สรุปข่าว
- Rafael Schultze-Kraft ผู้ร่วมก่อตั้ง Glassnode เปิดเผยว่า มี Bitcoin 6.26 ล้าน BTC หรือ 31.2% ของอุปทานทั้งหมด ที่ Public Key ปรากฏอยู่บนบล็อกเชนแล้ว เพิ่มขึ้นจาก 24.8% ในช่วงต้นปี 2021
- ตัวเลขนี้แยกเป็นการใช้ที่อยู่ซ้ำ 4.33 ล้าน BTC และสคริปต์ที่เปิดเผยคีย์โดยตรง 1.94 ล้าน BTC ส่วนกระดานเทรดอย่าง Bitfinex และ Binance มีสัดส่วนเปิดเผยสูงมาก ขณะที่ Coinbase และ Fidelity ต่ำกว่าอย่างชัดเจน
- Schultze-Kraft ขานรับคำเตือนของ Justin Drake จาก Ethereum Foundation ที่เรียกร้องให้ทั้งอุตสาหกรรมเข้าสู่แผน “Bunker Mode” เพื่อทยอยย้ายสินทรัพย์ก่อนยุคคอมพิวเตอร์ควอนตัม
แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา: Neutral
ภัยคุกคามจากควอนตัมยังเป็นความเสี่ยงในอนาคต ไม่ใช่เหตุการณ์เฉพาะหน้า ข้อมูลชุดนี้จึงช่วยสร้างความตระหนักรู้ มากกว่าจะกดดันราคาโดยตรง แต่หากตลาดเริ่มกังวลเรื่องนี้มากขึ้น อาจเห็นแรงกดดันเชิงจิตวิทยาเกิดขึ้นเป็นระยะ
Rafael Schultze-Kraft ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชน Glassnode ได้เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X ว่า ปัจจุบันมี Bitcoin (BTC) จำนวนสูงถึง 6.26 ล้าน BTC หรือคิดเป็น 31.2% ของอุปทานทั้งหมด ที่มี Public Key ปรากฏและตรวจสอบได้อยู่บนบล็อกเชนแล้ว
ปริมาณดังกล่าวปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 24.8% ในช่วงต้นปี 2021 และเพิ่มขึ้นราว 220,000 BTC ภายในเวลาเพียง 5 เดือน สะท้อนว่า หากต้องการป้องกันภัยคุกคามในอนาคต จำเป็นต้องมีการย้ายเหรียญจำนวนมหาศาลนี้ไปยังที่อยู่ใหม่ที่สามารถซ่อนคีย์ด้วยการแฮช
ทั้งนี้ โดยปกติแล้วรูปแบบที่อยู่หลักของ Bitcoin จะแฮชซ่อน Public Key ไว้ และจะเปิดเผยบนบล็อกเชนก็ต่อเมื่อมีการทำธุรกรรมเกิดขึ้นเท่านั้น
แต่ด้วยการมาถึงของคอมพิวเตอร์ควอนตัมขนาดใหญ่ในอนาคต อาจเปิดโอกาสให้แฮกเกอร์สามารถถอดรหัสย้อนกลับ เพื่อหา Private Key จาก Public Key ที่เปิดเผยอยู่แล้วได้
ซึ่งโพสต์ของ Rafael Schultze-Kraft เป็นการขานรับคำเตือนของ Justin Drake นักวิจัยจาก Ethereum Foundation ที่เรียกร้องให้อุตสาหกรรมเร่งเข้าสู่แผน “Bunker Mode” เพื่อทยอยย้ายสินทรัพย์อย่างเป็นระบบ
เจาะลึกสาเหตุการเปิดเผย Public Key และสถิติการใช้งานที่อยู่ซ้ำ
จากการวิเคราะห์รายละเอียดของ Bitcoin ปริมาณ 6.26 ล้าน BTC ที่เปิดเผย Public Key พบว่า จำแนกออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่
การนำที่อยู่กลับมาใช้ซ้ำ (Address Reuse) สูงถึง 4.33 ล้าน BTC ซึ่งเกิดจากการที่ผู้ใช้ส่งธุรกรรมออกจากกระเป๋าเดิมซ้ำ ทำให้ Public Key ถูกเปิดเผยบนเครือข่ายแล้ว แต่ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ไม่ยาก เพียงแค่ย้ายสินทรัพย์ทั้งหมดไปยังกระเป๋าใหม่
รูปแบบสคริปต์ที่เปิดเผย Public Key โดยตรง มีจำนวน 1.94 ล้าน BTC โดยส่วนใหญ่เป็นรูปแบบดั้งเดิม อย่าง P2PK มีจำนวน 1.71 ล้าน BTC ซึ่งในจำนวนนี้คาดว่า เป็นเหรียญของ Satoshi Nakamoto ราว 1.1 ล้าน BTC
นอกจากนี้ยังรวมถึงรูปแบบ Taproot ที่นำมาใช้ในปี 2021 จำนวน 222,000 BTC และรูปแบบ Multi-signature รุ่นเก่า
สัดส่วน Public Key ที่เปิดเผยของกระดานเทรด และสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่
รายงานของ Schultze-Kraft ได้จำแนกสัดส่วน Public Key ที่เปิดเผยของกระดานเทรดและสถาบันต่าง ๆ รวม 1.79 ล้าน BTC พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการบริหารจัดการที่อยู่ของแต่ละแห่ง
กลุ่มกระดานเทรด ใน Bitfinex มีสัดส่วน Public Key เปิดเผยสูงถึง 100%, Binance มีสัดส่วนเปิดเผยอยู่ที่ 83% ขณะที่ Coinbase มีเพียง 10% เท่านั้น ทั้งนี้ กระดานเทรดระดับ Top 15 จำนวน 7 แห่งมีสัดส่วนคีย์เปิดเผยสูงเกิน 99%
กลุ่มสถาบันการเงินและแพลตฟอร์มอื่น ๆ ใน Robinhood และ Revolut มีสัดส่วนเปิดเผยที่ 100% และ 99% ตามลำดับ ขณะที่ Grayscale อยู่ที่ 49% ด้าน Fidelity มีสัดส่วนคีย์เปิดเผยเพียง 2% จากยอดถือครอง 375,000 BTC
กลุ่มรัฐบาล ในรัฐบาลสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร และเอลซัลวาดอร์ มีสัดส่วน Public Key ที่เปิดเผยอยู่ที่ 0%
อย่างไรก็ตาม Schultze-Kraft ย้ำชัดเจนว่า ตัวเลขอัตราส่วนเหล่านี้ เป็นเพียงดัชนีชี้วัดถึง “รูปแบบและพฤติกรรมการใช้งานที่อยู่” ของแต่ละองค์กรเท่านั้น ไม่ได้เป็นตัวจัดอันดับความเสี่ยง หรือใช้เป็นดัชนีวัดระดับความปลอดภัยแต่อย่างใด
ที่มา : coinpost
มุมมองผู้เขียน : สถิติที่เพิ่มขึ้นเป็น 31.2% อย่างต่อเนื่อง ชี้ให้เห็นว่าปัญหานี้ยังไม่หยุดอยู่กับที่ คำถามสำคัญที่ชุมชนต้องร่วมกันหาคำตอบ จึงเป็นเรื่องการรับมือกับเหรียญกลุ่มนี้ และเมื่อถึงเวลานั้น ผู้ที่เตรียมความพร้อมด้วยการย้ายสินทรัพย์ออกไปล่วงหน้า ย่อมเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบกว่า

