bitkub-banner

Ledger อาจถูกแฮก ผู้ใช้เสี่ยงสูญเงินสูงสุด $100 ล้าน รอการยืนยัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • มีรายงานว่ากระเป๋าเงิน Ledger ถูกโจมตีครั้งใหญ่ ผู้ใช้อาจสูญเสียเงินราว $86 ล้าน
  • ผู้ใช้หลายร้อยรายถูกรายงานว่าเงินในกระเป๋าหายเกลี้ยง ความเสียหายรวมอาจใกล้ $100 ล้าน
  • ข่าวนี้ยังไม่ได้รับการยืนยัน ต้องจับตาแถลงการณ์อย่างเป็นทางการจาก Ledger และผลการตรวจสอบจากนักวิเคราะห์ความปลอดภัย

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bearish

Ledger เป็นกระเป๋าเงินแบบฮาร์ดแวร์ที่มีผู้ใช้มากที่สุดแบรนด์หนึ่ง หากเหตุการณ์นี้เป็นจริงอาจกระทบความเชื่อมั่นต่อการเก็บเหรียญด้วยตัวเอง และอาจทำให้ผู้ใช้เร่งย้ายสินทรัพย์ แต่เนื่องจากข่าวยังไม่ยืนยัน ผลต่อราคาจึงยังจำกัด

เมื่อเวลา 19:54 น. ของวันที่ 9 ต.ค. มีรายงานว่ากระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ Ledger ถูกโจมตีครั้งใหญ่ โดยความเสียหายที่ถูกกล่าวอ้างอยู่ที่ราว $86 ล้าน ตามรายงานจาก Coin Bureau ระบุว่าผู้ใช้หลายร้อยรายถูกรายงานว่าเงินคริปโตทั้งหมดในกระเป๋าถูกดึงออกไปจนหมด และความเสียหายรวมอาจใกล้ $100 ล้าน อย่างไรก็ตาม Coin Bureau ย้ำว่าการโจมตีที่กระทบ Ledger ทั้งระบบนั้นยังไม่ได้รับการยืนยัน

สกรีนช็อตพอร์ตโฟลิโอของกระเป๋า Ledger ที่ถูกแฮก แสดงมูลค่ารวม $86,964,156.47 พร้อมรายละเอียดการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล ETH, BTC, USDT และ USDD
สกรีนช็อตพอร์ตโฟลิโอของกระเป๋า Ledger ที่ถูกแฮก แสดงมูลค่ารวม $86,964,156.47 พร้อมรายละเอียดการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล ETH, BTC, USDT และ USDD (ภาพจาก: @CoinBureau)

ข้อมูลที่ยืนยันแล้วและยังไม่ยืนยัน

ณ ตอนนี้ข้อมูลทั้งหมดมาจากแหล่งข่าวเดียวและใช้คำว่า “รายงานว่า” ตัวเลขความเสียหาย $86 ล้านและ $100 ล้านจึงยังเป็นเพียงข้อกล่าวอ้าง ยังไม่มีแถลงการณ์จาก Ledger ที่ยืนยันสาเหตุ ขอบเขตผู้ได้รับผลกระทบ หรือช่องโหว่ที่ถูกใช้โจมตี ผู้อ่านจึงควรรอข้อมูลจากทีมงาน Ledger และบริษัทความปลอดภัยอิสระก่อนสรุปว่าเกิดอะไรขึ้นจริง

ทำไมข่าวนี้ถึงน่ากังวลสำหรับคนถือคริปโต

กระเป๋าเงินฮาร์ดแวร์ถูกมองว่าเป็นวิธีเก็บสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่าการฝากไว้บนกระดานเทรด เพราะผู้ใช้ถือคีย์ส่วนตัวเอง หากมีช่องโหว่ในผลิตภัณฑ์ยอดนิยมจริง ผู้ใช้จำนวนมากอาจต้องทบทวนวิธีเก็บสินทรัพย์ทั้งหมด ซึ่งกระทบความเชื่อมั่นของวงการการเก็บเหรียญด้วยตัวเองในวงกว้าง

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า Ledger เตือนภัยตรวจพบชิปสมาร์ทโฟนยี่ห้อดังมีช่องโหว่แก้ไม่ได้ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับกรณีนี้ แต่สะท้อนว่าความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์และเครื่องมือเก็บสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อเนื่อง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าตอนนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุป เพราะข่าวมาจากแหล่งเดียวและยังไม่มี Ledger ออกมายืนยัน แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของคนใช้กระเป๋าฮาร์ดแวร์น่าจะหนักพอสมควร สิ่งที่ควรจับตาคือแถลงการณ์ทางการของ Ledger ว่าต้นเหตุมาจากตัวอุปกรณ์ ซอฟต์แวร์ หรือการหลอกลวงผู้ใช้ และผู้ที่ใช้ Ledger อยู่ควรระวังลิงก์หรืออีเมลแปลก ๆ ที่อ้างว่าเป็นการอัปเดตความปลอดภัย รวมถึงไม่ควรกรอก Seed Phrase ที่ไหนเด็ดขาด

ที่มา: @coinbureau

ภาพจาก AI