bitkub-banner

ตลาดคริปโทฯ ฟื้นตัว Bitcoin พุ่งทะลุ $78,000 หลัง Binance ทยอยเปิดให้ถอนเหรียญ

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • ราคา Bitcoin ดีดกลับมาแตะ 78,000 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นราว 0.93% ใน 24 ชั่วโมง หลังร่วงแตะ 76,000 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม จากเหตุ Binance ถูกโจมตีทางไซเบอร์ มูลค่าความเสียหายราว 6,300 ล้านดอลลาร์
  • Binance เปิดให้ถอนสินทรัพย์ได้แล้วกว่า 15 เครือข่ายหลักตั้งแต่ 1 พฤศจิกายน ผู้ใช้แห่ถอนเงินกว่า 1.9 แสนล้านบาทภายใน 24 ชั่วโมง ขณะที่บริษัทระบุว่า ชดเชยความเสียหายไปแล้วราว 90%
  • ดัชนี Crypto Fear & Greed ขยับจาก 32 เป็น 37 แต่ยังอยู่ในโซนกลัว และ กองทุน Spot Bitcoin ETF สหรัฐฯ ยังเจอเงินไหลออกสุทธิ 643.2 ล้านดอลลาร์เมื่อ 30 ตุลาคม

แนวโน้มที่ส่งผลกระทบต่อราคา : Neutral

แรงกดดันจากเหตุแฮกเริ่มคลี่คลาย แต่เงินทุนสถาบันยังไหลออก และความเชื่อมั่นยังไม่กลับมาเต็มที่ ราคาจึงมีแนวโน้มแกว่งตัวในกรอบแคบ ก่อนมีปัจจัยใหม่มาชี้ทิศทาง

สัญญาณการฟื้นตัวเริ่มปรากฏขึ้นในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลอีกครั้ง เมื่อ Bitcoin (BTC) คริปโทเคอร์เรนซีอันดับหนึ่งของโลก สามารถดีดตัวกลับขึ้นมาแตะระดับ 78,000 ดอลลาร์สหรัฐ ได้สำเร็จ โดยปรับตัวเพิ่มขึ้นราว 0.93% ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา 

การฟื้นตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากตลาดเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม จนราคาดิ่งลงแตะ 76,000 ดอลลาร์สหรัฐ หลุดแนวรับจิตวิทยาสำคัญที่ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ อันเป็นผลกระทบโดยตรงจากข่าวเหตุการณ์ Binance ถูกโจมตีทางไซเบอร์ครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งสร้างมูลค่าความเสียหายสูงถึงราว 6,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2.1 แสนล้านบาท จนสร้างความตื่นตระหนกไปทั่วทั้งอุตสาหกรรม

บรรยากาศความกังวลเริ่มคลี่คลายลงบ้าง เมื่อ Binance ได้เริ่มทยอยเปิดระบบให้ผู้ใช้งานสามารถถอนสินทรัพย์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยเปิดให้บริการแล้วกว่า 15 เครือข่ายหลัก ครอบคลุมทั้ง Bitcoin, Ethereum, BNB Smart Chain และ XRP Ledger พร้อมทั้งเร่งดำเนินการกู้คืนระบบสำหรับเครือข่ายและโทเคนอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง 

การกลับมาเปิดระบบส่งผลให้เกิดคลื่นการถอนสินทรัพย์ระลอกใหญ่ โดยผู้ใช้งานแห่ถอนเงินออกจากแพลตฟอร์มรวมมูลค่ากว่า 1.9 แสนล้านบาท ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง ซึ่งเหรียญที่มีปริมาณการถอนออกสูงสุดนำโดยกลุ่มสเตเบิลคอยน์อย่าง USDT ตามด้วย USDC และ Bitcoin ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม ทาง Binance ได้ออกมาชี้แจงสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้งานก่อนหน้านี้ว่า บริษัทได้ดำเนินการชดเชยสินทรัพย์ที่สูญหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวไปแล้ว ประมาณ 90% โดยนำสภาพคล่องจากเงินสำรองของบริษัท ร่วมกับกองทุนคุ้มครองสินทรัพย์ผู้ใช้ (SAFU) และกองทุนประกันความเสียหายจากการซื้อขาย Futures เข้ามาดูแลเยียวยาความเสียหายทั้งหมดอย่างทันท่วงที

แม้สถานการณ์ฝั่งผู้ให้บริการจะเริ่มควบคุมได้ แต่ในมิติด้านจิตวิทยาการลงทุน ความเชื่อมั่นโดยรวม ยังคงต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวอย่างเต็มที่ โดยดัชนีความกลัวและความโลภ (Crypto Fear & Greed Index) ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 37 จุด จาก 32 จุดในวันก่อนหน้า ซึ่งยังคงอยู่ในโซน “กลัว” บ่งชี้ว่า นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังตัวและยังไม่วางใจต่อทิศทางของตลาดอย่างเบ็ดเสร็จ แม้ราคาเหรียญพี่ใหญ่จะเริ่มรีบาวด์กลับมาแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ ตลาดยังคงจับตากระแสเงินทุนในกองทุน Spot Bitcoin ETF ของฝั่งสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยข้อมูลจาก Farside Investors เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมา กองทุน ETF มีกระแสเงินทุนไหลออกสุทธิสูงถึง 643.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นำโดยกองทุน IBIT ของ BlackRock ที่เผชิญแรงเทขายไหลออก 233.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกองทุน FBTC ของ Fidelity ไหลออก 201 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยกดดันสำคัญที่สะท้อนถึงแรงชะลอตัวของเม็ดเงินสถาบัน และเป็นตัวแปรที่ต้องเฝ้าระวังต่อไปหลังจากนี้


มุมมองผู้เขียน : การรีบาวด์รอบนี้ยังดูเป็นการพักหายใจมากกว่าการกลับตัวเชิงโครงสร้าง ราคาเพิ่งขยับขึ้นไม่ถึง 1% ขณะที่ดัชนีความกลัวยังไม่พ้นโซนเดิม และเงินสถาบันยังไหลออกอยู่ จุดที่น่าจับตาที่สุดคือเม็ดเงินที่ไหลออกจาก Binance ถ้าคลื่นการถอนเริ่มซา และ ETF กลับมามีเงินไหลเข้า ตลาดน่าจะมีแรงกลับไปทดสอบแนวต้านที่ 80,000 ดอลลาร์อีกครั้ง