bitkub-banner

จับตาผลประกอบการ 3 หุ้นคริปโทฯ ยักษ์ใหญ่ สัปดาห์แรกของเดือน พ.ย. นี้

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Block, Circle และ Riot Platforms เตรียมรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ระหว่างวันที่ 3-4 พฤศจิกายนนี้
  • Block เผชิญแรงกดดันจากรายได้ธุรกิจ Bitcoin ที่คาดว่าจะลดลง ขณะที่ Circle ต้องรับมือผลตอบแทนสินทรัพย์สำรอง USDC ที่หดตัว
  • Riot ถูกจับตาว่า ราคา Bitcoin ที่ปรับตัวขึ้นในไตรมาส 3 จะช่วยหนุนรายได้จากการขุดได้มากน้อยเพียงใด

แนวโน้มผลกระทบ: Neutral

บริษัทคริปโทฯ รายใหญ่ 3 แห่งเตรียมรายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ในวันที่ 3-4 พฤศจิกายนนี้ ท่ามกลางตลาดคริปโทที่ปรับตัวขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน โดย Block ถูกจับตาจากรายได้ธุรกิจ Bitcoin ที่คาดว่าจะลดลง 12.2% ขณะที่ Circle เผชิญแรงกดดันจากผลตอบแทนสินทรัพย์สำรอง USDC ที่ลดลง ส่วน Riot มีแนวโน้มขาดทุน 0.24 ดอลลาร์ต่อหุ้น และรายได้จากการขุด Bitcoin อาจหดตัว 29.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน ผลประกอบการครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบว่าสภาวะเชิงบวกของตลาดคริปโทจะสามารถส่งผ่านไปสู่รายได้และกำไรของบริษัทเหล่านี้ได้มากน้อยเพียงใด

สัปดาห์นี้นักลงทุนในตลาดคริปโทฯ ต่างจับตาผลประกอบการของ 3 บริษัทยักษ์ใหญ่ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แก่ Block, Circle และ Riot Platforms เนื่องจากทั้งสามบริษัทเหล่านี้เตรียมเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2026 ซึ่งเป็นช่วงเดียวกับที่ราคาสินทรัพย์ดิจิทัลมีการปรับตัวสูงขึ้น

การประกาศผลประกอบการครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลัง Binance รายการเหตุการณ์แฮกมูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่หุ้นของทั้งสามบริษัทต่างปิดตลาดในแดนลบเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้ตัวเลขรายได้และแนวโน้มธุรกิจในไตรมาสถัดไปกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ตลาดกำลังจับตา

1.Block (XYZ)

Block บริษัทของ Jack Dorsery จะเป็นรายแรกที่รายงานผลประกอบการในวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายนนี้ หลังตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดทำการ พร้อมจัดประชุมทางโทรศัพท์เวลา 17:00 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ (ET)

นักวิเคราะห์จาก Zacks คาดการณ์ว่า บริษัทจะมีกำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ 1.02 ดอลลาร์ จากรายได้รวม 6.63 พันล้านดอลลาร์ ธุรกิจ Bitcoin เป็นหนึ่งในแหล่งรายได้ที่นักลงทุนให้ความสนใจ โดย Block เชื่อมโยงกับตลาดคริปโทผ่าน Cash App และการถือครอง Bitcoin ในงบดุลบริษัท

อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการไตรมาส 2 สะท้อนให้เห็นถึงแรงกดดันในธุรกิจดังกล่าว หลัง Block รายงานกำไรขั้นต้นจากระบบนิเวศ Bitcoin อยู่ที่ 72 ล้านดอลลาร์ ลดลง 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรขั้นต้นรวมของบริษัทอยู่ที่ 3.17 พันล้านดอลลาร์

บริษัทระบุว่า การลดลงมีสาเหตุจากค่าธรรมเนียมธุรกรรม Bitcoin บน Cash App ที่ลดลง ประกอบกับสภาวะการซื้อขาย Bitcoin ในตลาด

สำหรับไตรมาส 3 นักวิเคราะห์จาก Zacks คาดว่า รายได้จาก Bitcoin จะอยู่ที่ 1.73 พันล้านดอลลาร์ ลดลง 12.2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ Block ยังต้องบันทึกมูลค่าการถือครอง BTC ตามราคาตลาด (Mark-to-Market) ในทุกไตรมาส ทำให้การเปลี่ยนแปลงของราคา Bitcoin สามารถส่งผลต่อกำไรสุทธิของบริษัทได้

สิ่งที่ต้องจับตาคือ แม้ Block จะเคยรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ พร้อมปรับเพิ่มเป้าหมายการดำเนินงาน แต่ราคาหุ้นกลับร่วงลง 6.15% ในวันที่ 6 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันซื้อขายถัดจากการประกาศผลประกอบการ

ยิ่งไปกว่านั้น ตัวเลข EPS ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.02 ดอลลาร์ ยังตรงกับเป้าหมายไตรมาส 3 ที่บริษัทวางไว้ ดังนั้น การทำผลงานได้เพียงตามคาดอาจยังไม่เพียงพอที่จะสร้างแรงหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น

ขณะที่หุ้น XYZ ปิดตลาดวันศุกร์ที่ราคา 76.22 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 17.10% จากราคาปิด ณ สิ้นปี 2025

ที่มา: Google Finance

2.Circle (CRCL)

ถัดมา Circle ผู้ออก USDC เหรียญ Stablecoin อันดับ 2 ของโลก จะรายงานผลประกอบการในวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน ก่อนตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการ พร้อมจัดเว็บคาสต์เวลา 08:00 น. ET

