bitkub-banner

Ethereum พุ่งเกือบ 3% แตะ $2,750 จ่อทะลุกรอบสะสมตัว 10 วัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา Ethereum (ETH) พุ่งขึ้น 2.78% แตะ $2,751.7 เมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2569 โดยทำจุดสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ $2,768.44 และต่ำสุดที่ $2,674.36
  • ราคากลับมากดดันขอบบนของกรอบสะสมตัวที่แกว่งตัวมาราว 10 วัน หลังเคยพุ่งไปแตะ $2,775 เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ด้วยปริมาณซื้อขายสูงราว 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์
  • สิ่งที่ต้องจับตาคือราคาจะยืนเหนือกรอบนี้ได้หรือไม่ และปริมาณซื้อขายจะกลับมาเพิ่มขึ้นหรือเปล่า ขณะที่แนวโน้มระยะยาวยังเป็นขาลงทางเทคนิค

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bullish

ราคาที่ดีดตัวขึ้นพร้อมปริมาณซื้อขายระดับ 1.57 หมื่นล้านดอลลาร์ สะท้อนแรงซื้อที่กลับมาหลังช่วงเงียบเหงา และต่อยอดจากแนวโน้มระยะกลางที่เป็นขาขึ้น แต่ยังต้องรอดูว่าราคาจะยืนได้จริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาราคาถูกกดกลับทุกครั้งที่เข้าใกล้โซนนี้

ราคา Ethereum พุ่งขึ้น 2.78% มาซื้อขายที่ $2,751.7 ในวันที่ 2 ต.ค. 2569 หลังแกว่งตัวในกรอบแคบมาราว 10 วัน ราคาทำจุดสูงสุดในรอบ 24 ชั่วโมงที่ $2,768.44 และต่ำสุดที่ $2,674.36 ขณะที่การเปลี่ยนแปลงรายวันอยู่ที่ 2.34% ราคากำลังกดดันขอบบนของกรอบที่เคยถูกกดกลับมาหลายครั้ง

ปริมาณซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 1.57 หมื่นล้านดอลลาร์ มูลค่าตลาดอยู่ที่ 3.36 แสนล้านดอลลาร์ ราคาปัจจุบันสูงกว่าจุดต่ำสุดของรอบนี้ที่ราว $1,569 เมื่อปลายเดือน พ.ค. ถึงต้นเดือน มิ.ย. ราวร้อยละ 75 แต่ยังต่ำกว่าจุดสูงสุดช่วงปลายปี 2568 ที่ราว $4,500 ถึง $4,690 อยู่ราวร้อยละ 40 ราคาเพิ่งขึ้นมาต่อเนื่องหลังทะลุกรอบสะสมตัวช่วงต้นเดือน ส.ค. และขยับขึ้นเป็นขั้นบันไดตั้งแต่นั้นมา

ทำไมโซนนี้ถึงเป็นจุดที่ตลาดจับตา

กรอบ $2,640 ถึง $2,775 กว้างเพียงราวร้อยละ 5 แต่เป็นพื้นที่ที่หลายปัจจัยมาบรรจบกัน ประการแรก ราคาเพิ่งพุ่งไปแตะ $2,775 เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ด้วยปริมาณซื้อขายราว 2.7 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ไม่สามารถยืนต่อได้ ทำให้โซนนี้กลายเป็นจุดที่แรงขายเคยออกมาแล้วหนึ่งครั้ง

ประการที่สอง ในกราฟ 4 ชั่วโมง ราคาถูกกดกลับซ้ำ ๆ ที่โซน $2,715 ถึง $2,743 ขณะที่แรงซื้อตอนราคาย่อมักเข้ามาที่ราว $2,640 ถึง $2,670 รูปแบบนี้ทำให้ราคาถูกบีบเข้าหากันเหมือนสปริง ซึ่งโดยทั่วไปมักตามด้วยการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนในทิศใดทิศหนึ่ง ประการที่สาม ปริมาณซื้อขายที่ลดลงตลอดช่วงสะสมตัว บ่งบอกว่าตลาดกำลังรอตัวกระตุ้นใหม่

ในภาพใหญ่ แนวโน้มระยะยาวยังเป็นขาลงทางเทคนิค เพราะจุดสูงสุดที่ต่ำลงเรื่อย ๆ จาก $4,690 มาที่ $3,352 และ $2,525 ยังไม่ถูกทำลาย ราคาตอนนี้จึงเท่ากับกำลังทดสอบกลางทางของการร่วงรอบก่อน ซึ่งเป็นจุดที่นักวิเคราะห์หลายคนมองว่าเป็นบททดสอบความแข็งแรงของการฟื้นตัวรอบนี้

ถ้าราคายืนเหนือกรอบได้ ภาพจะเปลี่ยนอย่างไร

หากราคายืนเหนือขอบบนของกรอบได้อย่างชัดเจน พร้อมปริมาณซื้อขายที่กลับมาเพิ่มขึ้น โครงสร้างระยะกลางที่เป็นขาขึ้นจะแข็งแรงขึ้น และการสะสมตัวที่ผ่านมาจะถูกตีความว่าเป็นการพักตัวก่อนไปต่อ ไม่ใช่การสะสมแรงขายก่อนกลับตัว การดีดตัววันนี้ที่ 2.78% มีน้ำหนักมากขึ้นหากตามด้วยราคาปิดรายวันที่อยู่เหนือกรอบ

ถึงอย่างนั้น ราคาที่ผ่านกรอบขึ้นไปก็ไม่ได้แปลว่าแนวโน้มระยะยาวกลับเป็นขาขึ้นทันที เพราะยังมีโซนที่ตลาดให้ความสำคัญทางจิตวิทยาอยู่ด้านบน เช่น ระดับ $3,000 ซึ่งเป็นตัวเลขกลมและเคยเป็นพื้นที่ซื้อขายหนาแน่นมาก่อน การไปถึงตรงนั้นจึงน่าจะเจอแรงขายทำกำไรจากผู้ที่ติดค้างอยู่ในช่วงขาลงปีที่แล้ว

ถ้าราคากลับลงมา ความเสี่ยงอยู่ตรงไหน

ด้านกลับกัน หากการพุ่งครั้งนี้ถูกกดกลับอีกครั้งและราคาหลุดกรอบสะสมตัวด้านล่าง การเคลื่อนไหววันนี้จะถูกมองเป็นการหลอกขึ้นระยะสั้น และอาจกระตุ้นให้ผู้ที่เข้าซื้อตามการพุ่งขายออก ทำให้แรงกดดันเพิ่มขึ้น ในกรณีเลวร้ายที่สุด การหลุดระดับที่เป็นพื้นรองรับสำคัญระดับถัดไปอาจทำให้ตลาดตั้งคำถามกับการฟื้นตัวที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือน ส.ค. ทั้งหมด

ความเสี่ยงที่ต้องไม่มองข้ามคือสภาพคล่อง เพราะช่วงที่ปริมาณซื้อขายบางลง ราคามักเคลื่อนไหวแรงกว่าปกติเมื่อมีคำสั่งขนาดใหญ่เข้ามา และอาจเกิดการล้างพอร์ตของผู้ที่เปิดสถานะใช้เลเวอเรจ ซึ่งซ้ำเติมการเคลื่อนไหวให้รุนแรงขึ้นทั้งขาขึ้นและขาลง


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าการขยับ 2.78% วันนี้ยังไม่ใช่ข่าวใหญ่ในตัวเอง เพราะราคา ETH แกว่งตัวระดับ 2 ถึง 3% ต่อวันได้เป็นปกติ สิ่งที่ทำให้วันนี้น่าสนใจคือราคามาอยู่ที่ขอบบนของกรอบพอดี ในจังหวะที่ตลาดกำลังรอตัวตัดสิน

สิ่งที่ผมจะจับตาเป็นพิเศษมีสามเรื่อง เรื่องแรกคือราคาปิดรายวัน ว่ายืนเหนือกรอบได้จริงหรือแค่แทงไส้เทียน เรื่องที่สองคือปริมาณซื้อขาย ถ้าราคาขึ้นแต่ปริมาณเงียบ สัญญาณก็อ่อนกว่าที่เห็น เรื่องที่สามคือตัวเลขเศรษฐกิจและท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่มักเป็นตัวกระตุ้นให้ตลาดคริปโตเลือกทิศทาง ซึ่งผมไม่อยากเดาว่าอะไรจะเป็นตัวจุดชนวน เพราะข้อมูลที่มีตอนนี้ยังไม่พอจะสรุปได้

สุดท้ายแล้ว ในภาพใหญ่แนวโน้มระยะยาวยังเป็นขาลง การดีดกลับ 75% จากจุดต่ำสุดฟังดูน่าตื่นเต้น แต่ยังเป็นเพียงการฟื้นตัวในโครงสร้างที่ยังไม่เปลี่ยนทิศ ผมจึงยังมองด้วยความระมัดระวัง และคิดว่าผู้อ่านควรติดตามข้อมูลอย่างต่อเนื่องมากกว่าตัดสินจากการเคลื่อนไหววันเดียว

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI