สรุปข่าว
- Matt Hougan CIO ของ Bitwise ชี้ว่า NEAR ทำผลงานไตรมาส 3 พุ่ง 198% แรงกว่า Bitcoin ที่พุ่งขึ้น 43% และ Ethereum ที่พุ่งขึ้น 71% โดยมีทั้งวิสัยทัศน์บล็อกเชนสำหรับ AI และรายได้จริงหนุนหลัง
- NEAR Intents ทำยอดซื้อขายสะสมทะลุ 3 หมื่นล้านดอลลาร์ คาดว่า ปีนี้จะมีรายได้จากค่าธรรมเนียมราว 45 ล้านดอลลาร์ และนำส่วนหนึ่งไปซื้อเหรียญคืน
- Bitwise จดทะเบียนกองทุน NEAR Spot ETF ชื่อย่อ “NRR” บน NYSE Arca เมื่อวันที่ 29 กันยายน พร้อมแผนนำเหรียญที่ถือครองไป Staking
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Bullish
ทั้งตัวเลขรายได้จริง กลไกซื้อเหรียญคืน และความเคลื่อนไหวของผู้จัดการสินทรัพย์ระดับแนวหน้าอย่าง Bitwise เป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่น แต่ราคา NEAR ที่พุ่งมาแล้วเกือบ 3 เท่า ทำให้ความผันผวนระยะสั้น ยังเป็นเรื่องที่ต้องระวัง
Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Bitwise บริษัทจัดการสินทรัพย์คริปโตยักษ์ใหญ่ หยิบ NEAR Protocol ขึ้นมาวิเคราะห์ในจดหมายข่าว “CIO Memo” เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม
โดยชี้ว่า เหรียญนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่โปรเจกต์ที่ผสานวิสัยทัศน์ “บล็อกเชนสำหรับ AI” เข้ากับธุรกิจที่มีรายได้จริงได้อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน Bitwise ก็เดินเกมต่อด้วยการจดทะเบียนกองทุน NEAR Spot ETF ไปแล้วเมื่อปลายเดือนกันยายน
Matt Hougan ย้ำถึงตัวเลข ในไตรมาสที่ 3 ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายนว่า Bitcoin ปรับตัวขึ้น 43% และ Ethereum เพิ่มขึ้น 71% แต่ NEAR พุ่งทะยานถึง 198% หรือเกือบ 3 เท่า ทิ้งห่างสองเหรียญใหญ่ของตลาดอย่างเห็นได้ชัด
จากผู้เขียนงานวิจัยระดับตำนาน สู่บล็อกเชนความเร็ว 1 ล้าน TPS
จุดเริ่มต้นของ NEAR เกิดขึ้นจาก Illia Polosukhin ผู้ร่วมก่อตั้ง ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในผู้เขียนร่วมของงานวิจัย “Attention Is All You Need” เมื่อปี 2017 รากฐานของโมเดล Transformer ที่ขับเคลื่อน Generative AI ในปัจจุบัน
เดิมที NEAR.ai ถูกก่อตั้งขึ้นเพื่อพัฒนา AI สำหรับเขียนโปรแกรม และต้องการใช้คริปโตเป็นค่าตอบแทนแก่ผู้ติดป้ายข้อมูลทั่วโลก แต่เนื่องจากบล็อกเชนที่มีอยู่ในยุคนั้นยังมีช้า และมีค่าธรรมเนียมแพง ทีมงานจึงตัดสินใจลงมือสร้างบล็อกเชนของตัวเองขึ้นมาใช้งานเสียเลย
โดยเปิดตัว Mainnet ในปี 2020 ด้วยเทคโนโลยี Dynamic Sharding และระบบลายเซ็น ที่ทนทานต่อคอมพิวเตอร์ควอนตัม จนทำความเร็วในสภาพแวดล้อมทดสอบได้สูงถึง 1 ล้านรายการต่อวินาที
Matt Hougan เปรียบเส้นทางนี้กับแนวทางของ SpaceX ที่ตั้งเป้าหมายใหญ่ไว้ก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาสร้างเทคโนโลยีรองรับ
รายได้จริงจาก NEAR Intents และ Private AI
ปัจจัยหลักที่ทำให้ Bitwise ประเมินมูลค่า NEAR ไว้สูง มาจากความสำเร็จของแพลตฟอร์มการเทรดข้ามบล็อกเชนอย่าง NEAR Intents ระบบที่ให้ผู้ใช้งานระบุความต้องการในการทำธุรกรรม แล้วให้ Market Maker ที่เรียกว่า Solver ไปจับคู่และดำเนินการข้ามบล็อกเชนต่างๆ ให้
ซึ่งปัจจุบันมียอดการซื้อขายสะสมทะลุ 3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าจะทำรายได้จากค่าธรรมเนียมในปีนี้ได้ราว 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
โดยส่วนหนึ่งของรายได้จะถูกนำไปซื้อเหรียญคืน เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผู้ถือเหรียญ
นอกจากนี้ NEAR ยังได้พัฒนาระบบ Private AI ที่รันโมเดลบนฮาร์ดแวร์แบบเข้ารหัส ซึ่งทำให้แม้แต่ตัว NEAR เองก็ไม่สามารถมองเห็นข้อมูลของผู้ใช้งานได้
เสียงวิจารณ์ และการมาของ NEAR Spot ETF
แม้นักวิจารณ์บางส่วนจะมองว่า ผู้ใช้งานหลักของ NEAR ในปัจจุบันยังคงเป็นมนุษย์มากกว่า AI Agents แต่ Hougan โต้แย้งว่า ความสำเร็จของ NEAR Intents เกิดจากการทำให้ผู้คนทั่วไปเข้าถึงคริปโตได้ง่ายขึ้น
และความแตกต่างสำคัญระหว่าง NEAR กับสตาร์ทอัปสาย AI ทั่วไปที่ระดมทุนหลายพันล้านดอลลาร์โดยไม่มีทั้งผลิตภัณฑ์และรายได้ คือ NEAR มีรายได้ที่เกิดขึ้นจริงแล้ว
โดย Matt Hougan สรุปว่า การลงทุนใน NEAR คือ การซื้อธุรกิจบล็อกเชนที่น่าตื่นเต้น โดยมีเรื่อง AI เป็นเพียงโบนัสแถมเท่านั้น
ซึ่งความเชื่อมั่นดังกล่าว นำไปสู่การที่ Bitwise ได้จดทะเบียนเปิดตัวกองทุน NEAR Spot ETF ใช้ชื่อย่อ “NRR” บนกระดาน NYSE Arca เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา โดยระบุในหนังสือชี้ชวนว่า Bitwise มีแผนที่จะนำเหรียญ NEAR ทั้งหมดที่กองทุนถือครองไปทำการ Staking เพื่อสร้างผลตอบแทนเพิ่มเติมอีกด้วย
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : จุดเด่นของ NEAR คือ การมีเรื่องราวที่น่าสนใจ ซึ่งหากราคาเกิดการย่อตัวพักฐานก็ถือเป็นเรื่องปกติหลังราคาปรับตัวขึ้นมาเกือบ 3 เท่า ส่วนปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไปคือ การอนุมัติ ETF และการเติบโตของรายได้ NEAR Intents ในไตรมาสถัดไป ซึ่งจะเป็นตัวพิสูจน์ความยั่งยืนของโครงการในระยะยาว

