bitkub-banner

Bitcoin พุ่งกว่า 4% ทะลุ $80,000 หลังแรงซื้อดันราคาออกจากกรอบ 5 วัน

พร้อมเล่น 0:00 / 0:00
สรุปข่าว
  • Bitcoin ดีดตัวขึ้น 4.02% แตะ $80,747 หลังเคลื่อนไหวในกรอบแคบมาห้าวัน และขึ้นมาเหนือแนว $79,454 ซึ่งเป็นราคาสูงสุดใน 24 ชั่วโมงก่อนหน้า
  • วอลุ่มซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 3.55 หมื่นล้านดอลลาร์ สูงกว่าช่วงที่ราคาแกว่งตัวเงียบ ๆ ก่อนหน้านี้ ซึ่งชวนให้ตั้งคำถามว่าใครอยู่เบื้องหลังแรงซื้อรอบนี้
  • ต้องจับตาว่าราคาจะยืนเหนือ $80,000 ได้ต่อเนื่องหรือไม่ เพราะแนวโน้มระยะกลางยังเป็นไซด์เวย์ และราคายังต่ำกว่าจุดสูงสุดเดือนพฤศจิกายน 2568 ราว 24%

แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

การดีดตัวครั้งนี้ทำให้ราคากลับขึ้นมาเหนือบริเวณที่เคยเสียไปในการเทขายวันที่ 30-31 ตุลาคม แต่ยังไม่ได้เปลี่ยนภาพใหญ่ที่ราคายังอยู่ในกรอบกว้าง ความแข็งแกร่งของแรงซื้อจะชัดเจนขึ้นถ้าราคาปิดรายวันยืนอยู่เหนือระดับปัจจุบันได้

วันที่ 4 พ.ย. 2569 ราคา Bitcoin (BTC) พุ่งขึ้น 4.02% ซื้อขายที่ $80,747 หลังแกว่งตัวอยู่ในกรอบ $76,300 ถึง $78,700 มาห้าวันติดบนวอลุ่มที่ลดลงเรื่อย ๆ ราคาต่ำสุดใน 24 ชั่วโมงอยู่ที่ $75,695 และสูงสุดที่ $79,454 ก่อนที่แรงซื้อจะดันราคาทะลุขึ้นไป ขณะนี้มูลค่าตลาดอยู่ที่ 1.62 ล้านล้านดอลลาร์ และวอลุ่มซื้อขาย 24 ชั่วโมงอยู่ที่ 3.55 หมื่นล้านดอลลาร์ คำถามที่น่าสนใจคือเงินก้อนไหนที่ปลุกตลาดที่เงียบมาหลายวันให้กลับมาคึกคัก และเป็นการซื้อของเจ้ามือรายใหญ่หรือเพียงการบีบให้สาย Short ต้องปิดสถานะ

เจ้ามือกำลังทำอะไรอยู่

ต้องบอกตรง ๆ ว่าข้อมูลที่เรามีในตอนนี้ยังไม่พอจะระบุตัวผู้ซื้อรายใหญ่ได้ และบทความนี้จะไม่ขอสร้างข้อสรุปเกินกว่าที่ข้อมูลรองรับ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือรูปแบบราคา ก่อนหน้านี้ราคาถูกเทขายแรงช่วงวันที่ 30-31 ตุลาคม จากราว $81,300 ลงมาราว $77,000 พร้อมวอลุ่มพุ่งสูงถึง 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากนั้นวอลุ่มเงียบลงตลอดห้าวัน แล้วราคามีไส้เทียนลงไปแตะ $75,695 เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ก่อนถูกช้อนซื้อกลับขึ้นมาเร็วมาก

ร่องรอยที่ควรตรวจสอบบนเชน

การดีดกลับเร็วจากไส้เทียนล่างแบบนี้มักทำให้นักวิเคราะห์ออนเชนหันไปดูการเคลื่อนไหวของกระเป๋าขนาดใหญ่ ทั้งการถอนออกจากกระดานเทรดไปกระเป๋าส่วนตัว และการสะสมของกระเป๋าที่ถือ Bitcoin หลักพันเหรียญขึ้นไป อย่างไรก็ตาม ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ เรายังไม่มีข้อมูลยืนยันว่ามีเจ้ามือรายใดเข้าซื้อในช่วงนี้ ผู้อ่านที่สนใจควรเทียบข้อมูลจากผู้ให้บริการวิเคราะห์ออนเชนหลายเจ้า และอ่านด้วยความระมัดระวัง

กระแสเงินเข้าออกกระดานเทรด

ตัวชี้วัดที่ตลาดมักใช้อ่านพฤติกรรมเจ้ามือมีสองส่วนหลัก ส่วนแรกคือยอดสุทธิของ Bitcoin ที่ไหลเข้าหรือออกจากกระดานเทรด เพราะเหรียญที่ไหลเข้ามักสะท้อนความพร้อมขาย ส่วนเหรียญที่ไหลออกมักสะท้อนการเก็บถือระยะยาว ส่วนที่สองคือการเคลื่อนไหวของ Stablecoin บนกระดานเทรด เพราะเงินดอลลาร์ดิจิทัลที่ไหลเข้ามากขึ้นมักถูกมองว่าเป็นกระสุนสำรองสำหรับซื้อ

