สรุปข่าว
- CoinFerenceX The Best Event Singapore 2026 ปิดฉากหลังจัดงาน 2 วัน ณ Gardens by the Bay โดยผู้จัดระบุว่ามีผู้เข้าร่วมกว่า 3,000 คน แต่ตัวเลขยังรอการยืนยันขั้นสุดท้าย
- Arthur Hayes, Raoul Pal, Yat Siu และ Sandeep Nailwal ร่วมเวทีเดียวกับตัวแทนจากบริษัทคริปโทฯ และ Web3 ชั้นนำทั่วโลก
- RWA, Stablecoin, AI Agents และ DeFi เป็นประเด็นสำคัญของงาน สะท้อนโจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมที่ต้องเปลี่ยนกระแสความสนใจให้กลายเป็นการใช้งานจริง
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
CoinFerenceX The Best Event Singapore 2026 ปิดฉากลงหลังรวมบุคคลสำคัญจากวงการคริปโทฯ นำโดย Arthur Hayes, Raoul Pal และ Yat Siu ที่ Gardens by the Bay ประเทศสิงคโปร์ ระหว่างวันที่ 5–6 ตุลาคม 2026 โดยผู้จัดระบุว่า มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 3,000 คน ซึ่งยังอยู่ระหว่างการยืนยันตัวเลขขั้นสุดท้าย ไฮไลต์สำคัญคือการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับ 5 เทรนด์ Web3 ได้แก่ RWA, Stablecoin, AI Agents, DeFi และความปลอดภัย ขณะที่ผู้จัดเตรียมขยายเวทีสู่ดูไบในวันที่ 19–20 เมษายน 2027 และกลับมาสิงคโปร์อีกครั้งในวันที่ 4–5 ตุลาคม 2027
CoinFerenceX The Best Event Singapore 2026 ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ หลังดึงผู้ประกอบการ นักลงทุน และบุคคลสำคัญจากอุตสาหกรรมคริปโทฯ มารวมตัวกันตลอดวันที่ 5-6 ตุลาคม 2026 ณ Flower Field Hall ภายใน Gardens by the Bay ประเทศสิงคโปร์ ท่ามกลางกระแสการพัฒนาเทคโนโลยี Web3 ที่กำลังขยายตัวไปไกลกว่าการซื้อขายและเก็งกำไรในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
งานครั้งนี้จัดขึ้นในช่วงสัปดาห์เดียวกับ TOKEN2049 เปิดเวทีให้ผู้บริหาร นักพัฒนาบล็อกเชน นักลงทุน และตัวแทนจากบริษัทระดับโลก แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับทิศทางของอุตสาหกรรม ตั้งแต่การนำสินทรัพย์ในโลกจริงขึ้นสู่บล็อกเชน (RWA) ระบบชำระเงินด้วย Stablecoin ไปจนถึงการผสาน AI เข้ากับระบบการเงินแบบกระจายศูนย์

ผู้จัดงานระบุว่า มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 3,000 คน อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยืนยันขั้นสุดท้าย แม้จำนวนผู้เข้าร่วมจะเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดความสนใจต่อเวที Web3 แต่สิ่งที่น่าจับตายิ่งกว่าคือ ประเด็นที่ผู้เล่นรายใหญ่กำลังให้ความสำคัญ เพราะท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น อุตสาหกรรมกำลังเผชิญโจทย์สำคัญว่าจะเปลี่ยนเทคโนโลยีและเงินลงทุนให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้คนใช้งานจริงได้อย่างไร
Arthur Hayes นำทัพคนดังคริปโทฯ รวมพลบนเวทีสิงคโปร์
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงานคือ การรวมตัวของบุคคลที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล นำโดย Arthur Hayes ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Maelstrom, Raoul Pal ผู้ร่วมก่อตั้ง Real Vision, Yat Siu ประธานกรรมการบริหาร Animoca Brands และ Sandeep Nailwal ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Polygon Labs
นอกจากนี้ ยังมี Andrei Grachev จาก DWF Labs, Michael Heinrich จาก OG Labs, Vugar Usi จาก MEXC, Luuk Strijers จาก Coinbase และ Jessica Walker จาก Binance เข้าร่วมเป็นวิทยากร
ภายในงานยังมีตัวแทนจากองค์กรสำคัญในระบบนิเวศ Web3 ได้แก่ BNB Chain, BingX, Gate, Crypto.com, CertiK, MetaMask, Base, Berachain, Aethir, RedStone และ Spartan Group
การรวมตัวของผู้เล่นจากทั้งแพลตฟอร์มซื้อขาย เครือข่ายบล็อกเชน บริษัทลงทุน และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน สะท้อนให้เห็นว่า Web3 ไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ของนักพัฒนาโปรเจกต์หรือเทรดเดอร์อีกต่อไป แต่กำลังเปิดรับธุรกิจและบริการที่เกี่ยวข้องกับระบบการเงินในวงกว้างมากขึ้น
5 เทรนด์ใหญ่ที่อาจกำหนดอนาคต Web3 มากกว่าแค่ราคาเหรียญ
นอกเหนือจากรายชื่อคนดังที่มาเข้าร่วมงานนี้แล้ว อีกประเด็นที่น่าจับตาคือ 5 เทรนด์สำคัญที่อาจกำหนดทิศทาง Web3 ตั้งแต่การนำสินทรัพย์จริงขึ้นบล็อกเชน ไปจนถึงการใช้ AI และการยกระดับความปลอดภัย
