bitkub-banner

เกาหลีใต้ทบทวนแบน Market Maker คริปโต หลัง JPYC ผันผวน 4 เท่าบน Upbit

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • คณะกรรมการกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ (FSC) ประกาศทบทวนการอนุญาตให้มี Market Maker สถาบันในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล หลังปัจจุบันกฎหมายป้องกันการปั่นราคาทำให้กิจกรรมนี้ถูกจำกัดโดยพฤตินัย
  • ต้นเหตุคือ Stablecoin ที่อิงค่าเงินเยน JPYC ที่ราคาพุ่งขึ้นไปกว่า 4 เท่าของค่าอ้างอิงจริงบนกระดานเทรด Upbit หลังเปิดให้เทรดเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา เนื่องจากสภาพคล่องต่ำและไม่มีผู้ดูแลสภาพคล่องในประเทศ
  • ประเด็นนี้จะถูกบรรจุรวมอยู่ในกฎหมายฉบับใหม่ Digital Asset Basic Act ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการร่างโดย FSC และรัฐสภาเกาหลีใต้

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Neutral

ข่าวนี้เป็นการปรับปรุงกฎเชิงโครงสร้างในตลาดเกาหลีใต้ ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อราคาคริปโตในภาพรวมทั่วโลก แต่สะท้อนความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของตลาดที่ขาดผู้ดูแลสภาพคล่อง ซึ่งหากแก้ไขได้จะช่วยลดความผันผวนที่ไม่จำเป็นในระยะยาว

คณะกรรมการกำกับดูแลการเงินเกาหลีใต้ (Financial Services Commission หรือ FSC) ประกาศเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2569 ว่ากำลังพิจารณาทบทวนกฎที่จำกัดกิจกรรม Market Maker ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ตามรายงานจาก Cointelegraph โดยปัจจุบันกฎหมายป้องกันการปั่นราคาของเกาหลีใต้ทำให้กิจกรรม Market Making บนกระดานเทรดในประเทศถูกจำกัดโดยพฤตินัย แม้จะไม่มีการห้ามอย่างชัดเจนในตัวบทกฎหมายก็ตาม นาย Yoo Young-joon ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการเงินดิจิทัลของ FSC กล่าวในงาน The Bridge Summit 2026 ที่กรุงโซลว่า หน่วยงานจะประเมินว่าควรอนุญาตให้มี Market Maker สถาบันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความมั่นคงให้กับตลาดหรือไม่ โดยยกกรณีความผันผวนของราคา Stablecoin ที่อิงค่าเงินเยนอย่าง JPYC บนกระดานเทรด Upbit เป็นตัวอย่างสำคัญที่ผลักดันให้ต้องทบทวนกฎนี้

JPYC ผันผวนหนักหลังเปิดเทรดบน Upbit

เหตุการณ์ที่จุดชนวนให้เกิดการทบทวนกฎครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 ก.ย. ที่ผ่านมา เมื่อ Upbit กระดานเทรดคริปโตรายใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ที่บริหารโดย Dunamu เปิดให้เทรด JPYC ซึ่งเป็น Stablecoin ที่อิงค่าเงินเยนแบบ 1 ต่อ 1 ในคู่เทรดกับเงินวอน, Bitcoin และ USDT โดย JPYC มีมูลค่าอ้างอิงตามทฤษฎีอยู่ที่ประมาณ 8.81 วอนต่อหน่วย (เทียบเท่า 1 เยน) แต่ในช่วง 40-60 นาทีแรกหลังเปิดเทรด ราคากลับพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 37.6 วอน หรือคิดเป็นราวกว่า 4 เท่าของมูลค่าอ้างอิงที่แท้จริง

สาเหตุหลักมาจากสภาพคล่องที่ต่ำมากในช่วงแรก เนื่องจาก Upbit เปิดรับฝากเฉพาะผ่านเครือข่าย Ethereum mainnet ขณะที่เชนอื่น ๆ ยังถูกจำกัดหรือล่าช้า ประกอบกับไม่มีผู้ดูแลสภาพคล่องในประเทศที่สามารถเสนอราคาสองด้านเพื่อทำ Arbitrage กดราคาลงได้ทันเวลา ทำให้คำสั่งซื้อจากนักลงทุนรายย่อยที่แห่เข้ามาต้องเจอกับ Order Book ฝั่งขายที่บางมาก ก่อนที่ราคาจะค่อย ๆ ปรับกลับมาสู่ระดับ 8-9 วอนภายใน 1-2 วันถัดมา หลังผู้ออกเหรียญเร่ง Mint โทเคนเพิ่มและ Upbit ขยายการรองรับเครือข่ายฝากถอน ทิ้งความเสียหายไว้กับนักลงทุนรายย่อยที่ซื้อในช่วงราคาพุ่งสูงสุด

มุ่งสู่กฎหมายฉบับใหม่ Digital Asset Basic Act

ประเด็นการอนุญาต Market Maker จะถูกบรรจุรวมอยู่ในร่างกฎหมายฉบับใหม่ที่เรียกว่า Digital Asset Basic Act ซึ่งเป็นเฟสที่สองของการวางกรอบกฎหมายคริปโตในเกาหลีใต้ ต่อจากกฎหมาย Virtual Asset User Protection Act ที่บังคับใช้ไปเมื่อเดือนกรกฎาคม 2567 โดยกฎหมายฉบับแรกเน้นเรื่องการคุ้มครองเงินทุนของผู้ใช้และบทลงโทษการปั่นราคา แต่ไม่ได้ให้ข้อยกเว้นทางกฎหมายแก่ผู้ให้บริการสภาพคล่อง ทำให้กิจกรรม Market Making มีความเสี่ยงทางกฎหมายและถูกงดเว้นไปโดยปริยาย นอกจาก JPYC แล้ว ในเดือนกันยายนที่ผ่านมายังมี Stablecoin อื่นที่เกิดการหลุด Peg บนกระดานเทรดเกาหลีใต้เช่นกัน ทั้ง PayPal USD (PYUSD) บน Upbit และ EURC ของ Circle บน Bithumb ซึ่งล้วนกดดันให้ภาคการเงินเรียกร้องให้มีกฎกำกับสภาพคล่องในตลาดรองอย่างจริงจัง

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า รัฐสภาเกาหลีใต้ชี้ Stablecoin อิงเงินวอนลดต้นทุนร้านค้าได้ 3,800 ล้านดอลลาร์ต่อปี ซึ่งสะท้อนว่าเกาหลีใต้กำลังเร่งวางโครงสร้างกฎหมายรองรับ Stablecoin และสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง โดยกรณี JPYC ครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญที่ผลักดันให้กระบวนการนี้เดินหน้าเร็วขึ้น


ส่วนตัวผมมองว่าเคสนี้เป็นตัวอย่างคลาสสิกของสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อตลาดขาดกลไก Market Maker ที่ทำหน้าที่ดูดซับความผันผวนตอนเปิดเทรดใหม่ ๆ พอไม่มีใครคอยเสนอราคาสองด้าน ราคาก็เหวี่ยงสุดขั้วได้ง่ายมาก โดยเฉพาะกับเหรียญที่ควรจะนิ่งอย่าง Stablecoin ยิ่งดูแล้วยิ่งขัดแย้งในตัวเอง เพราะกฎหมายที่ออกมาเพื่อป้องกันการปั่นราคากลับกลายเป็นตัวสร้างเงื่อนไขให้ราคาผันผวนรุนแรงขึ้นแทน สิ่งที่ต้องจับตาต่อคือรายละเอียดของ Digital Asset Basic Act ว่าจะออกแบบกรอบการอนุญาต Market Maker อย่างไรให้สมดุลระหว่างสภาพคล่องกับการป้องกันการเอาเปรียบนักลงทุนรายย่อย เพราะถ้าออกแบบไม่ดีก็อาจเปิดช่องให้เกิดการปั่นราคาแบบใหม่ได้เช่นกัน

ที่มา: Cointelegraph

ภาพจาก AI