สรุปข่าว
- BTC ปรับตัวขึ้นไม่ผ่าน $84,000 หลังร่วงแตะ $82,775 ตลาดรอปัจจัยใหม่เพื่อยืนยันแรงซื้อ
- ตลาดแรงงานเริ่มชะลอ ตำแหน่งงานว่างลดเหลือ 7.1 ล้านตำแหน่ง แต่ผู้บริโภคกลับคาดเงินเฟ้อและดอกเบี้ยสูงขึ้น
- จับตาตัวเลข PCE และ Nonfarm Payrolls ของสหรัฐฯ วันที่ 30 ก.ย. และ 2 ต.ค. นี้ หากเงินเฟ้อลดลงพร้อมบอนด์ยีลด์อาจช่วยหนุน Bitcoin
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
Bitcoin ฟื้นไม่ผ่าน $84,000 หลังร่วงแตะ $82,775 ตลาดรอข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชุดใหญ่เพื่อชี้ทิศทางต่อ โดยเฉพาะตัวเลข PCE วันที่ 30 ก.ย. และตัวเลข Non Farm Payrolls วันที่ 2 ต.ค. นี้ ขณะที่ตลาดแรงงานเริ่มชะลอ แต่ความกังวลเงินเฟ้อกลับเพิ่มขึ้น หากเงินเฟ้อชะลอและบอนด์ยีลด์ลดลง จะถือเป็นปัจจัยบวกสำหรับ BTC
Bitcoin (BTC) ยังไม่สามารถกลับไปยืนเหนือระดับ $84,000 ได้ หลังเมื่อวานนี้ราคาย่อตัวลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ $82,775 ขณะที่ตลาดกำลังประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ผ่านข้อมูลตลาดแรงงาน เงินเฟ้อ และบอนด์ยีลด์

ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (BLS) ระบุว่า ตำแหน่งงานว่างสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมอยู่ที่ 7.1 ล้านตำแหน่ง ลดลงจาก 7.3 ล้านตำแหน่ง ในเดือนกรกฎาคม หลังมีการปรับตัวเลขเดือนก่อนหน้าเพิ่มขึ้น 64,000 ตำแหน่ง ส่วนยอดการจ้างงานอยู่ที่ 5.2 ล้านตำแหน่ง ยอดการลาออก 3.1 ล้านตำแหน่ง และยอดเลิกจ้างหรือปลดออก 1.6 ล้านตำแหน่ง
ตัวเลขล่าสุดสะท้อนว่า ตลาดแรงงานสหรัฐฯ เริ่มชะลอตัว แต่ยังไม่แสดงสัญญาณการทรุดตัวรุนแรง ซึ่งอาจช่วยลดแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยได้ อย่างไรก็ตาม ตลาดยังต้องประเมินข้อมูลเงินเฟ้อประกอบก่อนจะสรุปทิศทางของบอนด์ยีลด์
ด้าน The Conference Board รายงานว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนกันยายนลดลงเหลือ 81.9 จาก 88.6 ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ดัชนีความคาดหวังซึ่งสะท้อนมุมมองต่อรายได้ ธุรกิจ และการจ้างงานในระยะสั้น ลดลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันมาอยู่ที่ 63.6
ผู้บริโภคยังมีความกังวลต่ออัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อมากขึ้น โดยสัดส่วนผู้ที่คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้นในช่วง 12 เดือนข้างหน้าเป็น 68.4% ส่วนคาดการณ์เงินเฟ้อเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 6.1% และค่ามัธยฐานเพิ่มขึ้นเป็น 5.1% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนทั้งคู่
ผลสำรวจดังกล่าวจัดทำระหว่างวันที่ 1-23 กันยายน 2026 ซึ่งครอบคลุมช่วงที่เฟดปรับกรอบเป้าหมายอัตราดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 3.75%-4.00% เมื่อวันที่ 16 กันยายน
ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ จึงยังเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับ Bitcoin โดยข้อมูลวันที่ 28 กันยายนระบุว่า บอนด์ยีลด์อายุ 10 ปีอยู่ที่ 5.24% และบอนด์ยีลด์อายุ 2 ปีอยู่ที่ 4.92% ก่อนตลาดรับรู้ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุด
สำหรับ Bitcoin ซึ่งไม่มีดอกเบี้ย การที่พันธบัตรรัฐบาลให้ผลตอบแทนสูงจะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล ดังนั้น การลดลงของบอนด์ยีลด์จึงมีความสำคัญต่อการฟื้นตัวของ BTC มากกว่าตัวเลขตำแหน่งงานว่างเพียงอย่างเดียว
ข้อมูลจาก Farside Investors ระบุว่า Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯมีเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 31 ล้านดอลลาร์ ในวันที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา แต่ยังต่ำกว่ากระแสเงินทุนในช่วง 5 วันทำการก่อนหน้า
หากเงินไหลเข้า ETF เพิ่มขึ้นพร้อมกับบอนด์ยีลด์ที่ลดลง จะเป็นสัญญาณว่าแรงซื้อใหม่เริ่มกลับเข้าสู่ตลาด ในทางกลับกันหาก ETF ยังมีเงินไหลเข้าในระดับต่ำ Bitcoin จะยังต้องพึ่งพาการผ่อนคลายของตลาดพันธบัตรเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวเหนือ $84,000
ตอนนี้ตลาดยังรอข้อมูล Personal Income and Outlays หรือรายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมในวันที่ 30 กันยายน ซึ่งรวมถึงดัชนี PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ จากนั้นวันที่ 2 ตุลาคมนี้ จะมีรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนกันยายนออกมา
สิ่งที่นักลงทุนต้องเฝ้าติดตามต่อคือ Personal Income and Outlays หรือข้อมูลรายได้และการใช้จ่ายส่วนบุคคลของสหรัฐฯ เดือนสิงหาคมในวันที่ 30 กันยายนนี้ ซึ่งรวมถึงดัชนี PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ Fed ให้ความสำคัญ จากนั้นวันที่ 2 ตุลาคมนี้ จะมีตัวเลข Nonfarm Payrolls หรือรายงานการจ้างงานสหรัฐฯ เดือนกันยายนออกมา
ที่มา:cryptoslate
มุมมองผู้เขียน: ข้อมูลตลาดแรงงานที่ชะลอตัวเป็นปัจจัยบวกต่อ Bitcoin เพราะอาจลดแรงกดดันต่อดอกเบี้ย แต่แรงหนุนยังถูกหักล้างด้วยความกังวลเรื่องเงินเฟ้อและบอนด์ยีลด์ที่ยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ตอนนี้ทิศทางการเคลื่อนไหวของราคายังไม่ชัดเจน

