สรุปข่าว
- DogeOS เปิดตัวเครือข่ายทดสอบสาธารณะ “Chikyū” เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายน เป็น Layer 2 แบบ ZK-Rollup ที่รองรับ EVM และใช้ DOGE จ่ายค่าธรรมเนียม
- นักพัฒนาฝั่ง Ethereum ใช้โค้ด เครื่องมือ และกระเป๋าเงินเดิม สร้างแอปบนนิเวศ Dogecoin ได้ทันที แต่ระบบยังพึ่งพาตัวกลางอยู่ จนกว่า Dogecoin Core จะอัปเกรดให้ตรวจสอบ ZK Proofs ได้
- Dogecoin มีมูลค่าตลาดราว 1.47 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และราคาทรงตัวที่ประมาณ $0.0945 โดยยังไม่มีปฏิกิริยารุนแรงต่อข่าว
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral
การประกาศเปิดตัวบน Testnet ในครั้งนี้ แทบไม่ได้ส่งผลให้เกิดความเคลื่อนไหวของราคา เนื่องจาก Testnet ยังคงเป็นเพียงเครือข่ายทดสอบ ไม่ใช่ Mainnet ที่เปิดใช้งานจริง ดังนั้น การจะประเมินการเติบโต และการยอมรับจากผู้ใช้บริการในเชิงการใช้งานจริง จึงยังคงต้องรอติดตามผลลัพธ์ หลังจากที่มีการเปิดระบบอย่างเป็นทางการบนเครือข่ายหลักต่อไป
DogeOS ประกาศเปิดตัวเครือข่ายทดสอบสาธารณะ “Chikyū” เมื่อวันพุธที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา เป้าหมายคือ ยกระดับ Dogecoin จากเหรียญที่คนใช้จ่ายและเทรดกันเป็นหลัก ไปสู่ ทุนที่ตั้งโปรแกรมได้ (Programmable Capital)
ทีมพัฒนาเตรียมยื่นข้อเสนออัปเกรดซอฟต์แวร์ Dogecoin Core เพื่อแก้ไขปัญหาระบบที่ยังต้องพึ่งพาตัวกลาง ให้กลายเป็นระบบที่ปลอดจากความไว้วางใจอย่างสมบูรณ์ในระยะยาว
ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยรองรับการประมวลผลของ dApps ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของราคาเหรียญ DOGE ปัจจุบันยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ และไม่ได้แสดงอาการตอบรับต่อประเด็นข่าวนี้อย่างมีนัยสำคัญ
Chikyū ทำงานอย่างไร
Chikyū เป็นเครือข่าย Layer 2 ประเภท Zero-Knowledge Rollup ที่เข้ากันได้กับ Ethereum Virtual Machine และใช้ DOGE เป็นเหรียญจ่ายค่าธรรมเนียมธุรกรรม
ข้อได้เปรียบสำคัญจะตกอยู่กับฝั่งนักพัฒนา เพราะผู้ที่คุ้นเคยกับ Ethereum อยู่แล้ว สามารถนำซอฟต์แวร์ โค้ด เครื่องมือ รวมถึงกระเป๋าเงินที่มีอยู่ มาปรับใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้ระบบใหม่ ซึ่งประเภทของแอปพลิเคชันที่ตั้งเป้าไว้นั้นครอบคลุมทั้ง DeFi , นวัตกรรมทางการเงิน, ตลาดการคาดการณ์ ไปจนถึงเกมบนบล็อกเชน
Jordan Jefferson ซีอีโอของ DogeOS เปิดเผยว่า เครือข่าย Testnet นี้ จัดทำขึ้นเพื่อให้กลุ่มนักพัฒนาเข้ามาเริ่มสร้างและทดสอบระบบต่างๆ ก่อนเป็นการล่วงหน้า ส่วนกำหนดการเปิดใช้งานเครือข่าย Mainnet นั้น ทางทีมงานจะมีการประกาศให้ทราบอย่างเป็นทางการในขั้นตอนถัดไป
โมเดลความปลอดภัยและแผนอัปเกรด Dogecoin Core
แม้ว่า DogeOS จะดึงเทคโนโลยี ZK-Rollup มาใช้งาน แต่ในปัจจุบันยังคงไม่สามารถทำงานได้แบบไร้ตัวกลางโดยสมบูรณ์ เนื่องจากความปลอดภัยของระบบยังคงต้องพึ่งพาปัจจัยภายนอก อย่างสภาพแวดล้อมการประมวลผลที่ปลอดภัย , กลุ่มผู้ตรวจสอบ และ Sequencer ที่ได้รับอนุญาต
เหตุเพราะเครือข่ายหลัก Layer 1 ของ Dogecoin ยังไม่รองรับการยืนยัน ZK Proofs ได้โดยตรง ด้วยเหตุนี้ ทีมพัฒนาจึงเตรียมยื่นข้อเสนออัปเกรดซอฟต์แวร์ Dogecoin Core เพื่อแก้ปัญหานี้ในอนาคต แต่ในระหว่างที่ยังรอการอัปเกรดดังกล่าว ผู้ใช้งานจึงจำเป็นต้องยอมรับเงื่อนไขความเสี่ยงจากการพึ่งพาตัวกลางเหล่านี้ไปก่อน
ศักยภาพดึงดูดสภาพคล่องและความเคลื่อนไหวราคา
ฐานทุนของ Dogecoin ถือว่าน่าสนใจ เพราะมีกระเป๋าที่มียอดคงเหลือเป็นบวกมากถึงประมาณ 8.5 ล้านบัญชี และมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 1.47 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2026 ซึ่งนับเป็นมูลค่าที่สูงมาก เมื่อเทียบกับสภาพคล่องบน Layer 2 ยอดนิยมอย่าง Base ที่ 6.3 พันล้านดอลลาร์ และ Arbitrum ที่ 1.4 พันล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ในฝั่งของราคา DOGE กลับยังคงทรงตัวเคลื่อนไหวแถว $0.0945 หรือปรับตัวขึ้นเพียง 0.3% ในรอบ 24 ชั่วโมง สะท้อนให้เห็นว่า ข่าวการเปิดตัว Testnet ยังไม่ได้สร้างความผันผวนต่อราคาในระยะสั้น

ทั้งนี้ การผลักดันการใช้งานจริงของ DOGE ยังดำเนินไปในอีกเส้นทางหนึ่ง ผ่านความร่วมมือระหว่าง House of Doge และ Paxos ซึ่งมุ่งเชื่อมระบบชำระเงินเข้ากับบริการยอดนิยมอย่าง PayPal และ Venmo เพื่อเน้นการใช้งานด้านการชำระเงินโดยเฉพาะ ขณะที่ DogeOS จะถูกวางตัวให้ดูแลในฝั่งการเขียนโปรแกรมและการพัฒนา Smart Contracts เป็นหลัก
ที่มา : cryptopolitan
มุมมองผู้เขียน : สองเส้นทางนี้สามารถเสริมกันได้อย่างลงตัว โดยฝั่งหนึ่งจะช่วยให้ DOGE ถูกนำไปใช้จ่ายในชีวิตจริงได้สะดวกยิ่งขึ้น ขณะที่อีกฝั่งเปิดโอกาสให้พัฒนาแอปพลิเคชันรูปแบบต่างๆ บนเหรียญเดิมได้อย่างหลากหลาย
อย่างไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่สุดที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด คือการอัปเกรด Dogecoin Core เพราะหากข้อเสนอนี้ผ่านการอนุมัติ ก็จะช่วยให้ DogeOS ลดการพึ่งพาตัวกลางลงได้จริง