นักวิเคราะห์จาก Zacks คาดการณ์ว่า Circle จะมีกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.40 ดอลลาร์ ลดลง 37.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากรายได้ 796.95 ล้านดอลลาร์ 

รายได้หลักของ Circle มาจากผลตอบแทนของสินทรัพย์สำรองที่ใช้หนุนหลัง USDC ทำให้ผลประกอบการของบริษัทขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ปริมาณ USDC ที่หมุนเวียนในตลาดและอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์สำรอง

ในไตรมาส 2 Circle มีรายได้จากสินทรัพย์สำรองเพิ่มขึ้น 5% แตะ 668 ล้านดอลลาร์ โดยอุปทานเฉลี่ยของ USDC เติบโตขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม ผลตอบแทนจากสินทรัพย์สำรองกลับลดลง 66 Basis Points มาอยู่ที่ 3.5% ซึ่งหักล้างประโยชน์จากการขยายตัวของ USDC ไปเป็นส่วนใหญ่

สำหรับไตรมาส 3 Zacks คาดว่ารายได้ของ Circle จะเพิ่มขึ้น 7.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้กำไรต่อหุ้นมีแนวโน้มลดลงก็ตาม โดย ณ สิ้นเดือนมิถุนายน USDC มีปริมาณหมุนเวียนในระบบอยู่ที่ 73,300 ล้านดอลลาร์

ตัวเลขอุปทาน USDC ณ วันที่ 30 กันยายนจึงเป็นหนึ่งในข้อมูลสำคัญที่ตลาดต้องจับตา เพราะจะเป็นฐานสำหรับประเมินรายได้จากสินทรัพย์สำรองในไตรมาส 4 โดยเฉพาะในช่วงที่ผลตอบแทนจากสินทรัพย์สำรองกำลังลดลง

ขณะที่หุ้น CRCL ปิดตลาดวันศุกร์ที่ราคา 72.54 ดอลลาร์ ลดลง 8.52% จากราคาปิด ณ สิ้นปี 2025

ที่มา: Google Finance

3. Riot Platforms

รายสุดท้าย Riot Platforms จะรายงานผลประกอบการในวันพุธที่ 4 พฤศจิกายน ก่อนตลาดหุ้นสหรัฐฯ เปิดทำการ พร้อมประชุมทางโทรศัพท์เวลา 08:00 น. ET

นักวิเคราะห์จาก Zacks คาดการณ์ว่า บริษัทจะขาดทุน 0.24 ดอลลาร์ต่อหุ้น และมีรายได้รวม 161.46 ล้านดอลลาร์ โดยรายได้จากธุรกิจขุด Bitcoin คาดว่าจะอยู่ที่ 112.85 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่ารายได้ 174.24 ล้านดอลลาร์ที่บริษัททำได้ในไตรมาส 2 ขณะที่รายได้จากการขุด Bitcoin มีแนวโน้มลดลง 29.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ การประชุมทางโทรศัพท์ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกของ Riot นับตั้งแต่บริษัทเปิดเผยหนังสือแสดงเจตจำนง (LOI) เกี่ยวกับการเช่าศูนย์ข้อมูล ทำให้นักลงทุนอาจจับตาความคืบหน้าของทิศทางธุรกิจดังกล่าวควบคู่ไปกับผลประกอบการจากการขุด Bitcoin

ส่วนราคาหุ้น RIOT ปิดตลาดวันศุกร์ที่ 12.81 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.10% จากราคาปิด ณ สิ้นปี 2025 แต่เมื่อเทียบกับราคาปิดวันที่ 30 กันยายนที่ 20.15 ดอลลาร์ หุ้นได้ปรับตัวลดลงถึง 36.43%

ที่มา: Google Finance

ผลประกอบการ Q3 จะสะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจคริปโทได้แค่ไหน?

ก่อนหน้านี้ Coinbase รายงานกำไรไตรมาส 3 อยู่ที่ 718.7 ล้านดอลลาร์ โดยได้รับแรงหนุนจากกำไรจากการถือครองคริปโท ขณะที่ผลประกอบการของ Block, Circle และ Riot ในสัปดาห์นี้จะช่วยสะท้อนให้เห็นว่า การปรับตัวขึ้นของตลาดคริปโทในไตรมาส 3 ส่งผลดีต่อธุรกิจแต่ละประเภทมากน้อยเพียงใด

แม้ทั้งสามบริษัทจะมีความเชื่อมโยงกับตลาดคริปโทเหมือนกัน แต่แหล่งรายได้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน โดย Block พึ่งพารายได้จากธุรกรรม Bitcoin และ Cash App, Circle ขึ้นอยู่กับปริมาณ USDC และผลตอบแทนจากสินทรัพย์สำรอง ส่วน Riot สร้างรายได้หลักจากการขุด Bitcoin

ที่มา:beincrypto


มุมมองผู้เขียน: สิ่งที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้ไม่ใช่แค่เพียงทั้งสามบริษัทจะทำรายได้หรือกำไรได้ตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์หรือไม่ แต่คือการเติบโตของตลาดคริปโทจะสามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ที่ยั่งยืนให้กับธุรกิจเหล่านี้ได้จริงหรือเปล่า เพราะราคาสินทรัพย์ที่ปรับตัวขึ้นไม่ได้หมายความว่า ทุกบริษัทจะได้รับประโยชน์ในระดับเดียวกัน โดยเฉพาะเมื่อแต่ละธุรกิจยังเผชิญแรงกดดันเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน