สรุปข่าว
- บริษัท AI จากจีนเปิดตัวโมเดลใหม่ถึง 16 รุ่นในเดือนกันยายน 2026 จากการรวบรวมข้อมูลของ Nikkei Asia ซึ่งเป็นฝีมือจากผู้พัฒนา 10 ราย จากทั้ง DeepSeek, Alibaba, Tencent และ Xiaomi
- โมเดลจีนจำนวนมากมุ่งเน้นต้นทุนต่ำและเปิดให้เข้าถึงน้ำหนักโมเดลได้ ขณะที่ช่องว่างด้านความสามารถกับโมเดลชั้นนำจากสหรัฐฯ เริ่มแคบลงในบางงาน
- การเร่งเปิดตัวเกิดขึ้นในเดือนเดียวกับที่ Dario Amodei CEO ของ Anthropic เรียกร้องให้ชะลอการพัฒนา AI เพื่อให้ความปลอดภัย สะท้อนการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นระหว่าง 2 ประเทศ
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
การแข่งขัน AI ที่รุนแรงขึ้นอาจช่วยเร่งนวัตกรรม, ลดต้นทุนการประมวลผลและเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องเติบโต แต่ผลกระทบต่อราคา Bitcoin และตลาดคริปโตโดยตรงนั้นถือว่ายังไม่ชัดเจน แม้โปรเจกต์คริปโตที่เกี่ยวข้องกับ AI อาจได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น แต่จำนวนโมเดลที่เปิดตัวไม่ได้รับประกันว่าโทเค็นกลุ่ม AI จะมีความต้องการหรือราคาสูงขึ้นตามไปด้วย
จีนเปิดตัวโมเดลรวดเดียว 16 ตัวในเดือนเดียว
นักพัฒนา AI ของจีนกำลังเร่งจังหวะการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลที่ Nikkei Asia รวบรวมจากบริษัท AI ชั้นนำ 10 ราย ระบุว่า บริษัทจีนเปิดตัวโมเดลใหม่รวม 16 รุ่นในเดือนกันยายน 2026 ครอบคลุมทั้งโมเดลข้อความ ภาพ และเสียง โดยไม่นับโมเดลที่เป็นเพียงการดัดแปลงระบบของบริษัทอื่น
ผู้พัฒนาที่มีบทบาทสำคัญ ได้แก่ DeepSeek, Alibaba, Tencent และ Xiaomi ซึ่งต่างเดินหน้าพัฒนาโมเดลของตนเองอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัวจำนวนมากในเวลาอันสั้นแสดงให้เห็นว่าบริษัทจีนไม่ได้แข่งขันกันเฉพาะเรื่องความสามารถของ AI แต่ยังแข่งกันเรื่องความเร็วในการพัฒนา ต้นทุน และการเข้าถึงของผู้ใช้งานด้วย
ข้อมูลดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่การแข่งขัน AI ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ กำลังเข้มข้น โดยมีบริษัทอย่าง OpenAI, Anthropic และ Google เป็นคู่แข่งสำคัญในตลาดโมเดลระดับแนวหน้า
DeepSeek, Xiaomi และ Alibaba เดินหน้าลดต้นทุน AI
หนึ่งในแนวโน้มสำคัญของโมเดลจีนคือการพัฒนา AI ที่มีต้นทุนการใช้งานต่ำลง เพื่อรองรับการใช้งานในวงกว้าง โดยเฉพาะระบบ AI Agent ที่ต้องเรียกใช้โมเดลหลายครั้งเพื่อทำงานที่ซับซ้อน
ตัวอย่างที่น่าสนใจ ได้แก่
- DeepSeek V4.1-Flash: เปิดตัวในเดือนกันยายน พร้อมปรับลดราคา API โดยบริษัทระบุว่าโมเดลใช้สถาปัตยกรรมที่ช่วยให้จำนวนพารามิเตอร์ที่ทำงานจริงต่อครั้งต่ำกว่าขนาดรวมของโมเดลมาก
- Xiaomi MiMo-V2.6: โมเดลที่เปิดให้ใช้งานน้ำหนักโมเดล และมุ่งเน้นการให้เหตุผล, งานซับซ้อนและการทำงานกับข้อมูลหลายรูปแบบ
- Alibaba Qwen: บริษัทประกาศแผนพัฒนาโมเดลรุ่นถัดไปที่มีพารามิเตอร์ 5–10 ล้านล้านตัว พร้อมเดินหน้าพัฒนาชิป AI ของตนเอง
- Z.ai และ MiniMax: เปิดตัวโมเดลรุ่นใหม่ที่เน้นความเร็วและต้นทุนต่ำ เพื่อรองรับงานที่ต้องประมวลผลจำนวนมาก
การลดต้นทุนมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อ AI ถูกนำไปใช้ทำงานอัตโนมัติ เพราะระบบหนึ่งอาจต้องส่งคำขอไปยังโมเดลหลายครั้ง การลดค่าใช้จ่ายต่อคำขอจึงอาจช่วยให้บริษัทนำ AI ไปใช้งานจริงได้คุ้มค่ากว่าเดิม (ข้อมูลโมเดลและราคา)
