สรุปข่าว
- มีการจัดตั้ง Dogecoin Labs เพื่อผลักดันให้เหรียญ DOGE สามารถนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้จริง ผ่านการผนวก MyDoge, DogeOS และ Such App
- Such App เปิดเวอร์ชัน Beta รองรับการชำระเงินผ่าน QR Code แล้ว ขณะที่ DogeOS เปิดทดสอบระบบเพื่อให้นักพัฒนาสร้างแอปพลิเคชัน
- DogeOS ยังคงต้องพึ่งพาผู้ดูแลระบบในการตรวจสอบการทำงาน เนื่องจากข้อเสนอการปรับปรุงเครือข่ายบล็อกเชนยังอยู่ในขั้นร่าง
แนวโน้มผลกระทบ: Bullish
Dogecoin Labs ได้ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับ Dogecoin Foundation เพื่อขับเคลื่อนระบบนิเวศของเหรียญ DOGE ให้สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ผ่านการเชื่อมโยง 3 ผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ กระเป๋าเงิน MyDoge, DogeOS และ Such App แม้ระบบนิเวศจะเริ่มมีความคืบหน้าแต่ระบบความปลอดภัยและการใช้งานจริงยังคงต้องใช้เวลาพัฒนาและปรับปรุงเพิ่มเติมต่อไป
ทีมพัฒนาเบื้องหลัง Dogecoin Wallet, เครือข่ายแอปพลิเคชัน และเครื่องมือรับชำระเงินสำหรับร้านค้า ล่าสุดได้ร่วมมือกันจัดตั้ง Dogecoin Labs ขึ้น เพื่อขยายช่องทางให้ผู้ถือเหรียญ DOGE สามารถนำเหรียญมาจับจ่ายใช้สอยได้มากยิ่งขึ้นในชีวิตประจำวัน
อ้างอิงข้อมูลจากแถลงการณ์ Dogecoin Labs ซึ่งก่อตั้งขึ้นภายใต้ความร่วมมือกับ Dogecoin Foundation จะเข้ามาเป็นผู้ดูแลและดำเนินงาน MyDoge, DogeOS และ Such App โดยมี Jordan Jefferson ผู้ก่อตั้ง MyDoge และ DogeOS รับตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
แผนการดังกล่าวเป็นการเชื่อมต่อ 3 ส่วนสำคัญของระบบนิเวศธุรกิจ DOGE เข้าด้วยกัน โดยนักพัฒนาจะสร้างแอปพลิเคชันบน DogeOS ขณะที่ผู้ถือเหรียญสามารถค้นหาและเข้าถึงแอปเหล่านั้นได้ผ่าน MyDoge และร้านค้าสามารถใช้ Such App ในการรับชำระเงิน ซึ่งในปัจจุบัน Such App เวอร์ชัน Beta ได้รองรับการออกใบแจ้งหนี้และการชำระเงินผ่าน QR Code แบบหน้าร้านแล้ว ส่วนการเชื่อมต่อกับ DogeOS ยังอยู่ในช่วงการวางแผนพัฒนา
ทาง MyDoge เผยว่าปัจจุบันจำนวนผู้ใช้งานได้เติบโตขึ้นมากกว่า 500,000 รายโดยไม่ต้องจ่ายเงินทำการตลาด และการอัปเดตเวอร์ชัน V3 ล่าสุดยังได้เชื่อมต่อกระเป๋าเงินเข้ากับแอปพลิเคชันที่สร้างบน DogeOS เรียบร้อยแล้ว อย่างไรก็ตาม ในแถลงการณ์ไม่ได้ระบุจำนวนผู้ใช้งานกระเป๋าเงินที่แอคทีฟ หรือผู้ที่เคยทดลองใช้แอปพลิเคชันเหล่านั้นแต่อย่างใด
นอกจากนี้ Dogecoin Foundation และ House of Doge ซึ่งเป็นองค์กรฝั่งพาณิชย์ จะรับหน้าที่ดูแลในส่วนทรัพย์สินทางปัญญาและทีมพัฒนา ขณะที่ Foundation จะยังคงมุ่งเน้นการสนับสนุนการพัฒนาโอเพนซอร์ส การผลักดันนโยบาย และงานภายชุมชน ส่วน Dogecoin Labs จะมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และโอกาสทางพาณิชย์เป็นหลัก
DogeOS ได้เปิดตัวเครือข่ายทดสอบสาธารณะ ไปเมื่อวันที่ 30 กันยายนที่ผ่านมา เพื่อให้นักพัฒนาสามารถทดลองสร้างบริการกู้ยืม ศูนย์ซื้อขาย และเกมในรูปแบบเดียวกับ Ethereum แต่ใช้เหรียญ DOGE จำลองแทน ทั้งนี้ ตัวบล็อกเชน Dogecoin จะทำหน้าที่จัดการการโอนเหรียญเท่านั้น ทำให้แอปพลิเคชันเหล่านี้ต้องรันบนระบบแยกต่างหาก
อย่างไรก็ตาม แม้เวลาจะผ่านไปแล้วกว่าสามสัปดาห์ แต่คู่มือผู้ใช้ของ DogeOS ยังคงไม่มีการเปิดตัวแอปพลิเคชันเด่น มีเพียงการระบุว่าจะมีการเปิดตัวในเร็วๆ นี้
นอกจากนั้น ระบบความปลอดภัยที่วางแผนไว้ว่าจะเชื่อมต่อกับบล็อกเชน Dogecoin ยังต้องได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติม โดย DogeOS ต้องการให้เครือข่ายของ Dogecoin สามารถช่วยตรวจสอบหลักฐานทางคณิตศาสตร์ว่าแอปพลิเคชันประมวลผลถูกต้อง แต่ข้อเสนอการเปลี่ยนแปลงกฎดังกล่าวยังคงอยู่ในร่างข้อเสนอเท่านั้น ดังนั้น ในระหว่างที่ยังไม่ได้ปรับใช้ ผู้ใช้งานจึงยังต้องพึ่งพาผู้ดูแลระบบและฮาร์ดแวร์ที่ DogeOS คัดเลือกในการตรวจสอบการทำงานของแอปพลิเคชันไปก่อน
ปัจจุบัน Dogecoin ถือเป็นหนึ่งในคริปโทเคอร์เรนซีที่เก่าแก่ที่สุด ถือกำเนิดขึ้นในปี 2013 จากมุกตลกพร้อมมาสคอตสุนัขสายพันธุ์ชิบะ อินุ โดยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ราคาเหรียญยังคงทรงตัวและเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับราคา 0.08 ดอลลาร์
ที่มา: Coindesk
มุมมองผู้เขียน: ความเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนถึงความพยายามในการยกระดับ Dogecoin จากเหรียญมีมสู่การมี Utility ในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในระยะยาวอาจต้องขึ้นอยู่กับการผลักดันให้เกิดการใช้งานจริงบน DogeOS และการยกระดับความปลอดภัยของเครือข่ายให้มีความน่าเชื่อถือสูงสุด

