bitkub-banner

นักวิจัยเสนอโมเดลใหม่ โอน Bitcoin แบบส่วนตัว เหมือน Zcash ได้ โดยไม่ต้องทำ Soft Fork

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ทีมวิจัยจาก Alloc Init เปิดตัวโมเดล “Shielded Bitcoin” ที่ทำให้โอนเหรียญแบบปกปิดตัวตนได้เต็มรูปแบบ สไตล์ Zcash โดยไม่ต้องแก้กฎเครือข่ายหลักผ่าน Soft Fork
  • ระบบใช้ Bitcoin เป็นแค่ชั้นเผยแพร่ข้อมูล ส่วนการตรวจสอบความถูกต้องและความเป็นส่วนตัว จะยกให้ซอฟต์แวร์แยกที่เรียกว่า Indexer เป็นคนจัดการแทนนักขุด
  • นักพัฒนาบางส่วนชื่นชมไอเดีย แต่ก็มีเสียงเตือนเรื่องกลุ่มผู้ใช้งานที่ยังเล็กเกินจะปกปิดตัวตนได้จริง และช่องโหว่ที่ยังรับมือคอมพิวเตอร์ควอนตัมไม่ได้

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral

ยังเป็นเพียงข้อเสนองานวิจัยที่ยังไม่ถูกนำไปใช้จริงบนเครือข่าย ไม่มีผลกระทบต่อ Supply หรือ Demand ของ Bitcoin ในระยะสั้น และเนื้อหายังอยู่ในขั้นถกเถียงทางเทคนิคระหว่างนักพัฒนาเท่านั้น

วงการนักพัฒนา Bitcoin กำลังพูดถึงข้อเสนอใหม่ที่ชื่อ “Shielded Bitcoin” ซึ่งเปิดทางให้ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมแบบปกปิดข้อมูลส่วนตัวได้สมบูรณ์แบบ ไม่ต่างจาก Zcash ทั้งจำนวนเงิน ผู้ส่ง ผู้รับ และร่องรอยที่เชื่อมโยงกับธุรกรรมเก่า 

จุดที่ทำให้หลายคนสนใจคือ ระบบนี้ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนกฎของเครือข่ายหลักแม้แต่น้อย ไม่ต้องทำ Soft Fork ซึ่งทีมวิจัยเบื้องหลังคือ Clara Shikhelman, Mikhail Komarov และ Aleksei Moskvin จาก Alloc Init ที่เผยแพร่งานวิจัยชิ้นนี้เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

Bitcoin เป็นแค่ตัวกลาง ให้ Indexer ทำงานหนักแทน

หัวใจของระบบนี้อยู่ที่การลดบทบาทของ Bitcoin ให้เหลือแค่หน้าที่เป็นชั้นเผยแพร่และจัดลำดับข้อมูลที่เป็นกลาง เครือข่ายหลักไม่ต้องแบกรับหน้าที่ตรวจสอบกฎความเป็นส่วนตัว นักขุดก็ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการนี้เลย งานตรวจสอบทั้งหมดจะตกไปอยู่ที่ซอฟต์แวร์แยกต่างหากที่เรียกว่า Indexer ซึ่งทำหน้าที่ยืนยันหลักฐาน Zero-Knowledge Proof ตรวจจับการใช้จ่ายซ้ำซ้อน และประมวลผลสถานะของธุรกรรมลับทั้งหมด

โครงสร้างส่วนใหญ่หยิบยืมมาจาก Zcash โดยตรง ทั้งการใช้บันทึกเข้ารหัส และตัวยกเลิกสาธารณะ เพื่อบอกว่า เหรียญไหนถูกใช้ไปแล้ว ต่างกันตรงจุดสำคัญคือ Shielded Bitcoin ไม่ต้องสร้างบล็อกเชน หรือกลไกฉันทามติของตัวเองขึ้นมาใหม่ เรียกได้ว่า ใช้ของเดิมที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ที่มา : Alloc Init

เสียงชื่นชมปนความกังวลจากผู้เชี่ยวชาญ

ด้าน Vadim Zavodil นักพัฒนาคริปโทฯ ให้ความเห็นว่า ความเป็นส่วนตัวที่แท้จริงต้องอาศัยขนาดของกลุ่มผู้ใช้งานที่ใหญ่มากพอ ซึ่ง Zcash เองก็ต้องใช้เวลาสะสมฐานผู้ใช้มานานหลายปีกว่าจะสร้างความปลอดภัยในระดับนี้ได้ ในขณะที่โปรโตคอลใหม่ต้องเริ่มนับหนึ่งจากศูนย์ ทำให้ธุรกรรมแรกๆ แทบไม่มีข้อมูลอื่นมาช่วยกลบเกลื่อนเลย 

ซึ่งทางทีม Alloc Init เองก็ยอมรับจุดนี้อย่างตรงไปตรงมาว่า การฝากเงินก้อนใหญ่เข้าไป ไม่ได้หมายความว่า จะได้ความเป็นส่วนตัวโดยอัตโนมัติ หากกลุ่มผู้ใช้งานในระบบยังคงบางเบาอยู่

อีกหนึ่งเสียงเตือนของ Pierre-Luc Dallaire-Demers จาก Pauli Group ที่ชี้ว่า ระบบนี้ยังไม่มีภูมิต้านทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัม ซึ่งถือเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขในอนาคต 

ขณะเดียวกัน ฝั่งที่สนับสนุนก็มีน้ำหนักไม่แพ้กัน โดย Eli Ben-Sasson ซีอีโอของ StarkWare และหนึ่งในผู้ร่วมเขียนงานวิจัย Zerocash ออกมาเน้นย้ำว่า เจตนารมณ์ดั้งเดิมของ Zerocash คือ การนำระบบความเป็นส่วนตัวมาสู่ Bitcoin ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว และเขาต้องการที่จะเห็นวิสัยทัศน์นี้เกิดขึ้นจริงบนชั้นโครงสร้างพื้นฐาน (Layer 1) ของ Bitcoin เสียที

ที่มา : cointelegraph


มุมมองผู้เขียน : แนวคิด Metaprotocol ยอมรับง่ายกว่าการเสนอการ Soft Fork โดยตรง เพราะการแก้กฎหลักของ Bitcoin นั้นยากเสมอ แต่สุดท้ายกลุ่มผู้ใช้งานจะเป็นตัวตัดสินว่า โปรเจกต์นี้จะรอดหรือเป็นแค่ของเล่นทางเทคนิค ซึ่งคงต้องรอดูผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานได้จริงในอนาคต