สรุปข่าว
- ดัชนี Fear & Greed Index ปรับตัวลดลงสู่ระดับเป็นกลาง ครั้งแรกในรอบหนึ่งเดือน ตามราคา Bitcoin ที่ย่อตัวลงมาเฉียดหลุดระดับ $80,000
- ตลาดคริปโตกำลังให้น้ำหนักกับปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค พร้อมทั้งต้องระมัดระวังความเสี่ยงในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอาจมีความผันผวนเพิ่มเติม
- สถิติในอดีต 9 ปีระบุว่าราคา Bitcoin ในเดือนตุลาคมไม่เคยปิดลบมากกว่า 3.83% ทำให้ราคาอาจเคลื่อนไหวในกรอบไซด์เวย์จนกว่าจะถึงประชุมเฟด
แนวโน้มผลกระทบ: Bearish
ดัชนี Fear & Greed Index ของตลาดคริปโตได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 53 คะแนน (เป็นกลาง) สอดคล้องกับราคา Bitcoin ที่ย่อตัวลงเฉียด $80,000 เนื่องจากตลาดหันไปให้น้ำหนักกับปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคมากกว่าปัจจัยภายใน ขณะที่นักลงทุนต้องจับตาความเสี่ยงในเดือนพฤศจิกายนจากประเด็นการเมืองสหรัฐฯ แม้ว่าสถิติในเดือนตุลาคมมักจะมีผลงานที่ดีก็ตาม
ดัชนีความกลัวและความโลภ (Fear & Greed Index) เครื่องมือสำคัญที่ใช้วัดอารมณ์และความรู้สึกของนักลงทุนในตลาด วันนี้ปรับตัวลดลงอย่างหนัก ตามราคา Bitcoin ที่ย่อตัวลงมาเฉียดหลุดระดับ $80,000
อ้างอิงข้อมูลจากดัชนีดังกล่าว ขณะนี้นักลงทุนในตลาดคริปโตได้กลับเข้าสู่สภาวะ “เป็นกลาง” ด้วยคะแนน 53 คะแนน หลังจากตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาดัชนีอยู่ในโซนโลภมาโดยตลอด ถือเป็นการปรับตัวลงแรงในเดือนที่ตลาดควรจะทำผลงานได้ดีตามสถิติในอดีต ซึ่งสะท้อนว่าขณะนี้ตลาดคริปโตกำลังให้น้ำหนักกับปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาคมากกว่าปัจจัยเฉพาะตัวภายในตลาด

ขณะเดียวกัน หากลองนำคะแนนมาเปรียบเทียบจะพบว่า ครั้งล่าสุดที่ Bitcoin อยู่ในสถานะเป็นกลางที่ 53 คะแนน ราคาของสินทรัพย์เคลื่อนไหวอยู่ในช่วง $76,000–$81,000 ซึ่งน่าสนใจมากว่าระดับราคาในปัจจุบันใกล้เคียงกับสถิติดังกล่าวอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าตัวดัชนีจะไม่ได้แม่นยำเท่ากับข้อมูลบนบล็อกเชนก็ตาม
นอกจากนี้ ที่จุดต่ำสุดของสถานะเป็นกลาง ราคา Bitcoin เคยเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ $76,000–$77,000 หมายความว่าหากแรงเทขายเพื่อลดความเสี่ยงยังคงดำเนินต่อไปโดยไม่มีการฟื้นตัว ราคา Bitcoin ก็อาจร่วงลงไปแตะระดับดังกล่าว ซึ่งเป็นบริเวณใกล้เคียงกับ Realized Price หรือต้นทุนเฉลี่ยที่แท้จริงของผู้ถือ Bitcoin ในตลาด
อย่างไรก็ตาม ตลอด 9 ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่ราคา Bitcoin ในเดือนตุลาคมจะปิดลบมากกว่า 3.83% ซึ่งหากอ้างอิงจากสถิติดังกล่าว ราคาของ Bitcoin อาจเข้าสู่กรอบไซด์เวย์ และไม่น่าจะร่วงลงไปต่ำกว่านี้จนกว่าจะถึงช่วงการประชุมของเฟดในช่วงปลายเดือน
ทว่า สิ่งที่นักลงทุนต้องระมัดระวังและเป็นกังวลอย่างแท้จริงคือช่วงเดือนพฤศจิกายน โดยในบางปีที่ผ่านมา Bitcoin เคยร่วงลงมากกว่า 17% ซึ่งในปีนี้ราคาก็มีแนวโน้มที่จะดำเนินรอยตาม เนื่องจากตรงกับช่วงการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า ทรัมป์ และพรรครีพับลิกันอาจพ่ายแพ้ ส่งผลให้ตลาดคริปโตได้รับผลกระทบตามไปด้วย
แต่ถึงกระนั้น นักลงทุนก็ยังไม่จำเป็นต้องกังวลจนเกินไป เพราะตลาดไม่จำเป็นต้องเคลื่อนไหวตามสถิติเดิมเสมอ หากระหว่างนั้นมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจส่งผลได้ทั้งในทางบวกและทางลบต่อตลาด
Fear and Greed Index คืออะไร?
ดัชนีความกลัวและความโลภ (Fear & Greed Index) คือเครื่องมือชี้วัดความเชื่อมั่นของตลาดคริปโตจาก 5–6 ปัจจัยหลัก คำนวณเป็นคะแนนเต็ม 100 คะแนน โดยประกอบไปด้วย ความผันผวน (Volatility) 25%, โมเมนตัมและวอลุ่มการเทรดของตลาด (Market Momentum/Volume) 25%, โซเชียลมีเดีย (Social Media) 15%, ผลสำรวจ (Surveys) 15%, อัตราส่วนการครองตลาดของ Bitcoin (Bitcoin Dominance) 10% และเทรนด์การค้นหา (Trends) 10%
มุมมองผู้เขียน: การที่ดัชนีความโลภลดฮวบลงสะท้อนถึงความระมัดระวังของตลาดต่อตัวแปรภายนอกอย่างเศรษฐกิจมหภาคและการเมืองสหรัฐฯ นักลงทุนควรติดตามท่าทีของเฟดและเตรียมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในเดือนถัดไป และไม่ควรเคลื่อนไหวหากรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นไม่ได้

