ามประเทศ เป็นสัญญาณบวกต่อการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในระยะยาว

