bitkub-banner

CryptoQuant เผย Bitcoin เสี่ยงเกิดการปรับฐาน หลังจำนวนผู้ทำกำไร แตะจุดสูงสุดในรอบ 21 เดือน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • CryptoQuant เผยสัดส่วนนักเทรดที่มีกำไรพุ่งแตะ 33% ซึ่งสูงที่สุดในรอบ 21 เดือน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเทขายทำกำไรและการปรับฐานในระยะสั้น
  • ความต้องการซื้อ Bitcoin และปริมาณสัญญาฟิวเจอร์สเก็งกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้โมเมนตัมขาขึ้นเริ่มชะลอตัวลง
  • หากเกิดการปรับฐาน แนวรับสำคัญแรกอยู่ที่ $80,000 และอาจลึกถึง $71,000 หรือ $67,000 ในกรณีเลวร้าย

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

CryptoQuant รายงานว่าแม้ Bitcoin จะยังคงอยู่ในแนวโน้มตลาดขาขึ้น แต่ตลาดกำลังเผชิญความเสี่ยงในการปรับฐานระยะสั้น เนื่องมาจากสัดส่วนผู้มีกำไรที่พุ่งสูงถึง 33% อันนำไปสู่การทยอยขายทำกำไรของนักลงทุนทั่วตลาด โดยที่มีการคาดว่าระดับราคา $80,000 จะเป็นแนวรับสำคัญแรกที่จะถูกทดสอบ

แม้ Bitcoin จะเพิ่งยืนยันการเข้าสู่ตลาดกระทิงรอบใหม่ด้วยการเบรกทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 365 วัน จนทำราคาสูงสุดในรอบ 8 เดือนที่ 87,400 ดอลลาร์ แต่รายงานล่าสุดจาก CryptoQuant กลับส่งสัญญาณเตือนว่า ตลาดอาจกำลังสูญเสียโมเมนตัมและเตรียมเข้าสู่ช่วงการปรับฐาน  

Julio Moreno หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัทกล่าวในรายงานเมื่อวันอังคารว่า การที่ราคา Bitcoin ปิดเหนือเส้นค่าเฉลี่ย 365 วันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ถือเป็นการยืนยันการเข้าสู่ตลาดกระทิงรอบใหม่  ซึ่งเป็นการยืนยันตลาดขาขึ้นเช่นเดียวกันกับดัชนี Bitcoin Bull Score Index ที่อยู่ในระดับ “Extremely Bullish” 90 จาก 100 

แต่ถึงอย่างนั้น Moreno กล่าวว่า หลังจากที่ Bitcoin พุ่งแตะจุดสูงสุดในรอบ 8 เดือนที่ 87,400 ดอลลาร์ ตัวชี้วัดหลายตัวได้บ่งชี้ว่าแรงส่งของขาขึ้นกำลังแผ่วลง และอาจตามมาด้วยการปรับฐาน 

หนึ่งในสัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดคือ “แรงเทขายทำกำไร” โดยเมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา มีการเทขายเพื่อรับรู้กำไรสูงถึง 25,700 BTC ซึ่งทำสถิติเป็นปริมาณรายวันที่สูงที่สุดของปี 2026 ข้อมูลนี้ชี้ชัดว่า นักลงทุนเริ่มชิงเทขายทำกำไรกันแล้ว และตามสถิติในอดีต แรงขายมหาศาลหลังราคาฟื้นตัวแรงมักจะเป็นจุดเตือนก่อนที่ตลาดจะทำจุดสูงสุดในระยะสั้น 

ไม่เพียงแต่ Bitcoin เท่านั้น แต่พฤติกรรมการเทขายยังลามไปยังตลาด Altcoin ด้วยเช่นกัน โดยพบว่าปริมาณธุรกรรมการโอนเหรียญเข้ากระดานเทรดพุ่งทะลุ 76,000 ครั้ง  ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ 17 ต.ค. สอดคล้องกับจำนวนกระเป๋าที่ได้ทำการฝากเหรียญเข้ากระดานได้เพิ่มขึ้นเป็น 51,000 ที่อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน และที่สำคัญเลยก็คือความเคลื่อนไหวนี้กระจายตัวไปทั่วทั้งตลาด ไม่ได้เกิดจากกลุ่มเจ้ามือเพียงไม่กี่ราย 

อีกหนึ่งปัจจัยที่เข้ามากดดันคือ ความต้องการซื้อ Bitcoin ที่เริ่มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด โดย Moreno ชี้ว่าในช่วง 30 วันที่ผ่านมา แรงซื้อในตลาดสปอตได้หดตัวลงกว่า 170,000 BTC ขณะที่แรงซื้อในตลาดสัญญาฟิวเจอร์สเองชะลอตัวลดลงจาก 164,000 BTC เหลือเพียง 16,000 BTC เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งเขาย้ำชัดว่า หากปราศจากเม็ดเงินใหม่เข้ามาหนุน การฟื้นตัวก็ยากที่จะไปต่อได้ 

สุดท้ายนี้ หากตลาดเกิดการปรับฐานจริง นักวิเคราะห์ประเมินว่าแนวรับแรกจะอยู่ที่ 80,000 ดอลลาร์ (เส้น MA 365 วัน) แต่หากเอาไม่อยู่ระดับถัดไปจะลงลึกถึง $71,000 (เส้น MA 200 วัน) และในกรณีเลวร้ายที่สุดอาจลงไปได้ถึง $67,000 ซึ่งเป็นราคาที่แท้จริงของ Bitcoin ในปัจจุบัน แต่ถึงอนาคตจะดูมืดมน Monero มองว่า การปรับฐานครั้งนี้เป็นเรื่องที่ดี และเป็นเพียงแค่การย่อตัวในช่วงเริ่มต้นของขาขึ้น ไม่ใช่การกลับตัวของเทรนด์

ที่มา : The Block


มุมมองผู้เขียน : สถานการณ์ปัจจุบันสะท้อนถึงภาวะที่ตลาดเริ่มร้อนแรงเกินไปในระยะสั้น ทำให้นักลงทุนอาจต้องระมัดระวังแรงขายทำกำไรในช่วงนี้ที่อาจกดดันให้ราคาผันผวน แม้โครงสร้างใหญ่ยังเป็นขาขึ้น