bitkub-banner

สัญญาณดี นักขุด Bitcoin ชะลอเทขาย CryptoQuant ชี้แรงกดดันเริ่มแผ่ว 

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • CryptoQuant ระบุว่า แรงเทขาย Bitcoin จากนักขุด ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่แฮชเรต รายได้ และความสามารถในการทำกำไรก็กำลังฟื้นตัวต่อเนื่อง
  • รายได้รวมต่อวันของนักขุด เพิ่มขึ้น 78% จาก 27 ล้านดอลลาร์เป็น 48 ล้านดอลลาร์ ตามราคา Bitcoin ที่ดีดขึ้นกว่า 45% จากจุดต่ำสุดเดือนกรกฎาคม
  • ยอดคงเหลือของกระเป๋านักขุดรายใหญ่นิ่งอยู่ที่ราว 51,000 BTC มาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ สะท้อนว่า นักขุดหยุดขายเหรียญเพื่อดึงเงินทุนแล้ว

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish

แรงเทขาย Bitcoin จากกลุ่มนักขุด ถือเป็นปัจจัยกดดันหลักที่ถ่วงราคา Bitcoin มาอย่างยาวนาน ดังนั้น เมื่อแรงขายดังกล่าวเริ่มแผ่วลง ประกอบกับกำไรของนักขุดเริ่มฟื้นตัวกลับมา ก็จะส่งผลให้อุปทานเหรียญที่รอเข้าสู่ตลาดลดลงตามไปด้วย ซึ่งนับเป็นปัจจัยหนุนเชิงบวกที่ช่วยซัพพอร์ตราคา Bitcoin ในช่วงเริ่มต้นของรอบขาขึ้นนี้

CryptoQuant บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน เผยแพร่รายงานตลาดประจำสัปดาห์เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม โดยระบุว่า แรงเทขาย Bitcoin จากนักขุดเริ่มคลี่คลายลงชัดเจน หลังตลาดก้าวเข้าสู่ระยะเริ่มต้นของสภาวะขาขึ้น 

โดยกำลังการขุด รายได้ และความสามารถในการทำกำไรของนักขุดก็ฟื้นตัวต่อเนื่อง ทำให้แรงกดดันทางการเงินที่เคยเกิดขึ้นในช่วงตลาดหมีบรรเทาลง และกลายเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนราคา Bitcoin

แฮชเรตดีดกลับ นักขุดกลับมาเปิดเครื่อง

ก่อนหน้านี้ อัตราแฮชเรตของเครือข่ายเคยดิ่งลง 18% จากจุดสูงสุด ไปแตะจุดต่ำสุดที่ 899 EH/s ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม เพราะราคาเหรียญ Bitcoin ที่ร่วงลงกดดันกำไรของนักขุด

แต่ล่าสุด ณ วันที่ 8 สิงหาคม กำลังการขุดดีดกลับมาที่ 962 EH/s สะท้อนว่า นักขุดเริ่มกลับมาเปิดเครื่องที่เคยปิดไปอีกครั้ง และเปลี่ยนจากการเร่งขายเหรียญ Bitcoin เพื่อประคองธุรกิจ ไปสู่การขยายกำลังขุด

ซึ่งสอดคล้องกับราคา Bitcoin ที่ฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดที่ระดับ $58,000 ในเดือนกรกฎาคม โดยราคาพุ่งขึ้นกว่า 45% ทะลุระดับ $83,000 ส่งผลให้รายได้รวมต่อวันของนักขุด ดีดตัวเพิ่มขึ้นถึง 78% จาก 27 ล้านดอลลาร์ เป็น 48 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

โครงสร้างรายได้นักขุดและยอดคงเหลือเหรียญในกระเป๋าเริ่มเข้าสู่เสถียรภาพ

ในส่วนของรายได้จากค่าธรรมเนียมการขุด Bitcoin เฉลี่ย 7 วัน เพิ่มขึ้นจาก 195,000 ดอลลาร์ เป็น 275,000 ดอลลาร์ต่อวัน ส่งผลให้ผลตอบแทนของนักขุดเริ่มขยับจากระดับต่ำวิกฤตกลับขึ้นมาอยู่ในระดับที่เหมาะสม นับตั้งแต่ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นจาก 76,000 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา

 อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ยังคงต่ำกว่าระดับ 400,000 ถึง 800,000 ดอลลาร์ที่เคยคาดการณ์ไว้ในช่วงกลางปี 2025 และกำไรหลักของนักขุดในปัจจุบัน ก็ยังคงต้องพึ่งพาเงินรางวัลต่อบล็อคเป็นหลัก

ด้านพฤติกรรมการโอนเหรียญออกของนักขุดนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคมเป็นต้นมา ยังไม่พบสัญญาณการโอนเหรียญเพื่อเทขายในระดับรุนแรง  โดยในเดือนกันยายน มีการโอนเหรียญจากกระเป๋ายุค Satoshi ออกมาอยู่ที่ราว 600 BTC เท่านั้น ซึ่งคิดเป็นเพียงแค่หนึ่งในสามของยอดการโอนในเดือนมกราคม

นักขุดรายใหญ่หยุดขาย แต่ยังไม่เริ่มสะสม

ยอดคงเหลือ Bitcoin ของนักขุดรายใหญ่ ซึ่งหมายถึงกระเป๋าที่ถือครอง ​Bitcoin จำนวน 100 ถึง 1,000 BTC เริ่มนิ่งลงอย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้ยอดดังกล่าวลดลงราว 20% จากจุดสูงสุด 64,000 BTC ในช่วงตลาดหมีปลายปี 2025 และทรงตัวอยู่ที่ราว 51,000 BTC มาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์

CryptoQuant วิเคราะห์ว่า ข้อมูลนี้สะท้อนว่า นักขุดรายใหญ่ได้หยุดการเทขายเหรียญสะสม เพื่อดึงเงินทุนแล้ว เพราะสภาวะกำไรเริ่มกลับมา แม้ยังไม่เริ่มทยอยซื้อเหรียญเพิ่มอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้การที่ยอดคงเหลือของนักขุดนิ่ง ถือเป็นการปลดล็อกแรงเทขายสำคัญที่ถ่วงราคา Bitcoin มานาน และหากนักขุดเปลี่ยนจากการถือเฉยๆ ไปสู่การสะสมเหรียญเพิ่ม ก็จะเป็นแรงส่งอีกทางที่ช่วยหนุนราคา Bitcoin ในช่วงเริ่มต้นของรอบขาขึ้นนี้

ที่มา : coinpost


มุมมองผู้เขียน : สัญญาณส่วนใหญ่สะท้อนว่า กลุ่มนักขุดเริ่มพ้นจากสภาวะเอาตัวรอด แม้ภาพรวมยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากรายได้จากค่าธรรมเนียมยังต่ำกว่าคาด และกำไรยังผูกติดกับราคาเหรียญเป็นหลัก ทั้งนี้ หากราคา Bitcoin ยืนเหนือ $76,000 ได้ต่อเนื่อง แรงขายจากนักขุดน่าจะเบาบางลง และอาจเริ่มกลับมาทยอยสะสมเหรียญเพิ่มขึ้น แต่หากราคาปรับตัวลงแรงอีกครั้ง ก็นับว่ามีโอกาสสูงที่กลุ่มนักขุดจะกลับมาเทขายเหรียญเพื่อประคองสถานะทางการเงินเช่นกัน