1. RWA ดึงสินทรัพย์โลกจริงเข้าสู่บล็อกเชน
การแปลงสินทรัพย์อย่างกองทุน พันธบัตรรัฐบาล และสินเชื่อภาคเอกชนให้เป็นโทเคน (Tokenization) อาจช่วยเชื่อมตลาดการเงินดั้งเดิมเข้ากับบล็อกเชน แต่การขยายตัวในวงกว้างยังต้องอาศัยกฎระเบียบที่ชัดเจน ระบบดูแลสินทรัพย์ที่น่าเชื่อถือ และการคุ้มครองสิทธิของผู้ลงทุน
2. Stablecoin กับอนาคตการชำระเงินข้ามประเทศ
Stablecoin มีโอกาสช่วยให้การชำระเงินและโอนเงินข้ามประเทศทำได้รวดเร็วขึ้น พร้อมลดขั้นตอนบางส่วนของระบบเดิม อย่างไรก็ตาม ความน่าเชื่อถือของผู้ออกเหรียญ กลไกรักษามูลค่า และข้อกำหนดทางกฎหมายยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อการยอมรับในวงกว้าง
3. AI Agents เชื่อม AI เข้ากับธุรกรรมคริปโทฯ
AI Agents อาจทำให้ระบบอัตโนมัติสามารถเชื่อมต่อกับบริการดิจิทัลและดำเนินธุรกรรมตามเงื่อนไขที่กำหนดได้ แต่ความท้าทายอยู่ที่การควบคุมสิทธิ์ การป้องกันข้อผิดพลาด และการรักษาความปลอดภัย เพื่อให้เทคโนโลยีนี้ใช้งานได้จริงโดยไม่เพิ่มความเสี่ยงเกินจำเป็น
4. DeFi ต้องพิสูจน์ตัวเองในระดับสถาบัน
DeFi กำลังมุ่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน สินเชื่อบนบล็อกเชน และระบบเพิ่มสภาพคล่องให้กับสินทรัพย์ดิจิทัล แต่การขยายสู่ผู้ใช้งานระดับสถาบันยังต้องพิสูจน์ทั้งความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความสามารถในการตอบโจทย์ทางการเงินจริง
5. ความปลอดภัยคือกุญแจสู่ความเชื่อมั่น
ทั้งความปลอดภัยทางไซเบอร์ การดูแลสินทรัพย์ดิจิทัล (Custody) และช่องโหว่ของ Smart Contracts ล้วนเป็นความเสี่ยงที่อุตสาหกรรมต้องจัดการ เพราะต่อให้เทคโนโลยีมีประสิทธิภาพเพียงใด หากผู้ใช้และสถาบันไม่มั่นใจในความปลอดภัย การยอมรับในวงกว้างก็อาจเกิดขึ้นได้ยาก
เปิดรายชื่อผู้สนับสนุนและพันธมิตร CoinFerenceX Singapore 2026
งานครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทหลายแห่งในระบบนิเวศ Web3 โดยมี Liquid Loans เป็นผู้สนับสนุนในฐานะ Powered by ขณะที่ ZIG Finance และ Golden Ratio Group เป็น Featured Sponsors
ส่วนผู้สนับสนุนรายอื่น ๆ ได้แก่ M5Dex, RealX, AWS, AEON, Hamieverse, Hashlock, VulSight, TiDB, Coinut, CT และ DigiMaaya
นอกจากนี้ CoinFerenceX ยังร่วมมือกับ The Best Event ในการจัดงาน เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน และบริษัทเทคโนโลยีได้พบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ
การมีบริษัทจากหลายภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมสะท้อนถึงความเชื่อมโยงของระบบนิเวศ Web3 ตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานและบริการทางการเงิน ไปจนถึงเทคโนโลยีข้อมูลและความปลอดภัย แต่ผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นจากความร่วมมือเหล่านี้ยังเป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อไป
ผู้จัดเตรียมขยายเวทีสู่ดูไบและสิงคโปร์ในปี 2027
Radhe Gupta ผู้ก่อตั้ง CoinFerenceX กล่าวว่า งานครั้งนี้เป็นหมุดหมายสำคัญในการเชื่อมโยงชุมชน Web3 ทั่วโลก พร้อมขอบคุณวิทยากร ผู้สนับสนุน พันธมิตร และผู้เข้าร่วมที่มีส่วนทำให้งานเกิดขึ้น
ด้าน Brent Fulfer ผู้ร่วมก่อตั้ง The Best Event และนักลงทุนจาก TBV ระบุว่า การเชื่อมโยงผู้คนในชุมชนเป็นหัวใจสำคัญของการจัดงาน เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรม ความร่วมมือ และการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ
ในส่วนของแผนการจัดงานครั้งต่อไป CoinFerenceX เตรียมเดินหน้าสู่สองเวทีสำคัญ ได้แก่
- CoinFerenceX Dubai: วันที่ 19–20 เมษายน 2027
- CoinFerenceX Singapore: วันที่ 4–5 ตุลาคม 2027
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิทยากรและการเข้าร่วมงานจะประกาศผ่านช่องทางอย่างเป็นทางการของผู้จัดงาน
มุมมองผู้เขียน: การรวมตัวของบุคคลระดับแนวหน้าอาจช่วยสร้างความสนใจให้กับอุตสาหกรรม แต่สิ่งที่จะตัดสินว่า Web3 ก้าวไปข้างหน้าได้จริงหรือไม่ คือการเปลี่ยนแนวคิดให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคนใช้งานและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ โดยเฉพาะ RWA และ Stablecoin ที่มีโอกาสเชื่อมโลกการเงินดั้งเดิมเข้ากับบล็อกเชน

