สรุปข่าว
- ราคา Ethereum ร่วง 1.55% แตะระดับ $2,644.45 ในวันที่ 28 ก.ย. 2569 หลังจากแกว่งตัวในกรอบ $2,646-$2,720 มาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
- ข้อมูล on-chain ชี้ให้เห็นความเคลื่อนไหวของกระเป๋าเจ้ามือและกระแสเงินเข้า-ออกเว็บกระดานเทรดที่น่าจับตาในช่วงการปรับฐานครั้งนี้
- ราคายังอยู่เหนือแนวรับสำคัญ $2,646 แม้จะร่วงลงมา ขณะที่โครงสร้างระยะกลางยังคงเป็นขาขึ้นตั้งแต่จุดต่ำสุดช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bearish
การร่วงลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากราคาแกว่งตัวไซด์เวย์มานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ โดยมีสัญญาณเงินไหลเข้าเว็บกระดานเทรดเพิ่มขึ้นซึ่งมักบ่งชี้แรงกดดันขายในระยะสั้น แต่โครงสร้างราคาระยะกลางยังไม่เสียหาย
ราคา Ethereum (ETH) ร่วงลง 1.55% แตะระดับ $2,644.45 ในวันที่ 28 ก.ย. 2569 หลังจากทำจุดสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ $2,720.75 ก่อนจะถูกเทขายลงมาแตะจุดต่ำสุดที่ $2,644.06 คิดเป็นการปรับฐานราว 1.98% ในรอบวัน การร่วงลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากราคาแกว่งตัวในกรอบแคบ $2,646-$2,720 มาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา นับตั้งแต่ทำจุดสูงสุดที่ $2,775 เมื่อวันที่ 22 ก.ย. แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลขราคาคือความเคลื่อนไหวเบื้องหลังของกลุ่มนักลงทุนรายใหญ่ที่ดูเหมือนจะกำลังปรับพอร์ตครั้งใหญ่ในช่วงเวลานี้
มูลค่าตลาดรวมของ Ethereum ปัจจุบันอยู่ที่ 3.23 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.12 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งถือว่าไม่ได้สูงผิดปกติเมื่อเทียบกับช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวรุนแรง สะท้อนว่าการร่วงลงครั้งนี้ยังเป็นการปรับฐานภายในกรอบ ไม่ใช่การเทขายตื่นตระหนกครั้งใหญ่
เจ้ามือกำลังทำอะไรอยู่
เมื่อพิจารณาบริบทตลาดในภาพใหญ่ ETH เพิ่งผ่านการดีดตัวครั้งใหญ่จากจุดต่ำสุดแถว $1,569-$1,881 ในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมถึงต้นเดือนสิงหาคม 2569 ก่อนจะไต่ระดับขึ้นมาทะลุฐานราคาเดิมที่ $1,874-$2,632 จนแตะโซน $2,672-$2,775 ซึ่งเป็นโครงสร้างระยะกลางที่แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 6 เดือน การที่ราคาหยุดขึ้นและเริ่มแกว่งตัวไซด์เวย์ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. เป็นสัญญาณคลาสสิกที่นักลงทุนรายใหญ่มักใช้ในการทยอยขายทำกำไรบางส่วนหลังราคาวิ่งขึ้นมาไกล โดยไม่ต้องเทขายพร้อมกันจนราคาพังทลาย
รูปแบบการเคลื่อนไหวแบบนี้ ที่ราคาแกว่งตัวในกรอบแคบเป็นเวลานานก่อนจะหลุดลงมาแบบเงียบ ๆ มักถูกนักวิเคราะห์ on-chain มองว่าเป็นช่วงที่กระเป๋าเจ้ามือขนาดใหญ่ทยอยกระจายสินทรัพย์ออกให้กับนักลงทุนรายย่อยที่ยังคงมองบวกต่อทิศทางราคา ปริมาณการซื้อขายที่ลดลงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาก็สนับสนุนแนวคิดนี้ เพราะสะท้อนว่าแรงซื้อใหม่ไม่เพียงพอที่จะดันราคาทะลุแนวต้าน $2,775 ได้อย่างเด็ดขาด
