สรุปข่าว
- เนทันยาฮูจุดประเด็นร้อน อิสราเอลอาจใช้ Blockchain และคริปโทฯ เป็นเครื่องมือรับมือมาตรการคว่ำบาตรทางการเงิน
- ฝ่ายค้านและชี้ว่า คริปโทฯ ไม่สามารถทดแทนระบบธนาคาร ตลาดทุน หรือความร่วมมือจากบริษัทต่างชาติได้
- ผู้เชี่ยวชาญมองว่า คริปโทฯ ไม่ใช่ทางรอดที่ไร้ข้อจำกัด ธุรกรรมยังถูกติดตามได้ และสินทรัพย์อาจถูกอายัด
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
‘เนทันยาฮู’ ผู้นำของประเทศอิสราเอล จุดประเด็นถกเถียงก่อนการเลือกตั้งวันที่ 27 ตุลาคม ด้วยการเสนอว่า บล็อกเชนอาจเป็นทางเลือกรับมือมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกที่อาจขยายวงกว้าง แต่แนวคิดนี้ถูกฝ่ายค้านวิจารณ์ผ่านคำว่า “BibiCoin” ซึ่งนำชื่อเล่นของเนทันยาฮูมาผสมกับ Bitcoin เพื่อเสียดสี ขณะที่ธนาคารกลางและผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า คริปโทฯ ไม่สามารถทดแทนระบบการเงินดั้งเดิมได้ และธุรกรรมบนบล็อกเชนก็ยังสามารถถูกตรวจสอบได้
นายกรัฐมนตรี ‘เบนจามิน เนทันยาฮู’ ของอิสราเอลจุดประเด็นถกเถียงครั้งใหญ่ก่อนศึกเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ หลังเปิดเผยว่า ประเทศอาจหันมาใช้บล็อกเชน และคริปโทฯ เพื่อรับมือกับมาตรการคว่ำบาตรทางการเงินระหว่างประเทศที่อาจเกิดขึ้น โดยเรียกเทคโนโลยีนี้ว่าเป็นทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศ
เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้นำอิสราเอลให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Channel 10 โดยกล่าวว่า “บล็อกเชนเป็นทางเลือกในการรับมือกับมาตรการคว่ำบาตร” พร้อมส่งสัญญาณว่า รัฐบาลกำลังพิจารณานำเทคโนโลยีนี้มาใช้เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การป้องกันทางเศรษฐกิจ
แนวคิดดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลว่า มาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกที่มุ่งเป้าไปยังสินค้าจากนิคมอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ อาจขยายวงกว้างจนกระทบเศรษฐกิจของประเทศ
CryptoJungle สื่อคริปโทฯ รายใหญ่ของอิสราเอลมองว่า การที่เนทันยาฮูยกระดับบล็อกเชนเป็นเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ รวมถึงสะท้อนว่า รัฐบาลเริ่มเปลี่ยนแปลงมุมมองต่อเทคโนโลยีดังกล่าว
กาดี ไอเซนคอต ผู้นำพรรค Yashar วิจารณ์แนวคิด “BibiCoin” ซึ่งเป็นชื่อเรียกเชิงเสียดสีที่นำชื่อเล่นของ ‘เนทันยาฮู’ มาผสมกับคำว่า Bitcoin เพื่อเหน็บแนมแนวคิดการใช้คริปโทฯ รับมือมาตรการคว่ำบาตร โดยเขามองว่า แนวทางดังกล่าวอาจเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ
ขณะที่ธนาคารกลางอิสราเอลยืนยันว่า คริปโทฯ ไม่สามารถใช้หลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรได้
นาดาฟ เอยาล คอลัมนิสต์จาก Yediot Ahronot ระบุว่า แม้คริปโทฯ จะช่วยโอนมูลค่านอกระบบธนาคารได้บางส่วน แต่ไม่สามารถทดแทนสินเชื่อธนาคาร ตลาดทุน หรือความร่วมมือจากบริษัทต่างชาติได้
ด้านเบน ซาโมชา ผู้ก่อตั้ง CryptoJungle มองไปในทิศทางเดียวกัน โดยชี้ให้เห็นว่า หน่วยงานอย่างกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยังสามารถใช้ข้อมูลบนบล็อกเชนติดตามธุรกรรมผิดกฎหมาย ปิดกั้นช่องทางแลกคริปโทฯ เป็นเงินทั่วไป และอายัดสินทรัพย์ได้
ที่มา: cointelegraph
มุมมองผู้เขียน: ประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นว่า เทคโนโลยีบล็อกเชนกำลังได้รับความสนใจในฐานะเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาล แต่การนำมาใช้รับมือมาตรการคว่ำบาตรจริงยังมีข้อจำกัด ทั้งจากระบบการเงินโลกและความสามารถในการตรวจสอบธุรกรรม นักลงทุนจึงควรจับตาความเคลื่อนไหวเชิงนโยบายของอิสราเอลต่อไป