ในรอบนี้ ข้อมูลที่ยืนยันได้จากตลาดคือวอลุ่มซื้อขาย 3.55 หมื่นล้านดอลลาร์ใน 24 ชั่วโมง ซึ่งต่ำกว่ายอดช่วงเทขายปลายเดือนตุลาคมที่แตะ 4.9 หมื่นล้านดอลลาร์ แปลว่าการขึ้นรอบนี้ไม่ได้ใช้วอลุ่มมหาศาลเท่าตอนเทขาย ซึ่งเป็นจุดที่ควรจับตา เพราะการดีดตัวบนวอลุ่มปานกลางอาจเกิดจากสภาพคล่องที่บาง หรือการล้างพอร์ตฝั่ง Short มากกว่าการซื้อสะสมจริง ส่วนตัวเลขกระแสเงินสุทธิเข้าออกกระดานเทรดและการไหลของ Stablecoin ในช่วง 24 ชั่วโมงนี้ ผู้อ่านควรตรวจสอบจากแหล่งข้อมูลออนเชนโดยตรง

สิ่งที่พฤติกรรมเจ้ามือบอกนักลงทุนรายย่อย

ภาพใหญ่ยังไม่เปลี่ยนจากบทวิเคราะห์ที่ผ่านมา Bitcoin ยังอยู่ในแนวโน้มขาลงระยะยาวตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งราคาทำจุดสูงสุดใกล้ $105,900 ปัจจุบันยังต่ำกว่าจุดนั้นราว 24% แต่ขึ้นมาราว 38% จากจุดต่ำสุดเดือนมิถุนายนที่ราว $58,600 ในระยะกลางราคายังเคลื่อนไหวในกรอบกว้าง $76,000 ถึง $86,600 และจุดสูงสุดรายสัปดาห์ลดลงเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน แปลว่าการดีดตัวหนึ่งวันยังไม่ได้ยืนยันการกลับตัว

สำหรับนักลงทุนรายย่อย ประเด็นสำคัญคือการแยกให้ออกระหว่างแรงซื้อที่มีเนื้อ กับการเคลื่อนไหวที่เกิดจากสภาพคล่องบางหรือการบีบสถานะ ตลาดที่ราคาวิ่งเร็วหลังเงียบมาหลายวันมักเปิดช่องให้ผู้เล่นรายใหญ่ที่มีทุนมากกว่าเป็นผู้กำหนดจังหวะ และนักลงทุนรายย่อยที่ตามราคาโดยไม่ทราบที่มาของแรงซื้อมักเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบเมื่อราคาย้อนกลับ ควรติดตามว่าราคาปิดรายวันจะยืนอยู่เหนือระดับ $80,000 ต่อเนื่องหรือไม่ และวอลุ่มจะเพิ่มขึ้นตามราคาหรือเปล่า


ความเห็นผู้เขียน

ส่วนตัวผมมองว่าการขึ้น 4% รอบนี้น่าสนใจตรงที่มันมาหลังตลาดเงียบไปห้าวัน ไม่ได้มาพร้อมข่าวใหญ่ที่เห็นชัด ซึ่งทำให้คำถามเรื่อง “ใครซื้อ” สำคัญกว่าตัวเลขเปอร์เซ็นต์ ผมไม่อยากด่วนสรุปว่านี่คือการสะสมของเจ้ามือ เพราะข้อมูลที่ยืนยันได้ตอนนี้ยังมีไม่พอ และตลาดคริปโตมีประวัติของการเคลื่อนไหวที่เกิดจากสภาพคล่องบางและการบีบสถานะมาแล้วหลายครั้ง

สิ่งที่ผมจะจับตาในสัปดาห์นี้มีสามอย่าง หนึ่งคือวอลุ่มว่าเพิ่มขึ้นตามราคาหรือไม่ สองคือข้อมูลการไหลของเหรียญเข้าออกกระดานเทรดว่าไปทางเดียวกับราคาหรือเปล่า และสามคือราคาจะรักษาระดับเหนือ $80,000 ได้ในการปิดรายวันหรือไม่ ถ้าเป็นแค่การดีดตัวจากแรงบีบสถานะ เรามักเห็นราคาย้อนกลับเข้ากรอบเดิมค่อนข้างเร็ว แต่ถ้ามีแรงซื้อจริงหนุน ภาพจะต่างออกไป ทั้งหมดนี้เป็นมุมมองของผู้เขียนเพื่อประกอบการติดตามข่าวเท่านั้น

คริปโตเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวนและผลตอบแทนในอดีตไม่ได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทนในอนาคต ก่อนตัดสินใจลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ บทความนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน

ภาพจาก AI