โมเดลจีนยังมีช่องว่าง แต่กำลังไล่ตามในด้านราคา
แม้บริษัทจีนจะเปิดตัวโมเดลจำนวนมาก แต่จำนวนการเปิดตัวไม่ได้หมายความว่าทุกโมเดลจะมีความสามารถเทียบเท่ากับโมเดลชั้นนำจากสหรัฐฯ
ข้อมูลการเปรียบเทียบโมเดลในเดือนกันยายนชี้ว่า โมเดลชั้นนำของ OpenAI และ Anthropic ยังคงได้คะแนนสูงกว่าโมเดลจีนบางรุ่นในการทดสอบความสามารถโดยรวม อย่างไรก็ตาม โมเดลจีนหลายตัวมีต้นทุนการใช้งานต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญ และบางรุ่นเปิดให้นักพัฒนานำไปติดตั้งหรือปรับใช้กับระบบของตนเองได้
จุดแข็งนี้ทำให้การแข่งขันไม่ได้ตัดสินกันที่ว่าใครสร้าง AI ที่ฉลาดที่สุดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงใครสามารถส่งมอบความสามารถที่เพียงพอในราคาที่เหมาะสมกว่าได้ด้วย
ขณะเดียวกัน การแข่งขันไม่ได้มีเพียงจีนที่เร่งพัฒนาโมเดล รายงานจาก Nikkei ยังพบว่าช่วงเดือนเมษายนถึงกันยายน 2026 ระยะเวลาเฉลี่ยระหว่างการอัพเกรดโมเดลระดับสูงของบริษัท AI ที่ติดตามลดลงเหลือประมาณ 44 วัน จากเดิม 125 วันในช่วงต้นปี 2023 ถึงมีนาคม 2026 สะท้อนว่าวงการ AI ทั่วโลกกำลังหมุนเร็วขึ้นอย่างชัดเจน
เปิดตัวเร็วขึ้น ท่ามกลางเสียงเตือนเรื่องความปลอดภัย
การเร่งพัฒนา AI เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้นำอุตสาหกรรมบางรายเริ่มแสดงความกังวลต่อความเร็วของการแข่งขัน
เมื่อวันที่ 12 กันยายน Dario Amodei CEO ของ Anthropic เรียกร้องให้บริษัท AI ชะลอการเพิ่มขีดความสามารถของโมเดล เพื่อให้การประเมินความเสี่ยงและมาตรการป้องกันมีเวลาพัฒนาตามทัน โดย Sam Altman CEO ของ OpenAI ก็แสดงท่าทีสนับสนุนแนวคิดเรื่องการชะลอในช่วงเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอให้ชะลอการพัฒนาจากบริษัทในสหรัฐฯ ไม่ได้หมายความว่าผู้พัฒนา AI ทั่วโลกจะหยุดดำเนินการตามไปด้วย และบริษัทจีนยังมีแรงจูงใจทางธุรกิจและยุทธศาสตร์ในการเร่งพัฒนาความสามารถของตนเอง
อีกประเด็นที่ต้องจับตาคือความโปร่งใสด้านความปลอดภัย รายงานของ Reuters ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ระบุว่า จากโมเดลจีนกว่า 857 ตัวที่ถูกตรวจสอบระหว่างปี 2021 ถึงกันยายน 2026 มีเพียง 3.6% ที่เปิดเผยผลทดสอบความปลอดภัยเฉพาะโมเดลต่อสาธารณะ โดยตัวเลขนี้สะท้อนการเปิดเผยข้อมูล ไม่ได้ยืนยันว่าบริษัทที่เหลือไม่ได้ทดสอบความปลอดภัยภายในองค์กร
การเปิดตัวโมเดล AI กว่า 16 ตัวภายในเดือนเดียวแสดงให้เห็นว่าจีนกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีอย่างจริงจัง โดยเน้นทั้งความสามารถ, ต้นทุนและการเปิดให้ผู้พัฒนารายอื่นนำโมเดลไปใช้งาน ขณะเดียวกัน บริษัทสหรัฐฯ ก็เร่งเปิดตัวโมเดลรุ่นใหม่เพื่อตอบโต้การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
สิ่งที่น่าสนใจหลังจากนี้ไม่ใช่แค่จำนวนโมเดลใหม่ที่ผุดขึ้นมา แต่คือโมเดลเหล่านี้สามารถนำไปใช้งานจริงได้มากเพียงใด มีต้นทุนต่อผลงานต่ำแค่ไหน และรักษามาตรฐานความปลอดภัยได้หรือไม่ สำหรับตลาดคริปโต การแข่งขัน AI อาจเป็นแรงหนุนทางอ้อมต่อโครงการที่มีการใช้งานจริง แต่ผู้ลงทุนควรแยกความก้าวหน้าของเทคโนโลยีออกจากมูลค่าของโทเคนแต่ละโครงการ เพราะทั้งสองสิ่งไม่ได้เติบโตไปในทิศทางเดียวกันเสมอ
ที่มา : Reuters, Coinbureau, AI Stock Wire, local-ai-zone

