สรุปข่าว
- Ethereum Foundation ประกาศเมื่อวันที่ 28 กันยายน ว่าการอัปเกรด Glamsterdam จะเริ่มทดสอบบนเครือข่ายทดสอบ Sepolia วันที่ 6 ตุลาคม 2026 เวลา 20:53:36 น. ตามเวลาไทย
- การอัปเกรดนี้รวมฝั่งประมวลผลและฝั่งฉันทามติเข้าด้วยกัน เน้นเร่งความเร็ว Layer 1 ผ่าน ePBS และ BAL
- กลไกค่าแก๊สถูกปรับใหม่ ให้สะท้อนต้นทุนจัดเก็บข้อมูลจริงของโหนด ส่วนกำหนดการบน Hoodi และ Mainnet ยังรอประกาศ
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
การเปิดตัวเครือข่ายทดสอบ (Testnet) ถือเป็นก้าวสำคัญตามแผนงานที่ตลาดได้รับรู้และคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่ได้สร้างแรงหนุนเชิงบวกต่อราคา ETH ในระยะสั้นมากนัก ประกอบกับกำหนดการอัปเกรดขึ้นเครือข่ายหลัก (Mainnet) ที่ยังไม่มีความชัดเจน ปัจจัยนี้จึงถูกมองเป็นเพียงภาพสะท้อนในระยะกลางถึงระยะยาว ที่จะค่อยๆ เข้ามาช่วยสะสมและเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อปัจจัยพื้นฐานของเครือข่ายให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
Ethereum Foundation ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมาว่า การอัปเกรดเครือข่ายครั้งใหม่อย่าง “Glamsterdam” มีกำหนดจะเริ่มเปิดทดสอบบนเครือข่าย Sepolia ในวันที่ 6 ตุลาคม 2026 นี้ ตรงกับ 20:53:36 น.ในประเทศไทย (บล็อก Epoch ที่ 353,024 / Slot ที่ 11,296,768)
นี่ถือเป็นการอัปเกรดใหญ่ถัดจากเวอร์ชัน Fusaka เมื่อปลายปี 2025 ที่รวมการปรับปรุงทั้งฝั่งการประมวลผล (Amsterdam) และระบบฉันทามติ (Gloas) เข้าด้วยกัน ซึ่งเน้นยกระดับความเร็วและประสิทธิภาพของ Layer 1 เป็นหลัก ผ่านเทคโนโลยีสำคัญอย่าง ePBS ที่ช่วยแยกหน้าที่ผู้สร้างและผู้เสนอตรวจสอบบล็อกออกจากกันอย่างเป็นระบบ พร้อมใช้ BAL เพื่อช่วยให้การสร้าง และตรวจสอบข้อมูลทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
ปรับโครงสร้างค่าแก๊ส และเตรียมความพร้อมสำหรับ Mainnet
นอกจากเรื่องประสิทธิภาพการประมวลผลแล้ว การอัปเกรด Glamsterdam ยังได้ปรับปรุงกลไกการคำนวณค่าแก๊สใหม่ เพื่อให้สะท้อนถึงภาระต้นทุนการจัดเก็บข้อมูลสะสมที่โหนดที่ต้องแบกรับจริง เช่น ยอดเงินคงเหลือในบัญชี และข้อมูล Smart Contracts ที่ขยายตัวขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งนี้ Ethereum Foundation ได้ออกเตือนให้ผู้ตรวจสอบธุรกรรม (Validators) และผู้ดูแลโหนดบนเครือข่ายทดสอบ Sepolia เร่งอัปเดตซอฟต์แวร์ทั้งฝั่ง Execution และ Consensus ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดก่อนวันเปิดใช้งาน
รวมถึงขอให้นักพัฒนาเร่งประเมินผลกระทบจากการปรับโครงสร้างค่าแก๊สและ Opcode ต่อ Smart Contracts เดิมที่มีอยู่ ขณะที่กำหนดการเปิดใช้งานบนเครือข่ายทดสอบ Hoodi และเครือข่ายหลัก (Mainnet) จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งหลังจากทีมผู้พัฒนา Client ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : สิ่งที่ต้องจับตาดูหลังจากนี้คือ ผลกระทบจากการปรับปรุงค่าแก๊สต่อ Smart Contracts เดิมในระบบ เพราะหากพบจุดที่ต้องแก้ไขเป็นจำนวนมาก ตารางเวลาการเปิดใช้งาน อาจต้องถูกเลื่อนออกไป ดังนั้น ช่วงเวลาของการทดสอบบน Sepolia และ Hoodi จึงกลายเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า การอัปเกรดนี้จะพร้อมขยับไปสู่ Mainnet ได้รวดเร็วแค่ไหน

