<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

ธนาคารกลางแห่งยุโรปเริ่มเดินเข้าหาเทคโนโลยี Blockchain ในขณะที่ธนาคารแห่งอังกฤษลังเล

เมื่อเศรษฐกิจหรือ GDP ของอังกฤษส่วนใหญ่กว่า 30% ต้องพึ่งพาเมืองหลวงของตัวเอง ในตอนนี้เป็นเวลาที่ธนาคารแห่งอังกฤษต้องทำหน้าที่เป็นผู้นำทางด้านการเงินเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ

แต่ในช่วงการประชุมที่ผ่านมาที่มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ โดยเป็นการประชุมที่เรียกว่า “ Bitcoin and Beyond: เวิร์คชอปในหัวข้อ Cyptocurrencies โดย Alan Turing” ได้แสดงให้เห็นว่าธนาคารแห่งอังกฤษกำลังลังเลที่จะหันหน้าเข้าหา cryptocurrency อย่างเต็มตัว โดยได้สรุปออกมากว่า “ขอรอให้ Brexit จบก่อน”

อันที่จริงแล้ว นี่อาจไม่ใช่สัญญาณที่ดีเท่าไรนัก เมื่อธนาคารแห่งอังกฤษกำลังปล่อยให้ผู้ที่ทำงานในลอนดอนกว่า 2 ล้านตำแหน่งอยู่ในสถานะเสี่ยงเนื่องจากไม่ยอมให้ทิศทางที่แน่นอนเกี่ยวกับ cryptocurrency

ในทางกลับกัน ธนาคารกลางแห่งยุโรปได้แสดงถึงสถานะที่แน่นอนเกี่ยวกับเทคโนโลยี blockchain ที่ว่านี้

โดยในการให้สัมภาษณ์สมาชิกของคณะกรรมการผู้บริหารแห่งธนาคารกลางแห่งยุโรป นาย Yves Mersch ณ ที่การประชุม Handelsblatt Bank Technology เมื่อวันที่ 6 ที่ผ่านมานี้ได้ใจความว่าพวกเขามีจุดยืนที่แน่นอน โดยธนาคารกลางแห่งยุโรปมีแผนการที่จะนำเอาเทคโนโลยี blockchain มาใช้นั่นเอง

การทำ QE ที่ไม่มีวันจบสิ้น

หรือความไม่แน่นอนของธนาคารแห่งอังกฤษนี้จะเป็นตัวบ่งชี้ว่าธนาคารอังกฤษจะเริ่มทำ QE อีกรอบ? การทำ QE ในแต่ละรอบนั้นเป้นที่รู้ดีว่ามักจะลงเอยด้วยการทำให้เงินเก็บและเงินบำนาญของประชาชนลดน้อยลง

หากลองพิจารณาดูแล้ว ลอนดอนถือเป็นศูนย์กลางแห่งเศรษฐกิจโลกที่คอยบริการทางด้านธุรกรรมการเงินและความปลอดภัยมากว่า 700 ปีนับตั้งแต่ก่อตั้ง

โดยผู้ลงทุนจากประเทศต่างๆมอง Brexit ว่าเป็นโอกาสที่จะทำการเข้ามาแย่งชิงผลประโยชน์ออกจากอังกฤษไป อันเนื่องมาจากความโดดเดี่ยวของอังกฤษที่ต้องพึ่งพาอาศัยตนเองหลังจากออกจากยูโรโซน และที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขามองว่าโอกาสการลงทุนทางด้าน cryptocurrency จะถือเป็นสิ่งใหม่ที่หากอังกฤษไม่ทำ พวกเขาก็ไม่รีรอที่จะรีบกอบโกยผลประโยชน์ตัดหน้าอังกฤษ

หนทางข้างหน้าที่อาจไม่เรียบง่าย

ทางลอนดอนกำลังมุ่งหวังให้ธนาคารกลางแห่งยุโรปเป็นผู้ทดลองนำพาการใช้เทคโนโลยี blockchain ในหลายๆประเทศในยูโรโซนก่อน อีกทั้งยังหวังที่จะเป็นเจ้าแรกที่สามารถเป็นผู้จัดการออกตราสารหนี้ทางด้าน blockchain ได้หากการดำเนินการเป็นไปด้วยดี ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น พวกเขาจะสามารถดึงดูดนักลงทุนเข้ามาในประเทศไ้ด้มากขึ้น

ซึ่งในขณะนี้มีธนาคารกลางกว่า 25 แห่งที่กำลังจัดการปัญหาทางด้านดอกเบี้ยที่ติดลบ บวกกับการที่ทางธนาคารกลางแห่งยุโรปและธนาคารสำรองแห่งสหรัฐฯมีท่าที่ไม่แน่ชัดและโปร่งใส หรือว่านี่อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของจุดจบแห่งระบบสำรองเงินตราที่อาจจะทำให้ประตูสู่ cryptocurrency เปิดกว้างขึ้น

ผู้เชี่ยวชาญได้ออกมากล่าวว่าถ้าหากธนาคารกลางไม่แสดงทีท่าที่แน่นอนในเร็วๆนี้ ตลาดโลกอาจจะหันมาพึ่งพา cryptocurrency อย่าง bitcoin ในฐานะ safe haven currency ก็เป็นได้

Read previous post:

โวลลุ่มของเห...

Close