bitkub-banner

พบช่องโหว่กระเป๋า Bitcoin เปิดทางเซิร์ฟเวอร์ปลอมขโมยเงินตอนเร่งธุรกรรม

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • พบช่องโหว่ในกระเป๋า Bitcoin ที่เปิดทางให้เซิร์ฟเวอร์ปลอมสลับธุรกรรมจริงเป็นธุรกรรมปลอม แล้วรอให้ผู้ใช้กดอนุมัติค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น
  • มีผู้ใช้อย่างน้อย 1 รายสูญเสีย Bitcoin ก่อนที่นักพัฒนาจะออกแพตช์แก้ไข
  • ช่องโหว่อยู่ที่ตัวซอฟต์แวร์กระเป๋า ไม่ใช่โปรโตคอลของ Bitcoin ผู้ใช้ควรอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral

ช่องโหว่นี้เกิดที่ซอฟต์แวร์กระเป๋าและแก้ไขแล้ว ไม่ได้กระทบการทำงานของเครือข่าย Bitcoin เอง ผลต่อราคาจึงน่าจะจำกัด แต่เป็นเครื่องเตือนใจเรื่องความปลอดภัยของเครื่องมือที่ผู้ใช้ต้องพึ่งพา

เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ตามรายงานจาก CoinDesk พบช่องโหว่ในกระเป๋า Bitcoin ที่ทำให้เซิร์ฟเวอร์ที่ไม่หวังดีสามารถขโมยเงินของผู้ใช้ได้ในจังหวะที่ผู้ใช้พยายามเร่งธุรกรรมให้ผ่านเร็วขึ้น ผู้โจมตีจะสลับธุรกรรมจริงให้กลายเป็นธุรกรรมปลอม จากนั้นรอให้ผู้ใช้อนุมัติค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น มีผู้ใช้อย่างน้อย 1 รายที่สูญเสีย Bitcoin ก่อนที่นักพัฒนาจะออกแพตช์แก้ไข

จุดอ่อนอยู่ที่ขั้นตอนเร่งธุรกรรม

จากข้อมูลที่รายงาน การโจมตีเกิดขึ้นในขั้นตอนที่ผู้ใช้ต้องการให้ธุรกรรมถูกยืนยันเร็วขึ้นด้วยการเพิ่มค่าธรรมเนียม ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่ผู้ใช้กระเป๋า Bitcoin ใช้กันเป็นปกติเมื่อเครือข่ายคับคั่งหรือธุรกรรมค้างนาน เซิร์ฟเวอร์ที่ไม่หวังดีฉวยโอกาสตรงนี้ โดยแสดงธุรกรรมปลอมแทนของจริงให้ผู้ใช้เห็น เมื่อผู้ใช้กดอนุมัติค่าธรรมเนียมที่สูงขึ้น เงินก็ถูกโอนออกไปตามที่ผู้โจมตีกำหนด

ผลกระทบจำกัดที่ตัวกระเป๋า ไม่ใช่เครือข่าย

ประเด็นสำคัญคือช่องโหว่นี้อยู่ที่ซอฟต์แวร์กระเป๋า ไม่ได้เกิดจากจุดอ่อนของโปรโตคอล Bitcoin และนักพัฒนาออกแพตช์แก้ไขแล้ว ผู้ใช้ที่ยังไม่ได้อัปเดตจึงควรรีบอัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุด รวมถึงระวังการเชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่ไม่น่าเชื่อถือ และตรวจสอบรายละเอียดธุรกรรมให้ครบทุกครั้งก่อนกดอนุมัติ โดยเฉพาะเมื่อมีการขอเพิ่มค่าธรรมเนียม

ความปลอดภัยของเครื่องมือยังเป็นประเด็นต่อเนื่อง

ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า นักพัฒนาใช้ AI ตรวจพบบั๊กขั้นวิกฤต 85 จุดใน Bitcoin และ ช่องโหว่ Coldcard ที่สร้างความเสียหายหลายร้อย BTC ซึ่งสะท้อนว่าความเสี่ยงด้านซอฟต์แวร์และอุปกรณ์เก็บเหรียญยังเป็นเรื่องที่ผู้ใช้ต้องใส่ใจอย่างต่อเนื่อง


ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าเรื่องนี้เป็นบทเรียนเรื่องการ “เชื่อสิ่งที่เห็นบนหน้าจอ” มากเกินไป ถ้ากระเป๋าแสดงข้อมูลธุรกรรมที่ถูกสลับมา ต่อให้เราระวังแค่ไหนก็พลาดได้ สิ่งที่ทำได้คืออัปเดตซอฟต์แวร์สม่ำเสมอ ใช้เซิร์ฟเวอร์ที่เชื่อถือได้ และตรวจรายละเอียดธุรกรรมทุกครั้งก่อนกดอนุมัติ ข่าวนี้ไม่น่าจะกระทบราคาในภาพรวมเพราะแก้ไขแล้วและขอบเขตจำกัด แต่ต้องจับตาว่าจะมีรายงานผู้เสียหายเพิ่มหรือพบช่องโหว่ลักษณะคล้ายกันในกระเป๋าตัวอื่นอีกหรือไม่

ที่มา: CoinDesk

ภาพจาก AI