bitkub-banner

Ran Neuner ชี้นี่คือ Bull Market ครั้งแรกของคริปโตที่มีรายได้เป็นรูปธรรม ไม่ใช่แค่คำมั่นสัญญา

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Ran Neuner ผู้ก่อตั้ง Crypto Banter มองว่าตลาดคริปโตในรอบนี้อาจเป็น “ตลาดขาขึ้นครั้งแรกที่แท้จริง” เพราะโปรโตคอลต่าง ๆ เริ่มมีผู้ใช้งานจริงและสร้างรายได้จริง
  • เขายกตัวอย่าง Hyperliquid, Pump.fun และ Venice ที่สามารถสร้างรายได้จากการใช้งานแพลตฟอร์ม แทนที่จะขับเคลื่อนด้วยเพียงกระแสและคำสัญญาว่าอนาคตจะเติบโต
  • ข้อมูลจาก DeFiLlama พบว่า Hyperliquid สร้างรายได้จากโปรโตคอลในไตรมาส 3 ปี 2026 ราว 194.6 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Pump.fun ทำได้ประมาณ 91.5 ล้านดอลลาร์ และ Venice ประมาณ 2 ล้านดอลลาร์

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

มุมมองของ Ran Neuner ถือเป็นปัจจัยเชิงบวกต่อตลาดคริปโต โดยเฉพาะกลุ่มโปรโตคอลที่สามารถสร้างรายได้จริง เพราะตลาดเริ่มมีวิธีประเมินมูลค่าโครงการจากการใช้งานและกระแสเงินสด แทนที่จะพึ่งพาเพียงจำนวนผู้ติดตามหรือเรื่องราวเกี่ยวกับการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม รายได้ของโปรโตคอลไม่ได้หมายความว่าโทเค็นของโปรโตคอลนั้นจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ นักลงทุนยังต้องพิจารณา Tokenomics, การแบ่งรายได้, การซื้อคืนหรือเบิร์นเหรียญ รวมถึงมูลค่าตลาดของแต่ละโปรเจกต์ด้วย

Ran Neuner มองนี่คือ Bull Market ครั้งแรกที่มี “ธุรกิจจริง”

Ran Neuner ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Crypto Banter กล่าวว่า ตลาดคริปโตในปัจจุบันกำลังเข้าสู่ “ตลาดขาขึ้นครั้งแรกที่แท้จริง” เนื่องจากแอปพลิเคชันและโปรโตคอลบนบล็อกเชน เริ่มมีผู้ใช้งานจริงและสามารถสร้างรายได้จากกิจกรรมเหล่านั้น ไม่ใช่การผลักดันราคาโดยกระแส หรือคำมั่นสัญญาว่าโครงการจะมีสิ่งที่ยิ่งใหญ่เกิดขึ้นในอนาคต

Ran อธิบายว่า รอบก่อน ๆ นักลงทุนจำนวนมากให้มูลค่าโปรเจกต์จากเรื่องราวและความคาดหวังในอนาคต แต่ปัจจุบันเริ่มเห็นแพลตฟอร์มที่สร้างรายได้ระดับหลายล้านดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้เขามองว่าคริปโตกำลังเปลี่ยนจากตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย “เรื่องเล่า” ไปสู่ตลาดที่มีการใช้งานจริงและรายได้จริง

เขายกตัวอย่าง Hyperliquid, Pump.fun, Venice รวมถึงโปรโตคอลอย่าง Uniswap, Aave และ Aerodrome ว่าเป็นกลุ่มที่แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์บนบล็อกเชนสามารถดึงผู้ใช้งานและสร้างรายได้ได้จริง

Hyperliquid ทำรายได้เกือบ 200 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียว

หนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นที่สุดคือ Hyperliquid แพลตฟอร์มซื้อขายสัญญา Perpetual แบบกระจายศูนย์

ข้อมูลจาก DeFiLlama ระบุว่า Hyperliquid สร้างรายได้จากโปรโตคอลประมาณ 194.6 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ปี 2026 โดยรายได้หลักมาจากค่าธรรมเนียมการซื้อขาย Perpetual ซึ่งคิดเป็นประมาณ 165.2 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ค่าธรรมเนียมจากตลาด Spot และรายได้จากผู้สร้างตลาดก็เป็นส่วนประกอบเพิ่มเติม

ตัวเลขดังกล่าวทำให้เห็นว่าบางโปรโตคอลในตลาดคริปโตเริ่มมีรายได้ในระดับที่สามารถนำไปเปรียบเทียบกับธุรกิจเทคโนโลยีที่มีผู้ใช้งานจริงได้

