<?php wp_title('|', true, 'right'); ?>

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กำลังหารือทำให้บิทคอยถูกกฏหมายและกำลังเตรียมร่างกฏหมาย

โดยมีประเทศฟิลิปปินส์และจีนเป็นผู้นำร่อง ซึ่งตอนนี้ทางรัฐบาลของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และธนาคารกลางได้เตรียมวางแผนเพื่อจัดทำร่างกฏหมายในหัวข้อเรื่องการใช้บิทคอยรวมไปถึงเรื่องการทำธุรกิจเว็บซื้อขายและเปลี่ยนที่จะมีขึ้นในอนาคตด้วย

โดยเมื่อวันที่ 1 มกราคมที่ผ่านมา ธนาคารกลางของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้ทำเอกสาร “ร่างกฏหมายสำหรับการเก็บและใช้จ่ายระบบจ่ายเงินผ่านอิเลคทรอนิค”

บิทคอยถูกกฏหมายในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์หรือไม่

หนึ่งในหัวข้อของหัวข้อกฏหมายนั้นเรียกว่า D.7.3 ซึ่งว่าด้วยการห้ามการใช้ virtual currencies ทุกชนิด ซึ่งนั่นหมายถึงการห้ามทั้งทางโอนและการเทรด โดยเอกสารที่ว่านี้ได้สร้างข้อถกเถียงขึ้นมามากมายในวงการบิทคอยและฟินเทคของในประเทศ UAE เนื่องจากบริษัทจะถูกสอบสวนกับทางธนาคารว่าพวกเขาจะมีบิทคอยมาเกี่ยวข้องหรือไม่

ในหัวข้อนั้นมีใจความว่า

“virtual currency นั้นไม่ได้ถูกขึ้นทะเบียนในกฏหมายฉบับนี้ แต่มีข้อยกเว้นให้กับหน่วยดิจิตอลที่มีลักษณะต่อไปนี้ a)สามารถใช้แลกเปลี่ยนสินค้า, บริการ, และส่วนลดที่เป็นส่วนหนึ่งของการตลาด b)ไม่สามารถใช้นำมาแลกเป็นเงินสดได้”

โดยนาย Mubarak Rashed Khamis Al Mansouri หรือผู้ว่าการของธนาคารกลางแห่ง UAE ได้ประกาศว่าเอกสารด้านกฏหมายดังกล่าวนั้นไม่ได้นับรวมเอา digital currency อย่างบิทคอย, เว็บให้บริการเทรด, บริษัท และเทคโนโลยีบล็อกเชนเข้ามารวมไว้ด้วย

นาย Mubarak ยังได้กล่าวอีกว่าธนาคารกลางแห่ง UAE นั้นกำลังพิจารณาเรื่องการทำให้บิทคอยถูกกฏหมายอยู่ และกำลังร่างแบบกฏหมายเพื่อเป็นแนวทางให้บริษัทและเว็บแลกเปลี่ยนปรับตัวตามกฏหมาย

ในปี 2016 ที่ผ่านมานั้นทางรัฐบาลของดูไบยังได้เน้นย้ำว่าทางบุคคลของรัฐบาลและหัวหน้าของนักการเมืองจะต้องเข้ามารวมตัวกันเพื่อหารือทางด้านบิทคอยและเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

โดยคำกล่าวของทางรัฐบาลมีใจความดังนี้

“ศาลฎีกาคณะกรรมการกฎหมายแห่งเอมิเรตดูไบ (SLC) ได้ประกาศว่าพวกเขาจะหารือเกี่ยวกับปัจจุบันและอนาคตของด้านกฏหมายรวมไปถึงร่างกฏหมายเกี่ยวกับ cryptocurrency ที่มีนามว่าบิทคอยในช่วงเวิร์คช็อปในหัวข้อ ‘Virtual Currency: ข้อเท็จจริงและกฏหมาย’ โดยจะประสานงานกับ ศูนย์รักษาความปลอดภัยอิเล็กทรอนิกส์แห่งดูไบ (DESC) ซึ่งการประชุมจะจัดขึ้นในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2016 โดยจะมีผู้เข้าร่วมทั้งบุคลากรระดับสูงของทางภาครัฐและเอกชน”