สรุปข่าว
- ประธานาธิบดี Donald Trump โพสต์บน Truth Social ว่าสหรัฐฯ “ถอยหลังครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์” หลังผลเลือกตั้ง และตลาดหุ้นเสียหาย $3 ล้านล้านในวันเดียว
- วันที่ 5 พ.ย. Nasdaq ร่วง 5.52% และ S&P 500 ร่วง 4.36% โดยหุ้น AI และเซมิคอนดักเตอร์เสียหายหนักที่สุด
- ต้องจับตาว่าตลาดหุ้นจะกลับมายืนได้หรือไม่ เพราะแรงขายเทคและ AI ยังเป็นปัจจัยกดดันสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวม
แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Neutral
ตลาดหุ้นที่เสียหายหนักเป็นสัญญาณเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจกดดันสินทรัพย์เสี่ยงในระยะยาว แต่ตอนนี้ราคา Bitcoin และ Ethereum ยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ ยังไม่เห็นผลกระทบชัดเจนต่อตลาดคริปโต
เมื่อเวลา 20:49 น. ของวันที่ 8 พ.ย. 2569 ตามเวลาไทย (8:49 AM EST) ประธานาธิบดี Donald Trump โพสต์บน Truth Social ว่าสหรัฐฯ “ถอยหลังครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์” จากผลการเลือกตั้งครั้งล่าสุด และตลาดหุ้นซึ่งเคย “พุ่งเหมือนจรวด” ภายใต้ชื่อ Trump กลับเสียหายถึง $3 ล้านล้านในวันเดียว ตามรายงานจาก The Kobeissi Letter โพสต์ดังกล่าวมีผู้รีทรูธ 656 ครั้งและกดไลก์ 2.42 พันครั้ง Trump ทิ้งท้ายว่า “ไม่ต้องกลัว เราจะกลับมายิ่งใหญ่และแข็งแกร่งกว่าเดิม”
ตลาดหุ้นเสียหายอย่างไรหลังเลือกตั้ง
ผลเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พ.ย. ทำให้พรรคเดโมแครตกลับมาคุมทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา วันที่ 4 พ.ย. ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขึ้นแรงก่อน โดย Dow Jones พุ่ง 1,569 จุด หรือ 3.0% ซึ่งเป็นผลงานวันเดียวหลังเลือกตั้งกลางเทอมที่ดีที่สุดในรอบ 44 ปี
แต่วันที่ 5 พ.ย. ตลาดพลิกร่วงหนัก Nasdaq ดิ่ง 5.52% เข้าสู่ภาวะปรับฐาน S&P 500 ลง 4.36% มาปิดที่ 7,353.73 จุด และ Dow Jones ลง 3.44% มาปิดที่ 51,523.06 จุด มูลค่าตลาดหายไปประมาณ $3.0-3.2 ล้านล้าน หุ้นเซมิคอนดักเตอร์เสียหายหนักที่สุด ดัชนี Philadelphia Semiconductor ร่วงกว่า 9.7% โดย AMD และ Micron ลงราว 15% และ Nvidia ลงราว 9%
สาเหตุที่นักวิเคราะห์ชี้ต่างจากทรัมป์
Trump โทษผลเลือกตั้งโดยตรง และเมื่อวันที่ 6 พ.ย. ที่ศูนย์อวกาศเคนเนดี ฟลอริดา เขาก็พูดทำนองเดียวกันว่าประเทศเสียเงิน 3 ล้านล้านดอลลาร์เพราะการเลือกตั้ง ขณะที่นักวิเคราะห์ชี้ว่าแรงขายกระจุกตัวในหุ้นเทคและ AI เป็นหลัก
ปัจจัยที่ถูกกล่าวถึงมีทั้งความกังวลเรื่องการกำกับดูแล AI และผลโหวตมาตรการระดับรัฐ 41 ฉบับที่ต้องการชะลอหรือควบคุมการสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งกระทบเรื่องราวการลงทุนของผู้ผลิตชิปและผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ รวมถึงการปรับลดสถานะของเฮดจ์ฟันด์ที่ใช้เลเวอเรจสูง
ตลาดเอเชียและคริปโตตอนนี้
แรงขายลามไปตลาดทั่วโลก ดัชนี KOSPI ของเกาหลีใต้และ Nikkei 225 ของญี่ปุ่นร่วงเกิน 6% ส่วนทองคำปรับขึ้นเหนือ $4,090 ต่อออนซ์ สะท้อนเงินไหลเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย
ก่อนหน้านี้ Siam Blockchain ได้รายงานว่า ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน เข้าสู่ตลาดขาลง หลังหุ้นเทคและ AI ถูกเทขาย ส่วนราคาคริปโตตอนนี้ยังนิ่ง Bitcoin อยู่ราว $75,838 และ Ethereum ราว $2,234 โดยทั้งคู่ขยับไม่ถึง 0.2% ในช่วง 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ส่วนตัวผู้เขียนมองว่าการที่ Trump โยงตลาดหุ้นที่ตกเข้ากับผลเลือกตั้งโดยตรงฟังดูง่ายเกินไป เพราะตัวเลขชี้ว่าความเสียหายกระจุกอยู่ที่หุ้น AI และชิป ซึ่งเป็นเรื่องของการกำกับดูแลและการลงทุนในดาต้าเซ็นเตอร์มากกว่า ที่น่าจับตาคือถ้าแรงขายหุ้นเทคยังลากต่อ สินทรัพย์เสี่ยงอย่างคริปโตก็อาจถูกดึงลงตามได้ แต่ตอนนี้ราคายังนิ่ง จึงยังสรุปอะไรไม่ได้ ควรดูว่าดัชนี Nasdaq จะรักษาระดับได้หรือไม่ในสัปดาห์หน้า
ที่มา: The Kobeissi Letter
เครดิตภาพจาก Wikimedia Commons