ก่อนหน้านี้ Ran ก็เคยระบุว่า Hyperliquid เป็นหนึ่งในกรณีใช้งานที่โดดเด่นที่สุดของคริปโต และเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่เขาให้ความสำคัญในพอร์ตการลงทุนของตัวเอง

Pump.fun และ Venice ก็เริ่มสร้างรายได้จากการใช้งาน

อีกตัวอย่างคือ Pump.fun ซึ่งสร้างรายได้จากค่าธรรมเนียมที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์ม Launchpad และระบบซื้อขายของตัวเอง

ข้อมูลล่าสุดจาก DeFiLlama ระบุว่า Pump.fun มีรายได้จากโปรโตคอลประมาณ 91.5 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ปี 2026 และมีการจัดสรรรายได้บางส่วนไปยังผู้ถือโทเค็นผ่านกลไกซื้อคืน

ขณะที่ Venice ซึ่งเป็นแพลตฟอร์ม AI ที่ใช้บล็อกเชนเป็นส่วนหนึ่งของระบบ มีรายได้จากโปรโตคอลประมาณ 1.98 ล้านดอลลาร์ในไตรมาส 3 ปี 2026 โดยรายได้ส่วนหนึ่งถูกนำไปซื้อคืนโทเค็น VVV ให้กับผู้ถือโทเค็น

ตัวเลขเหล่านี้ช่วยสนับสนุนประเด็นของ Ran ว่า โปรเจกต์คริปโตบางส่วนในปัจจุบันไม่ได้มีเพียง Token ที่ซื้อขายในตลาด แต่เริ่มมีผลิตภัณฑ์ที่ผู้ใช้ยอมจ่ายเงินเพื่อใช้งานจริง

ตลาดคริปโตกำลังเปลี่ยนจาก “การสร้างเรื่องเล่า” สู่ “การสร้างรายได้”

ประเด็นสำคัญที่ Ran ต้องการสื่อจึงไม่ใช่เพียงว่าตลาดกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้น แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของคุณภาพของตลาดขาขึ้น

ในอดีต โปรเจกต์จำนวนมากสามารถดึงดูดเงินลงทุนได้จาก Whitepaper, Roadmap และคำสัญญาว่าจะสร้างผลิตภัณฑ์ในอนาคต แต่รอบนี้เริ่มเห็นโครงการที่สามารถสร้างรายได้จากการซื้อขาย, การเงินแบบกระจายศูนย์, การออกสินทรัพย์ และบริการ AI ได้จริง

ข้อมูลจาก DeFiLlama ยังแสดงให้เห็นว่าโปรโตคอลที่ติดตามทั่วตลาดสร้างรายได้รวมประมาณ 1,240 ล้านดอลลาร์ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา แม้ตัวเลขดังกล่าวจะรวมหลายประเภทของธุรกิจและไม่ควรนำไปเทียบกับรายได้ของบริษัทแบบตรง ๆ ก็ตาม

นั่นทำให้แนวคิดเรื่อง “โครงสร้างพื้นฐาน” ในตลาดคริปโตเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะนักลงทุนสามารถดูทั้งค่าธรรมเนียม รายได้ ปริมาณการใช้งาน และกระแสเงินที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายเพื่อประเมินว่าโปรเจกต์หนึ่งมีผู้ใช้งานจริงมากน้อยเพียงใด


มุมมองของ Ran Neuner สะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจของตลาดคริปโตในปี 2026 จากตลาดที่เคยขับเคลื่อนด้วยกระแสและความคาดหวัง ไปสู่ตลาดที่มีโปรโตคอลจำนวนหนึ่งเริ่มสร้าง รายได้จริงจากผู้ใช้งานจริง โดยเฉพาะ Hyperliquid และ Pump.fun ที่มีรายได้ระดับหลายสิบถึงหลายร้อยล้านดอลลาร์ต่อไตรมาส

ส่วนตัวมองว่าหากแนวโน้มนี้ดำเนินต่อไป ตลาดคริปโตอาจเริ่มให้มูลค่ากับ “ธุรกิจที่อยู่เบื้องหลังโทเค็น” มากขึ้นเรื่อย ๆ และโปรเจกต์ที่ไม่มีผู้ใช้งานหรือรายได้จริงอาจถูกคัดออกจากตลาดได้ง่ายกว่าเดิม ดังนั้นขาขึ้นในรอบนี้อาจไม่ได้วัดกันเพียงว่า “เหรียญไหนจะขึ้น” แต่กำลังเปลี่ยนเป็นคำถามว่า “โปรโตคอลไหนกำลังสร้างธุรกิจจริง”

ที่มา : CoinMarketCap, Finance.Yahoo, Defillama