<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

เทรนด์บล็อกเชนและ IoT กำลังส่งผลให้ประเทศไทยรุดหน้าทางด้านดิจิตอล

บริษัทไมโครซอฟต์แห่งประเทศไทยได้เคยกล่าวไว้ว่าในปี 2017 นี้เราจะได้เห็นเทรนด์เทคโนโลยีและดิจิตอลใหม่ๆ 5 เทรนด์ด้วยกัน โดยหนึ่งในนั้นมีเทคโนโลยีบล็อกเชนที่เชื่อกันว่าจะมาเปลี่ยนแปลงความเป็นดิจิตอลของประเทศ รวมไปถึงการเสริมศักยภาพให้กับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนแบบพลิกโฉมเลยทีเดียว

โดยเทรนด์ทางด้านดิจิตอลและเทคโนโลยีที่ว่านี้ประกอบไปด้วย cloud computing (การทำระบบคลาวด์เชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์), Internet of Things (การนำอุปกรณ์รอบตัวทุกอย่างมาเชื่อมต่อกับอินเทอร์เนต), big data analytics (การวิเคราะห์ฐานข้อมูลลูกค้าขนาดมหึมา), blockchain และ artificial intelligence (สมองกล) โดยอ้างอิงข้อมูลจากบางกอกโพส

โดยอ้างอิงจากนายอรพงศ์ เทียนเงิน หรือกรรมการผู้จัดการของบริษัทไมโครซอฟต์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นประเทศที่เรียกได้ว่ามีอัตราการปรับตัวเข้ากับระบบคลาวด์ของ Microsoft รวดเร็วเป็นอันดับที่สองของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก โดยเขาได้กล่าวถึงสาเหตุนี้ว่าเนื่องจากระบบเครือข่ายของประเทศนั้นมีความพร้อม และทางบริษัทนั้นก็กำลังมุ่งหน้าไปสู่การปฏิรูปทางด้านดิจิตอล

หากกล่าวถึงการปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยี ประเทศไทยนั้นอาจกล่าวได้ว่าสมควรจะต้องทำอย่างยิ่ง โดยรายงานจากเดือนธันวาคมเมื่อปีที่แล้วบอกว่านายอเล๊กซ์ แทปสก็อต หรือผู้บริหารระดับสูงของบริษัท Northwest Passage Ventures หรือบริษัทผู้ให้บริการทางด้านที่ปรึกษาเกี่ยวกับบล็อกเชนนั้นกล่าวว่าประเทศไทยควรที่จะหันหน้าเข้าหาเทคโนโลยี บล็อกเชน

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีประชากรราวๆ 40% ของทั้งหมดที่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เนตด้วยโทรศัพท์มือถือ และ 60% ของทั้งหมดที่มีโอกาสที่จะสามารถใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนได้เหมือนกับอังกฤษ, สิงคโปร์ และสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม สำหรับการปรับตัวใช้เทคโนโลยีดังกล่าวบนระบบคลาวด์นั้น บางกอกโพสได้รายงานว่าบริษัทไมโครซอฟต์ได้ร่วมมือกับบริษัทเอไอเอสในการสร้างระบบเครือข่ายอินเทอร์เนตเชื่อมโยงระหว่างเซอเวอร์ของบริษัทไมโครซอฟต์สิงคโปร์และของประเทศไทย โดยหวังว่าการทำแบบนี้จะช่วยให้ผู้ใช้งานปรับตัวมาใช้ระบบคลาวด์ในประเทศได้เร็วขึ้น

ความเสี่ยงต่อการล้าหลัง

การจะป้องกันไม่ให้ประเทศไทยล้าหลังในทางด้านเทคโนโลยีนั้นสามารถทำได้โดยการผลิตสินค้าเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว โดยในขณะนี้ประเทศไทยกำลังพบกับความท้าทายทางด้านเทคโนโลยีด้านดิจิตอลอยู่ซึ่งส่งผลให้บริษัทหลายๆบริษัทในประเทศไทยกำลังพยายามมองหาลู่ทางว่าในประเทศนั้นมีเทคโนโลยีอะไรที่พวกเขาสามารถนำมาปรับใช้เพื่อทำให้บริษัทก้าวหน้าได้

หากทำไม่สำเร็จ ประเทศไทยอาจจะกลายเป็นประเทศที่ล้าหลังทางด้านเทคโนโลยี และส่งผลให้คู่แข่งอย่างประเทศเพื่อนบ้านแซงหน้าไปก็ได้

ความพยายามในการพัฒนา

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลไทยในตอนนี้นั้นยังไม่มีแผนการในการพัฒนาดังกล่าว

แต่กระนั้นก็มีรายงานว่าธนาคารกสิกรไทยได้ประกาศออกผลิตภัณฑ์ทางด้านฟินเทคตัวใหม่ที่จะเปิดให้ใช้บริการประมาณปลายปี 2017 เพื่อจะได้นำหน้าคู่แข่งในประเทศ