วิเคราะห์กระแสเงินเข้า-ออกเว็บกระดานเทรด
เมื่อราคาสินทรัพย์เคลื่อนไหวในกรอบแคบเป็นเวลานานแล้วเกิดการหลุดลงแบบไม่มีข่าวใหญ่รองรับ มักเป็นสัญญาณว่ามีการโยกย้ายเหรียญจากกระเป๋าส่วนตัวเข้าสู่เว็บกระดานเทรดล่วงหน้า ซึ่งเป็นพฤติกรรมทั่วไปก่อนการขายจริง ในทางกลับกัน หากมีเงินไหลออกจากเว็บกระดานเทรดไปเก็บในกระเป๋าส่วนตัวมากกว่าปกติ นั่นมักบ่งชี้ความเชื่อมั่นระยะยาวของนักลงทุน
ในสถานการณ์ปัจจุบัน การที่ราคาหลุดกรอบล่างของ sideway มาที่ $2,644 พร้อมปริมาณการซื้อขายที่ไม่ได้พุ่งสูงผิดปกติ ชี้ว่าแรงขายที่เกิดขึ้นน่าจะมาจากนักลงทุนกลุ่มที่ถือสถานะมาตั้งแต่ช่วงราคาต่ำในเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม และเลือกทยอยขายทำกำไรในระดับราคานี้ มากกว่าจะเป็นการเทขายจากความตื่นตระหนกของตลาดในวงกว้าง เนื่องจากไม่มีปัจจัยลบเชิงมหภาคขนาดใหญ่ที่ประกาศออกมาในช่วงเวลานี้
นัยสำคัญสำหรับนักลงทุนรายย่อย
สำหรับนักลงทุนรายย่อย พฤติกรรมของนักลงทุนรายใหญ่ในลักษณะนี้มักเป็นสัญญาณเตือนให้ระมัดระวังมากกว่าจะรีบตัดสินใจตามกระแส เพราะเจ้ามือมักมีข้อมูลและเครื่องมือวิเคราะห์ที่เหนือกว่า การขายในช่วงที่ราคายังอยู่ในโครงสร้างขาขึ้นระยะกลาง สะท้อนว่าพวกเขามองว่าระดับราคาปัจจุบันคุ้มค่าที่จะทำกำไร ไม่ได้หมายความว่ามองราคาจะร่วงหนักในทันที
แนวรับสำคัญที่ตลาดกำลังจับตาอยู่ที่ $2,646 ซึ่งเป็นระดับที่ราคาทดสอบและยังคงยืนอยู่ได้ในช่วงนี้ ส่วนแนวรับรองลงมาอยู่ที่ $2,500 และ $2,451 หากมีการหลุดลงไปในระดับดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณว่าแรงขายเปลี่ยนจากการทยอยขายทำกำไรไปเป็นการเทขายที่รุนแรงขึ้น ในทางกลับกัน แนวต้านสำคัญยังคงอยู่ที่ $2,775 และ $3,000 ซึ่งจะเป็นจุดชี้วัดว่าโครงสร้างขาขึ้นระยะกลางยังคงแข็งแกร่งอยู่หรือไม่
ความเห็นผู้เขียน
ส่วนตัวผมมองว่าการร่วงลงครั้งนี้ยังเป็นเรื่องปกติของตลาดที่เพิ่งวิ่งขึ้นมาแรงในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จากจุดต่ำสุดแถว $1,569 มาจนถึงเกือบ $2,800 การหยุดพักและมีแรงขายทำกำไรบางส่วนจึงไม่ใช่เรื่องแปลก สิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนจับตาไม่ใช่แค่ตัวเลขราคาต่อวัน แต่คือรูปแบบของปริมาณการซื้อขายและพฤติกรรมเงินไหลเข้า-ออกเว็บกระดานเทรดในสัปดาห์ข้างหน้า ถ้าเห็นเงินไหลเข้าเว็บกระดานเทรดเพิ่มขึ้นต่อเนื่องพร้อมราคาที่อ่อนตัวลงเรื่อย ๆ นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเจ้ามือกำลังลดสัดส่วนการถือครองจริงจัง แต่ถ้าราคายืนเหนือแนวรับสำคัญได้ พร้อมปริมาณการซื้อขายที่ทรงตัว ก็ยังถือว่าโครงสร้างขาขึ้นระยะกลางยังไม่ถูกทำลาย เรื่องนี้ต้องใช้เวลาดูอีกสักระยะ ไม่ใช่อะไรที่ตัดสินได้จากการเคลื่อนไหวแค่หนึ่งหรือสองวัน
คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน
ภาพจาก AI

