สรุปข่าว
- Bitkub Blockchain Technology เปิดวิสัยทัศน์ด้าน Green Economy และ Real-World Assets บนเวทีเสวนา “The Green Economy and Tokenization” ในงาน KUB Global Bangkok 2026 โดยมองว่า Carbon Credit คือ หนึ่งในแนวโน้มสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล
- Bitkub Blockchain Technology และ Kathi Zero อยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางนำ Carbon Credit มาทำ Tokenization บนแพลตฟอร์ม Kathi Zero ก่อนต่อยอดเชื่อมต่อกับ KUB Chain
- ผู้ร่วมเสวนาเน้นตรงกันว่า Tokenization จะเกิดประโยชน์จริง ก็ต่อเมื่อข้อมูลตั้งต้นของ Carbon Credit น่าเชื่อถือ ผ่านการทวนสอบที่ได้มาตรฐาน
คุณภาสกร ปานนอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด เผยวิสัยทัศน์และแผนการดำเนินงานของ Bitkub Blockchain Technology เกี่ยวกับ Green Economy และ Real-World Assets ในเวทีเสวนาหัวข้อ “The Green Economy and Tokenization” ของงาน KUB Global Bangkok 2026 เมื่อเดือนที่ผ่านมา ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน, Carbon Credit และผู้พัฒนาแพลตฟอร์มด้าน Green Economy เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองทิศทาง Carbon Credit และโอกาสในการนำการ Tokenization เข้ามาต่อยอดสินทรัพย์ด้านสิ่งแวดล้อม

คุณภาสกร ปานนอก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด มองว่า “Carbon Credit และ Green Economy กำลังเป็นหนึ่งในแนวโน้มสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล จากแรงขับเคลื่อนและความต้องการของภาคธุรกิจในการบริหารจัดการการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
โดยประเทศไทยมีแหล่งทรัพยากรสำคัญในการผลิต Carbon Credit รวมถึงการมีโครงสร้างด้านการรับรองและการทวนสอบที่สามารถพัฒนาไปสู่มาตรฐานในระดับที่กว้างขึ้น ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งโอกาสในการนำ Carbon Credit มาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ
ซึ่ง Bitkub Blockchain Technology เล็งเห็นถึงศักยภาพและโอกาสในการนำเทคโนโลยีบล็อกเชนมาต่อยอดแพลตฟอร์ม และ Use Case ที่เกี่ยวข้องกับ Green Economy โดยจะเชื่อมโยงการใช้งานเข้าสู่ KUB Chain ในอนาคต”
ด้าน คุณนฤเทพ รุ่งรวยศรี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท กะทิ สตูดิโอ จำกัด ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Kathi Zero เปิดเผยว่า “Kathi Zero ถูกพัฒนาขึ้นในรูปแบบ Carbon Offset Marketplace ที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกโครงการ Carbon Credit และดำเนินการชดเชยคาร์บอนได้ง่ายขึ้น โดยทิศทางถัดไปที่เรามุ่งไปคือ การนำ Tokenization เข้ามาเสริมความโปร่งใสและเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบข้อมูลของ Carbon Credit
ทั้งนี้ เรามองว่า Carbon Credit Tokenization ไม่ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือแสวงหากำไรเพียงเท่านั้น แต่ควรพัฒนาให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับการใช้งานจริง โดยเฉพาะการนำไปใช้เพื่อการชดเชย (Offset) ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบแหล่งที่มา การบันทึกประวัติอย่างโปร่งใส ไปจนถึงการกระจายหน่วย Carbon Credit ให้มีขนาดเล็กลง (Fractionalize) เพื่อรองรับการชดเชย ตามปริมาณการปล่อยจริงของผู้ใช้งานได้ละเอียดขึ้น”
ในขณะที่ ดร. กิตติ์โสภณ ธนินสิริพิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคบีเอส เซอร์ทิฟิเคชั่นเซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด มีความเห็นว่า “เนื่องจาก Carbon Credit เป็นสินทรัพย์ที่จับต้องไม่ได้ การสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดจึงต้องอาศัยความโปร่งใส ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ และมาตรฐานการทวนสอบที่น่าเชื่อถือ
ซึ่งผู้ทวนสอบมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบข้อมูลของโครงการ ก่อนนำไปสู่กระบวนการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกระบวนการนี้จะยิ่งทวีความสำคัญมากขึ้น เมื่อ Carbon Credit ถูกนำมาต่อยอดผ่าน Tokenization และเชื่อมเข้าสู่ตลาดในวงกว้าง เพราะความน่าเชื่อถือของข้อมูลตั้งต้นคือ รากฐานสำคัญที่จะทำให้ Tokenization เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง”
ดร. เจนวิทย์ กรอบทอง ผู้จัดการฝ่ายความปลอดภัย อาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อม และกลไกการพัฒนาที่สะอาด บริษัท อาร์อี พาวเวอร์ เซอร์วิส จำกัด กล่าวเสริมว่า “หนึ่งในโครงการที่น่าสนใจ คือ การนำของเสีย และน้ำเสียจากภาคอุตสาหกรรมมาผลิตเป็น Biogas เพื่อใช้เป็นพลังงานในรูปแบบ Waste-to-Energy ก่อนนำผลลัพธ์จากการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเข้าสู่กระบวนการทวนสอบ เพื่อออก Carbon Credit ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า Carbon Credit สามารถเกิดขึ้นได้ จากโครงการด้านสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโครงการปลูกป่าเท่านั้น”

ทั้งนี้ Bitkub Blockchain Technology และ Kathi Zero กำลังอยู่ระหว่างพิจารณาแนวทางการนำ Carbon Credit มาทำ Tokenization บนแพลตฟอร์ม Kathi Zero เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านความโปร่งใส ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ และการนำ Carbon Credit ไปใช้เพื่อการชดเชยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ก่อนต่อยอดแนวทางการเชื่อมต่อแพลตฟอร์มกับ KUB Chain ต่อไป
สำหรับ Bitkub Blockchain Technology แล้ว การต่อยอด Green Economy ไม่ได้ถูกมองเพียงในมิติของการนำ Carbon Credit มาแปลงเป็น Token เท่านั้น แต่เป็นการเชื่อมโยงองค์ประกอบตั้งแต่โครงการในโลกจริง การทวนสอบ และรับรอง Carbon Credit แพลตฟอร์มสำหรับการซื้อและชดเชย ไปจนถึง Blockchain Infrastructure เข้าด้วยกัน เพื่อสร้าง Use Case ที่ใช้งานได้จริง และรองรับโอกาสใหม่ ๆ จากการเติบโตของตลาด Carbon Credit ในอนาคต

