สรุปข่าว
- ไทยประกาศกฎเกณฑ์ขั้นสุดท้ายเปิดทางให้กองทุน ETF ที่ลงทุนใน Bitcoin และ Ethereum ซื้อขายได้บนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
- กฎใหม่มีผลบังคับใช้สัปดาห์หน้า และกำหนดให้ Crypto ETF ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น
- ต้องจับตาว่าผู้ออกกองทุนรายแรกจะเปิดตัวเมื่อไหร่ และนักลงทุนไทยจะตอบรับมากน้อยแค่ไหน
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา Bullish
การเปิดช่องทางลงทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ช่วยให้นักลงทุนสถาบันและรายย่อยในไทยเข้าถึง Bitcoin และ Ethereum ได้ง่ายขึ้น เป็นแรงซื้อใหม่ที่เกิดขึ้นได้จริง แต่ขนาดตลาดไทยยังเล็กเมื่อเทียบกับตลาดโลก ผลต่อราคาจึงน่าจะจำกัด
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2569 ตามรายงานจาก Cointelegraph ประเทศไทยได้ประกาศกฎเกณฑ์ขั้นสุดท้ายสำหรับกองทุน ETF ที่ลงทุนใน Bitcoin และ Ethereum แล้ว โดยกฎดังกล่าวมีกำหนดมีผลบังคับใช้ในสัปดาห์หน้า และอนุญาตให้ Crypto ETF ซื้อขายได้เฉพาะบนตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ณ เวลาที่รายงานข่าว Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $82,029 และ Ethereum ที่ประมาณ $2,483.86
ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น
สาระสำคัญของกฎใหม่คือ Crypto ETF จะซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเท่านั้น ซึ่งแตกต่างจากการซื้อขายคริปโตบนกระดานเทรด นักลงทุนที่คุ้นเคยกับการซื้อขายหุ้นและกองทุนผ่านบัญชีหลักทรัพย์ธรรมดาจึงสามารถลงทุนใน Bitcoin และ Ethereum ผ่านช่องทางที่คุ้นเคยได้ โดยไม่ต้องเปิดบัญชีและดูแลกระเป๋าคริปโตเอง
แนวทางนี้ยังช่วยให้การกำกับดูแลอยู่ภายใต้กรอบของตลาดทุน ซึ่งมีมาตรฐานด้านการเปิดเผยข้อมูลและการคุ้มครองผู้ลงทุนที่ชัดเจนกว่า
ผลต่อตลาดคริปโตและสิ่งที่ต้องจับตา
ในแง่ราคา ข่าวนี้เป็นปัจจัยบวกเชิงโครงสร้างมากกว่าตัวกระตุ้นระยะสั้น ตลาดไทยมีขนาดไม่ใหญ่เมื่อเทียบกับสหรัฐฯ ที่มี Bitcoin ETF เงินไหลเข้าออกขนาดใหญ่ แต่การมีผลิตภัณฑ์ที่ถูกกฎหมายและซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ช่วยขยายฐานผู้ลงทุนในประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันที่ติดข้อจำกัดด้านการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลโดยตรง
สิ่งที่ต้องจับตาต่อคือรายชื่อผู้ออกกองทุนรายแรก ค่าธรรมเนียม และปริมาณการซื้อขายช่วงแรก เพราะจะบอกได้ว่าความต้องการจริงของนักลงทุนไทยมีมากแค่ไหน
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า กองทุน Bitcoin ETFs สหรัฐฯ ประสบภาวะเงินไหลออก $485 ล้าน รุนแรงที่สุดในรอบ 4 เดือน ซึ่งสะท้อนว่าตลาด ETF ฝั่งสหรัฐฯ กำลังเผชิญแรงขายระยะสั้น ขณะที่ไทยกำลังเริ่มเปิดช่องทางใหม่ของตัวเอง
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่านี่เป็นก้าวที่ดีของตลาดไทย เพราะทำให้คนที่ไม่อยากยุ่งกับกระเป๋าคริปโตหรือกระดานเทรด มีทางเลือกที่คุ้นเคยกว่าเดิม แต่ก็ไม่ควรคาดหวังว่าราคา Bitcoin จะพุ่งเพราะข่าวนี้อย่างเดียว ตลาดไทยเล็กเกินกว่าจะขยับราคาโลกได้ สิ่งที่น่าดูมากกว่าคือ ผลิตภัณฑ์ตัวแรกจะออกมาหน้าตาแบบไหน ค่าธรรมเนียมแพงหรือเปล่า และมีคนสนใจจริงแค่ไหนในสัปดาห์แรก ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดความต้องการที่แท้จริงของนักลงทุนไทย
ที่มา: Cointelegraph
ภาพจาก AI

