bitkub-banner

NEAR Intents ถูกแฮกสูญกว่า $3.8 ล้าน ทีมงานสัญญาชดเชยเต็มจำนวน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • NEAR Intents ระบบสว็อปข้ามเชนและชำระธุรกรรมบน NEAR Protocol ถูกโจมตีช่องโหว่ สูญเงินกว่า $3.8 ล้าน โดย ZachXBT ระบุว่าเงินที่ถูกขโมยถูกส่งต่อไปยัง KuCoin และบริดจ์ไปยังเครือข่าย Bitcoin
  • ทีมงานระบุว่าสาเหตุมาจากช่องโหว่ในการทำงานร่วมกันระหว่างโครงสร้างพื้นฐานฝาก-ถอนข้ามเชน Omni กับสมาร์ทคอนแทรกต์ของ NEAR Intents ซึ่งแก้ไขแล้ว และสัญญาว่าจะชดเชยผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบเต็มจำนวน
  • ต้องจับตาการติดตามเงินบนเชนและความคืบหน้าการเปิดฝาก-ถอนในหลายเครือข่าย ที่ถูกระงับชั่วคราวราว 12 ชั่วโมง

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

เหตุแฮกครั้งนี้กระทบความเชื่อมั่นต่อโครงสร้างพื้นฐานข้ามเชนของ NEAR โดยตรง แต่มูลค่าความเสียหายไม่สูงและมีคำมั่นชดเชยผู้ใช้เต็มจำนวน ผลกระทบจึงน่าจะจำกัดอยู่ที่ระบบนิเวศ NEAR มากกว่าตลาดคริปโตโดยรวม

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2569 NEAR Intents ระบบสว็อปข้ามเชนที่สร้างบน NEAR Protocol ถูกโจมตีช่องโหว่ สร้างความเสียหายกว่า $3.8 ล้าน ตามรายงานจาก Cointelegraph ที่อ้างคำเตือนของนักสืบบนเชน ZachXBT ว่าเงินที่ถูกขโมยถูกส่งไปยัง KuCoin และบริดจ์ไปยังเครือข่าย Bitcoin ทีมงาน NEAR Intents ยืนยันเหตุการณ์ พร้อมระบุว่าแก้ไขช่องโหว่ของสมาร์ทคอนแทรกต์แล้ว และได้แจ้งเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย

แผนผังแสดงเส้นทางการโอนย้ายเงินที่ถูกขโมยจาก NEAR Intents ไปยัง KuCoin และเครือข่าย Bitcoin โดย ZachXBT
แผนผังแสดงเส้นทางการโอนย้ายเงินที่ถูกขโมยจาก NEAR Intents ไปยัง KuCoin และเครือข่าย Bitcoin โดย ZachXBT (ภาพจาก: @Cointelegraph)

เงินที่ถูกขโมยไหลไปทางไหน

จากแผนภาพติดตามธุรกรรมของ ZachXBT พบว่าเงินก้อนแรกเป็น BSC_USD จำนวน 3,865,021 หน่วย ถูกโอนเข้ากระเป๋าปลายทางผ่านธุรกรรม 7 ครั้ง ก่อนกระจายไปหลายเส้นทาง ส่วนหนึ่งถูกบริดจ์ไป Ethereum ราว 101.68 ETH และบริดจ์ต่อไปยังที่อยู่ Bitcoin อีกส่วนถูกบริดจ์ไปยัง Bitcoin โดยตรงกว่า 7 BTC

นอกจากนี้ยังมีการโอน BNB ผ่านกระเป๋าพักหลายใบ ก่อนฝากเข้า KuCoin รวมประมาณ 800 BNB ซึ่งสอดคล้องกับคำเตือนของ ZachXBT ว่าผู้โจมตีใช้ที่อยู่ฝากของ KuCoin เป็นทางผ่านเงิน ข้อมูลจากไทม์สแตมป์ในแผนภาพชี้ว่าการเคลื่อนย้ายเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงข้ามคืนของวันที่ 30 ก.ย. ถึงเช้า 1 ต.ค.

สาเหตุและมาตรการรับมือของทีมงาน

NEAR Intents ระบุว่าต้นเหตุมาจากช่องโหว่ในการทำงานร่วมกันระหว่างระบบฝาก-ถอนข้ามเชน Omni กับสมาร์ทคอนแทรกต์ ไม่ใช่ความล้มเหลวของเลเยอร์ 1 ของ NEAR Protocol บริการบน NEAR Intents และ near.com ถูกระงับชั่วคราว คาดกลับมาให้บริการหลักภายในราว 1 ชั่วโมงหลังแก้ไข ขณะที่การฝาก-ถอนบนบางเครือข่ายที่เชื่อมต่อ เช่น BNB Smart Chain, Polygon, TON, Optimism และ Avalanche ถูกระงับยาวราว 12 ชั่วโมง

ทีมงานยังประกาศว่าจะชดเชยผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบเต็มจำนวน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้ใช้จะขาดทุนจากเหตุครั้งนี้โดยตรง

จากผู้สกัดกั้นแฮกเกอร์ กลายเป็นเหยื่อเสียเอง

ประเด็นที่น่าสนใจคือเมื่อไม่กี่วันก่อน NEAR Intents ถูกพูดถึงในฐานะฝ่ายป้องกัน หลังระบบ SHIELD ช่วยสกัดเงินที่แฮกเกอร์เหตุ Bitget พยายามฟอกผ่านโปรโตคอล คราวนี้ NEAR Intents กลับเป็นเหยื่อโดยตรง กระเป๋าร้อนของตัวเองถูกถอนเงินออก ควรระวังอย่าสับสนกับตัวเลข $3.8 ล้านในรูปของ Zcash ที่ ZachXBT รายงานเมื่อวันก่อน ซึ่งเป็นคนละเหตุการณ์กัน

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ยอดแฮกคริปโตเดือนกันยายนพุ่ง 768 ล้านดอลลาร์ ทำสถิติเดือนที่แย่ที่สุดของปี 2026 ซึ่งเหตุครั้งนี้ตอกย้ำว่าความเสี่ยงด้านความปลอดภัยยังเป็นปัญหาใหญ่ของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานบริดจ์และข้ามเชน


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเหตุนี้สะท้อนว่าระบบกรองความเสี่ยงที่เก่งแค่ไหน ก็ยังแพ้ช่องโหว่ในชั้นสมาร์ทคอนแทรกต์และบริดจ์ได้ เงินก้อนนี้ไม่ใหญ่ และการประกาศชดเชยเต็มจำนวนก็ช่วยพยุงความเชื่อมั่นได้ระดับหนึ่ง แต่คนที่ใช้งานโปรโตคอลข้ามเชนควรระวังไว้เสมอ ไม่ควรวางเงินก้อนใหญ่ทิ้งไว้ในระบบที่ยังพิสูจน์ตัวเองไม่นาน สิ่งที่น่าจับตาต่อคือรายงานสาเหตุฉบับเต็มจากทีมงาน และความสามารถในการตามยึดเงินคืนบนเชน เพราะถ้าเงินหลุดไปอยู่บน Bitcoin และผ่านกระดานเทรดไปแล้ว โอกาสเรียกคืนจะยากขึ้นมาก

ที่มา: @Cointelegraph

ภาพจาก AI