bitkub-banner

แฮกเกอร์โผล่โพสต์ขายข้อมูลนักลงทุนไทย 2 แสนรายบนดาร์กเว็บ อ้างหลุดจากระบบ TSD

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • DailyDarkWeb เผยภาพโพสต์บนเว็บบอร์ดใต้ดิน อ้างขายข้อมูลนักลงทุน TSD จำนวน 200,000 รายการ ในราคา 1,000 ดอลลาร์
  • ข้อมูลที่ผู้ขายอ้างว่ามี ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล รายละเอียดบัญชีธนาคาร ที่อยู่ วันเกิด และเบอร์โทรศัพท์ โดยยังไม่มีการยืนยันความแท้จริงของไฟล์อย่างเป็นอิสระ
  • จำนวนข้อมูลสอดคล้องกับเหตุการณ์ที่ TSD เคยยอมรับว่ามีผู้เข้าถึงข้อมูลในระบบ Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน

แนวโน้มผลกระทบ: Bearish

วันนี้ DailyDarkWeb เผยภาพโพสต์จากผู้ใช้ชื่อ “namelikenpc” บนเว็บบอร์ดใต้ดิน ซึ่งอ้างประกาศขายฐานข้อมูลนักลงทุน TSD จำนวน 200,000 รายการ ในราคา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยข้อมูลที่กล่าวอ้างครอบคลุมทั้งชื่อ-นามสกุล รายละเอียดบัญชีธนาคาร ที่อยู่ วันเกิด และหมายเลขโทรศัพท์ แม้จำนวนข้อมูลจะตรงกับเหตุการณ์ที่ TSD เคยเปิดเผยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2569 แต่ยังไม่มีการยืนยันว่าไฟล์ที่นำมาขายเป็นข้อมูลจริง หรือเป็นชุดเดียวกับเหตุการณ์ก่อนหน้า

แพลตฟอร์มติดตามภัยคุกคามทางไซเบอร์ DailyDarkWeb เปิดเผยภาพหน้าจอจากเว็บบอร์ดใต้ดินแห่งหนึ่ง ซึ่งปรากฏโพสต์ของผู้ใช้งานชื่อบัญชี “namelikenpc” ตั้งกระทู้ในหัวข้อ “[TH] set.or.th – 200K users” โดยอ้างว่ากำลังประกาศขายฐานข้อมูลนักลงทุนของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือข้อมูลจากบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด (TSD) จำนวน 200,000 รายการ 

รายละเอียดภายในโพสต์ระบุหัวข้อว่า “TSD Data Breach Incident” โดยผู้ขายอ้างว่าข้อมูลทั้งหมดถูกจัดเก็บอยู่ในรูปแบบไฟล์นามสกุล JSON ประกอบด้วยชุดข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการเงินสำคัญ ได้แก่ ชื่อ-นามสกุลทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ, รายละเอียดบัญชีธนาคารทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ, ที่อยู่, วันเดือนปีเกิด ตลอดจนหมายเลขโทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์ที่ทำงาน และโทรศัพท์มือถือ 

ทั้งนี้ ผู้โพสต์ได้ตั้งราคาขายฐานข้อมูลชุดนี้ไว้ที่ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 36,000 บาท) พร้อมระบุว่าจะรับชำระผ่านระบบคนกลาง (Escrow) แต่ได้ซ่อนไฟล์ตัวอย่างข้อมูลไว้ให้เฉพาะสมาชิกที่กดตอบกลับในกระทู้เท่านั้นจึงจะสามารถเข้าดูได้ 

แม้ในเบื้องต้นประกาศขายดังกล่าวยังไม่ได้รับการตรวจสอบยืนยันความแท้จริงของไฟล์จากผู้เชี่ยวชาญอิสระ และทางตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือ TSD ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์เพิ่มเติมต่อโพสต์ล่าสุดนี้ 

แต่จำนวนบัญชีที่ถูกระบุไว้ที่ 200,000 รายการ รวมถึงประเภทของข้อมูลที่รั่วไหล มีความสอดคล้องอย่างมากกับเหตุการณ์ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงวันที่ 26-28 กรกฎาคม 2569 ซึ่งในครั้งนั้น TSD ได้ออกมายอมรับและแถลงข่าวการตรวจพบผู้ไม่ประสงค์ดีลักลอบเข้าถึงข้อมูลในระบบ TSD Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลกระทบต่อข้อมูลผู้ลงทุนประมาณ 200,000 บัญชี จากจำนวนบัญชีทั้งหมดกว่า 5 ล้านบัญชี

ย้อนกลับไปในการชี้แจงเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และผู้บริหารของ TSD ยืนยันว่าได้ดำเนินการปิดช่องโหว่ของระบบ TSD Investor Portal ทันทีที่ตรวจพบ พร้อมเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) 

โดยย้ำว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดกับระบบหน้าบ้านที่เป็นเว็บพอร์ทัลเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อระบบงานหลักด้านการซื้อขายหลักทรัพย์หรือระบบรับฝากหลักทรัพย์หลังบ้านที่แยกส่วนกันอย่างเด็ดขาด ข้อมูลที่รั่วไหลจึงไม่สามารถนำไปใช้โอนหุ้นหรือทำธุรกรรมทางการเงินออกจากพอร์ตของนักลงทุนได้โดยตรง พร้อมเดินหน้าย้ายผู้ใช้งานไปสู่แอปพลิเคชันใหม่ที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์และเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์เตือนว่า การที่ฐานข้อมูลซึ่งมีทั้งชื่อ-นามสกุล เลขที่บัญชีธนาคาร และเบอร์โทรศัพท์ของนักลงทุนถูกนำมาประกาศขายในตลาดมืด ย่อมเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดอาชญากรรมการหลอกลวงซ้ำอย่างมีนัยสำคัญ

เนื่องจากมิจฉาชีพและแก๊งคอลเซ็นเตอร์สามารถนำข้อมูลจริงเหล่านี้ไปใช้อ้างอิงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือในการสวมรอยเป็นเจ้าหน้าที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เจ้าหน้าที่โบรกเกอร์ หรือส่งเอกสารแจ้งรับเงินปันผลปลอมและลิงก์เว็บไซต์ปลอมเพื่อหลอกให้เหยื่อกดลิงก์ติดตั้งมัลแวร์หรือโอนเงิน

ดังนั้น นักลงทุนจึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการรับข้อมูลข่าวสาร โดยยึดหลักการสำคัญตามที่ TSD เคยแจ้งเตือนไว้ว่า อีเมลทางการของศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ฯ จะส่งมาจาก [email protected] เท่านั้น และทั้งข้อความ SMS หรืออีเมลแจ้งเตือนจาก TSD จะไม่มีการแนบลิงก์ใดๆ ให้กดโดยเด็ดขาด รวมถึงเจ้าหน้าที่ตัวจริงจะไม่มีนโยบายโทรศัพท์ไปขอรหัสผ่าน รหัส OTP หรือให้โอนเงินในทุกกรณี หากพบการติดต่อที่น่าสงสัยควรวางสายและติดต่อสอบถามไปยังบริษัทหลักทรัพย์หรือ TSD โดยตรงทันที


มุมมองผู้เขียน: เหตุการณ์นี้ยังไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อราคาคริปโต เนื่องจากเป็นประเด็นความปลอดภัยทางไซเบอร์ของตลาดทุนไทย อย่างไรก็ตาม หากมีการยืนยันข้อมูลรั่วไหลเพิ่มเติม อาจกระทบความเชื่อมั่นต่อระบบการเงินดิจิทัลและผู้ให้บริการทางการเงินในไทยได้