สรุปข่าว
- ปูตินชวนแอฟริกาใช้คริปโทฯ ชำระเงินระหว่างประเทศ เพื่อรักษาอธิปไตยทางการเงิน พร้อมชี้ว่าธุรกรรมเหล่านี้ไม่สามารถถูกปิดกั้นได้
- รัสเซียเปิดทางคริปโทฯ มากขึ้น หลังถูกคว่ำบาตร รัฐบาลออกกฎหมายรองรับการลงทุนและซื้อขายคริปโทฯ รวมถึงเปิดทางให้ภาคธุรกิจใช้ชำระเงินข้ามพรมแดน
- กระทรวงการคลังรัสเซียประเมินว่า การค้าระหว่างประเทศผ่านคริปโทฯ มีมูลค่าราว 1-3% ของมูลค่าทั้งหมด ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 6 แสนล้านดอลลาร์
แนวโน้มผลกระทบ: Neutral
วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย สนับสนุนให้ประเทศในแอฟริกาหันมาใช้คริปโทเคอร์เรนซีชำระเงินระหว่างประเทศ เพื่อรักษาอธิปไตยทางการเงิน โดยระบุว่าธุรกรรมดังกล่าวไม่สามารถถูกปิดกั้นได้ ในขณะที่รัสเซียเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก จนต้องปรับกฎระเบียบเพื่อเปิดทางให้ภาคธุรกิจใช้คริปโทฯ ชำระเงินข้ามพรมแดน โดยกระทรวงการคลังรัสเซียประเมินว่า ธุรกรรมการค้าระหว่างประเทศผ่านคริปโทฯ มีสัดส่วนประมาณ 1-3% ของมูลค่าการค้าทั้งหมด ซึ่งอยู่ที่ราว 6 แสนล้านดอลลาร์
วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ออกโรงสนับสนุนให้ประเทศต่าง ๆ ในทวีปแอฟริกาหันมาใช้คริปโทเคอร์เรนซีในการชำระเงิน เพื่อรักษาอธิปไตยทางการเงิน โดยยืนยันว่า ธุรกรรมคริปโทฯ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถปิดกั้นได้
ปูตินแสดงความเห็นดังกล่าวระหว่างพบปะผู้นำจากประเทศแอฟริกาที่เดินทางเยือนกรุงมอสโก เพื่อเข้าร่วมการประชุม Russia-Africa Summit ครั้งที่ 3 และ Russia-Africa Economic and Humanitarian Forum ระหว่างวันที่ 28-29 ตุลาคม
ระหว่างเยี่ยมชมนิทรรศการเทคโนโลยีขั้นสูงของรัสเซีย เขาตั้งคำถามว่า เหตุใดแอฟริกาจึงไม่สามารถเข้าถึงระบบสกุลเงินดิจิทัลที่กำลังพัฒนาไปทั่วโลก ทั้งในสหรัฐฯ รัสเซีย และประเทศอื่น ๆ
ปูตินระบุว่า ระบบดังกล่าวมีความเป็นอิสระและมีอธิปไตยทางการเงิน พร้อมย้ำว่า “จากมุมมองด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ การปิดกั้นธุรกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้”
มาตรการคว่ำบาตรเร่งรัสเซียเปิดทางคริปโทฯ
ท่าทีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตกจากกรณีสงครามยูเครนจำกัดการเข้าถึงระบบการเงินระหว่างประเทศของรัสเซีย รวมถึงกระทบการชำระเงินกับคู่ค้าต่างประเทศ ส่งผลให้รัฐบาลต้องปรับแนวทางการกำกับดูแลสินทรัพย์ดิจิทัลให้เป็นมิตรมากขึ้น
ในเดือนพฤษภาคม 2025 ธนาคารกลางรัสเซียอนุมัติการเสนอขายผลิตภัณฑ์อนุพันธ์ที่อ้างอิงกับคริปโทเคอร์เรนซี ก่อนที่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา รัฐสภาจะผ่านกฎหมาย “On Digital Currencies and Digital Rights” ซึ่งปูตินลงนามในเดือนสิงหาคม และมีผลบังคับใช้วันที่ 1 กันยายน 2026
กฎหมายดังกล่าวอนุญาตให้ประชาชนและสภาบันซื้อขายคริปโทฯ ได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ยังห้ามใช้สินทรัพย์ดิจิทัลชำระเงินภายในประเทศ ขณะที่เปิดทางให้ภาคธุรกิจใช้คริปโทฯ ชำระเงินกับคู่ค้าต่างประเทศได้ ภายใต้หลักเกณฑ์ที่กำหนด
ก่อนหน้านี้ การชำระเงินข้ามพรมแดนด้วยคริปโทฯ ทำได้เฉพาะภายใต้โครงการทดลองทางกฎหมาย ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารกลางและจำกัดเฉพาะผู้เข้าร่วมบางกลุ่มเท่านั้น
คริปโทฯ มีสัดส่วน 1-3% ของการค้าระหว่างประเทศของรัสเซีย
ปูตินเคยกล่าวในการสัมภาษณ์เมื่อปี 2021 ว่า คริปโทฯ มีศักยภาพเป็นทั้งเครื่องมือชำระเงินและสินทรัพย์รักษามูลค่าในอนาคต แต่ขณะนั้นยังมองว่าเร็วเกินไปที่จะนำมาใช้กำหนดมูลค่าในสัญญาระหว่างประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจพลังงาน
นอกจากคริปโทฯ แล้ว รัสเซียยังพัฒนา CBDC ซึ่งเป็นสกุลเงินรูเบิลดิจิทัล โดยเริ่มทยอยเปิดใช้งานตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา และธนาคารกลางกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการนำไปใช้กับธุรกรรมข้ามพรมแดน
ด้านกระทรวงการคลังรัสเซียประเมินว่า ก่อนกฎหมายฉบับใหม่มีผลบังคับใช้ การชำระเงินเพื่อการค้าระหว่างประเทศผ่านคริปโทฯ มีสัดส่วนประมาณ 1-3% ของมูลค่าการค้าระหว่างประเทศทั้งหมด ซึ่งอยู่ที่ราว 6 แสนล้านดอลลาร์
ขณะที่สำนักข่าว RBC ของรัสเซียรายงานว่า กรอบกฎหมายใหม่อาจช่วยเพิ่มความสนใจของภาคธุรกิจต่อการนำคริปโทฯ มาใช้ชำระเงินระหว่างประเทศ โดยอ้างอิงความเห็นของ อนาโตลี อักซาคอฟ ประธานคณะกรรมาธิการตลาดการเงินของรัฐสภารัสเซีย
ที่มา:cryptopolitan
มุมมองผู้เขียน: แม้การสนับสนุนของปูตินจะสะท้อนถึงการยอมรับคริปโทฯ ในระดับรัฐบาล และอาจเพิ่มโอกาสการใช้งานจริงในภาคการเงินระหว่างประเทศ แต่ยังไม่มีมาตรการหรือเม็ดเงินลงทุนใหม่ที่เชื่อมโยงกับตลาดคริปโทฯ โดยตรง อีกทั้งยังไม่มีความชัดเจนว่า ประเทศในแอฟริกาจะนำข้อเสนอนี้ไปปฏิบัติจริงมากน้อยเพียงใด

